
ขอ 350 ล.ผุดระบบบำบัดน้ำเสีย รองรับเศรษฐกิจโต-ท่องเที่ยวในพื้นที่
ภูเก็ต-อบต.กมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ของบประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย รองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐ กิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
นายสันติ อรรถทรัพย์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียแบบกลุ่มอาคารที่มีขีดความสามารถในการบำบัดน้ำเสีย 3,550 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าได้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ต โดยอยู่ในขั้นตอนการเสนอของบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมผ่านจังหวัดในวงเงิน 350 ล้านบาท
“จากผลการศึกษาจะก่อสร้างเป็นกลุ่มอาคารแบบใต้ดินทั้งหมดกำหนดไว้ 7 จุด เบื้องต้นจะดำเนินการ 4 จุด จุดที่ 1 ด้านหลังที่ทำการ อบต.กมลา พื้นที่ 4 ไร่เศษ เป็นจุดใหญ่ รับน้ำเสียในพื้นที่ หมู่ 1, 2 และ 4 จุดที่ 2 ปากคลองปากบาง รับน้ำเสียพื้นที่หมู่ 3 จุดที่ 3 ปากคลองเก็ตหนี รับน้ำเสียพื้นที่หมู่ 3 บางส่วนและพื้นที่หมู่ 5 จุดที่ 4 ถนนรายิ-นาคาเล รับน้ำเสียพื้นที่หมู่ 6 ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มโรงแรมชายหาด” นายสันติ กล่าว
นายสันติ กล่าวอีกว่า การจัดทำโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองและการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะแนวโน้มการเจริญเติบโตจะส่งผลให้ปริมาณของเสีย ได้แก่น้ำเสียและขยะมูลฝอยต่างๆ เพิ่มตามไปด้วย อันก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทรัพยากรชายฝั่งทะเล แหล่งน้ำผิวดินและแหล่งน้ำใต้ดิน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ ปัจจุบันพื้นที่ ต.กมลา มีขนาด 18.9 ตารางกิโลเมตร มีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้นประมาณ 3,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนใหญ่จะเกิดจากครัวเรือนและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ขณะที่ในส่วนของโรงแรมที่พักจะมีระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียเดิมอยู่แล้ว
ส่วนงบประมาณหากไม่ได้จากกองทุนสิ่งแวดล้อมก็จะเสนอไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนถิ่น เพราะงบของ อบต.มีไม่พอ เนื่องจากแต่ละปีจะมีรายได้จากการจัดเก็บและงบสนับสนุน 70-80 ล้านบาท ขณะที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่มีต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโรงแรม 7-8 แห่ง มีห้องพัก 1,000 กว่าห้อง นอกจากนี้ยังมีห้องพักลักษณะวิลล่าที่ให้บริการอีก 300-400 หลัง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกไม่ต่ำกว่า 300 หลัง ส่วนใหญ่เป็นของชาวต่างชาติทั้งนั้น ที่ซื้อขายกันในระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป
ทั้งนี้ จัดเก็บรายได้เพียงภาษีโรงเรือนเท่านั้นและไม่สูงนัก เพราะการให้บริการของวิลล่าไม่เข้าข่ายโรงแรม จึงเป็นปัญหาทำให้รายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย และต้องยอมรับว่าปัจจุบันที่ดินของกมลาคนท้องถิ่นเป็นเจ้าของน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วจะเปลี่ยนมือไปเป็นของคนต่างพื้นที่และชาวต่างชาติ ซึ่งเข้ามาซื้อในลักษณะบริษัทและสร้างอสังหาริมทรัพย์ขายให้คนต่างชาติด้วยกันเอง



