
เด็กวัด"มาร์ค"หิ้วถังตามพระโชว์เฟซบุ๊ค
"มาร์ค"สวมบทเด็กวัดหิ้วถังตามหลวงพ่อบิณฑบาต ถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊ค มั่นใจโครงการประกันรายได้เปลี่ยนใจคนอิสานได้ ชี้ พท. แถลงเรื่องนิรโทษกรรม แค่พยายามหนีความจริง เพราะสุดท้าย ก็หวังช่วย "แม้ว" ปชป. เปิดแผนหาเสียงโค้งสุดท้าย เริ่มปราศรัย "ลานคนเมือง" ก่
(27ก.ค.) ความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่เดินไปช่วยผู้สมัครส.ส.หาเสียงที่ภาคอีสานใน 3จังหวัด ประกอบด้วย อุบลราชธานี ยโสธรและอำนาจเจริญ หลังจากคืนที่ผ่านมาได้นอนค้างคืนที่วัดศรีธาตุ(วัดสิงห์) ต.บ้านสิงห์ อ.เมือง จ.ยโสธร โดยเมื่อ 06.00 น. นายอภิสิทธิ์ ได้ตื่นและหลังปฏิบัติภารกิจส่วนตัวเสร็จ นายอภิสิทธิ์ได้มานั่งสนทนากับนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายวิฑูรย์ นามบุตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. น.ส.ณิรัฐกานต์ ศรีลาภ ผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร เขต1 ปชป. และน.ส.บุณฑรีก์ ศรีลาภ ผู้สมัครส.ส.ยโสธร เขต 2 และสื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆ
ทั้งนี้ระหว่างการพูดคุยนายอภิสิทธิ์ได้สั่งการให้นายสาทิตย์ตรวจสอบข้อมูลกรณีที่เกิดมีข่าวว่าเกิดอุทกภัยใน จ.น่าน อย่างเร่งด่วน พร้อมสอบถามถึงความเป็นไปในการเดินทางไปดูที่เกิดเหตุในวันที่ 28 มิ.ย. โดยนายสาทิตย์แจ้งว่าถ้าจะไปดูพื้นที่น้ำท่วมใน จ.น่านอาจต้องยกเลิกกำหนดการหาเสียงรวมถึงเวทีดีเบตในกทม.และนอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังได้คุยสัพเพเหระและยังกล่าวถึงกรณีถอนตัวออกจากมรดกโลกด้วย โดยการสนทนาทั้งหมดมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบ Livestream ด้วย
ต่อจากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรกับชาวบ้านบ้านสิงห์ทั้ง 4 หมู่ และหลังจากนั้นนายอภิสิทธิ์ก็รับหน้าที่เป็นเด็กวัดหรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “สังกะลี” เดินถือถังพลาสติกสีส้มเดินตามพระราชรัตนกวี เจ้าคณะจังหวัดยโสธร จนทั่วทั้ง4หมู่ของบ้านสิงห์หลายร้อยครัวเรือน ทั้งนี้เมื่อบาตรของเจ้าคณะจังหวัดเต็มนายอภิสิทธิ์จะคอยทำหน้าที่นำของใส่บาตรมาใส่ในถังสีส้ม แต่ระหว่างเดินเป็นเด็กวัดก็มีชาวบ้านของถ่ายรูปอยู่เป็นระยะจนทำให้เจ้าคณะต้องเดินล่วงหน้าไปก่อนแล้วนายอภิสิทธิ์จึงเร่งฝีเท้าเดินตาม อย่างไรก็ตั้งแต่การใส่บาตรจนถึงการสวมบทเด็กวัดมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบ Livestream ด้วย โดยมีการลากสายกล้องถ่ายทอดสดไปทั่วหมู่บ้าน
มั่นใจโครงการประกันรายได้เปลี่ยนใจคนอิสานได้
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ ถึงการลงพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสานในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่าหวังว่าประชาชนจะให้การสนับสนุน โดยเฉพาะที่ยโสธรนั้นแสดงออกชัดเจนว่าดดยห่วงว่าหากเปลี่ยนรัฐบาลอาจจะกระทบต่อโครงการประกันรายได้เพราะหลายคนก็เพิ่งจะมีเงินโอนเข้าบัญชีและตั้งตัวได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวิฑูรย์ นามบุตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตั้งเป้าว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะรักษาจำนวน 10 ส.ส. เอาไว้ได้นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราพยายามที่จะทำให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งหมดก็อยู่ที่ประชาชน แต่ยืนยันว่าโครงการหลายโครงการที่กำลังเดินหน้าจะเป็นประโยชน์ต่อภาคอีสานมากถ้ามีการหยุดชะงักหรือถูกรื้อก็จะเป็นการสูญเสียโอกาส
เมื่อถามว่าช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนวันที่ 3 ก.ค. จะสามารถสื่อสารให้คนอีสานเปลี่ยนใจมาเลือกพรรค ปชป.ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าขณะนี้ชาวอิสานตื่นตัวค่อนข้างมากโดยเฉพาะปัญหาโครงการประกันรายได้ เพราะเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ส่วนที่ขณะนี้นโยบายของบางพรรคการเมืองเริ่มจะกลับไปกลับมาหลังประชาชนไม่ตอบรับนั้น ส่วนตัวคิดว่าก็ไม่น่าเชื่อถือ แสดงให้เห็นว่าตอนที่คิดและประกาศออกมานั้นก็ไม่ได้มีการศึกษาให้ถ่องแท้ ตนยืนยันว่าในส่วนของ ปชป.นโยบายที่ประกาศออกมาตั้งแต่วันแรกยังเหมือนเดิมและเดินหน้าต่อไป ส่วนนโยบายพรรคใดจะเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนหรือไม่คงต้องไปดูรายละเอียดของนโยบายแต่ละเรื่อง
“กรณีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มาแถลงเรื่องของนิรโทษกรรม เป็นความพยายามที่จะหนีจากความจริงมากกว่า เพราะล่าสุดคุณทักษิณ (ชินวัตร) ก็เพิ่งให้สัมภาษณ์พาดพิงไปถึงศาลยุติธรรม และขณะนี้วิธีการก็เพียงยืนยันว่าเรื่องการนิรโทษกรรมนั้นไม่ใช่เป็นการนิรโทษให้ตนเป็นเพียงคนเดียว แต่จะนิรโทษให้ทุกฝ่าย แต่ความจริงสุดท้ายบั้นปลายเป้าหมายก็คืออยู่ที่ตัวเอง ส่วนจะหนีความจริงพ้นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะต้องมองให้ทะลุว่าสิ่งที่พูดจากันในขณะนี้มีความพยายามซ่อนความจริงกันอย่างไร แต่พื้นฐานความจริบคือคุณทักษิณคิดชัดเจนในการที่จะได้รับการนิรโทษกรรม เป็นลักษณะที่คุณทักษิณคิดแล้วพรรคเพื่อไทยทำ ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลัวหรือไม่ว่าสิ่งที่พรรค พท.ทำจะประสบความสำเร็จ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ แต่มองว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองและจะเป็นการทำลายระบบกฎหมายระบบของบ้านเมืองในอนาคตไม่นับอีกว่าจะเป็นการสูญเสียโอกาสสำหรับประเทศและประชาชนที่ต้องการมีการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง
เมื่อถามว่าสิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 1 ของพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยออกมายืนยันว่าจะไม่มีเรื่องการคืนเงิน 4-6 หมื่นล้านให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ และจะไม่มีการนิรโทษกรรมนั้นมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ยินชัดเช่นนั้น ได้ยินแต่พยายามบอกว่าไม่ได้เป็นนโยบายทั้งๆที่เคยพูดมาแล้ว และพ.ต.ท.ทักษิณก็เพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศย้ำว่าตัวเองจะได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าไม่เชื่อว่า พท.จะไม่มีการคืนเงินหรือนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าประชาชนดูออก และการที่ ปชป.พยายามลำดับเหตุการณ์ต่างๆให้เห็นว่าความสูญเสียความวุ่นวายที่ผ่านมานั้นไม่สามารถที่จะจบลงได้ และการที่ไม่ยอมรับการประณีประนอมในทุกครั้งนั้นก็เพราะเราไม่ยอมที่จะคืนเงินหรือนิรโทษกรรมให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ
“ผมอยากวิงวอนพี่น้องประชาชนทุกคนให้ออกมาใช้สิทธิ์กันมากๆ ผมเดินทางไปทั่วประเทศทราบดีว่าประชาชนจำนวนมากคาดหวังในการที่จะมีรัฐบาลที่ดีมาแก้ไขปัญหา ถ้าประชาชนจำนวนมากออกมาเลือกคนดีก็จะเป็นความหวังของประเทศชาติ และวันนี้ทางเลือกชัด ปชป.ยืนยันที่จะเดินหน้าแก้ปัญหาของประชาชน ขณะที่ พท.ยังผูกพันอยู่แต่ปัญหาของคนเพียงคนเดียวหรือครอบครัวเดียว” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ทักทายชาวอุบลฯเป็นภาษาอีสาน“ซำบายดีเด้อ”
เมื่อเวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ ได้ออกมาช่วยลูกพรรคหาเสียง ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 6 จ.อุบลราชธานี ซึ่งประกอบไปด้วย 3 อำเภอ คือ อ.เขมราฐ อ.นาตาล และ อ.โพธิ์ไทร เพื่อช่วย นายวีระ รูปคม ลูกพรรค หาเสียง ที่ บริเวณสนามหญ้าโรงเรียนโพธิ์ไทรวิทยาคาร มีผู้สนใจมาร่วมรับฟังการปราศรัยประมาณ 3 หมื่นคนก่อนการปราศรัย ได้มีผู้คน หญิงชาย จำนวนมากเข้าขอจับมือ โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านวัยทอง ต่างพากันเข้าสวมกอด พร้อมกับหอมแก้ม และอวยพร ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศชาติอีกต่อไป ขอให้สู้และอดทนอย่าหวั่นไหวต่อการเบียดเบียนจากสิ่งรอบข้างทั้งหลายทั้งปวง พร้อมกันนี้ก็ได้พากันเต้นหน้าเวทีไปตามเสียงเพลง ทำให้บรรยากาศสนุกสนานครึกครึ้นไปทั่วบริเวณ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวทักทายกับผู้มาให้กำลังใจ คำแรก เป็นภาษาอีสานว่า “ซำบายดีเด้อ” จากนั้นก็ได้กล่าวปราศรัย โดยชูประเด็น “ จะประกันรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืนตลอดไป”และอีกหลายๆโครงการ โดยทางพรรคมั่นใจว่า จะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นมาอีก 1 เสียง จาก เขตเลือกตั้งที่ 6 นี้ อย่างแน่นอน ก่อนที่จะเดินทางไปหาเสียงช่วยลูกพรรค ที่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ต่อไป
ให้สัมภาษณ์บีบีซีชี้รบ.ใหม่นำทักษิณกลับไทยจะไร้เสถียรภาพอีก
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์รายการฮาร์ดทอว์ค ของบีบีซีอีกครั้งหนึ่งเตือนว่าไทยอาจเผชิญกับความไร้เสถียรภาพทางการเมืองครั้งใหม่ หากรัฐบาลหน้า ชักนำพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับจากการลี้ภัยตัวเองในต่างแดน
นายกฯ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีส่วนร่วมในการปลุกระดมคนเสื้อแดงจนนำไปสู่เหตุปะทะนองเลือดเมื่อปีที่แล้ว พรรคฝ่ายค้านกำลังหาเสียงโดยเชื่อมโยงกับทักษิณ แต่เรียกร้องว่ารัฐบาลใหม่ไม่ควรชูผลประโยชน์ของคนๆเดียวกันอยู่เหนือผลประโยชน์ของชาติและของประชาชน เพราะจะนำมาซึ่งความไร้เสถียรภาพ
นอกจากนี้นายกฯบอกด้วยว่า "มีประชาชนบางกลุ่มพร้อมจะใช้ความรุนแรงและก่อความไร้เสถียรภาพ ผมจะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น" และยืนยันด้วยว่า จะเคารพการตัดสินของประชาชนอย่างแน่นอน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ และขอให้เสื้อแดงทำตามเช่นกัน
ราเชล ฮาร์วีย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บรรยายว่า นับจากกองทัพก่อรัฐประหารโค่นพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อ 5 ปีก่อน ประเทศไทยจมอยู่กับความระส่ำระสายทางการเมือง โดยส่วนมากวนเวียนอยู่กับคนที่รักกับเกลียดอดีตผู้นำคนนี้
“สุเทพ”ขนขุนพลช่วย“ชาญวิทย์”หาเสียง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคอาทินายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ ,นายกรณ์ จาติกวณิช ,นางองอาจ คร้ามไพบูลย์ ขึ้นเวทีปราศรัยย่อยภายในมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต มีนบุรี เพื่อช่วยนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร สส.เขต 17 มีนบุรี หาเสียง โดยนายสุเทพกล่าวว่า นายวิชาญมีคุณสมบัติดีกว่าผู้สมัครคู่แข่งโดยเฉพาะนิสัยใจคอและความเป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการตัดสินอนาคตประเทศ ซึ่งหากประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคเข้าไปทำหน้าที่และพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลตนจะทำหน้าที่ควบคุมคนเสื้อแดงไม่ให้ออกมาก่อความวุ่นวายอีกเพราะถือว่าประชาชนได้ตัดสินใจแล้วดังนั้นคนเสื้อแดงก็ควรยุติบทบาท
นายจุรินทร์ กล่าวว่า หน้าที่แรกของนายชาญวิทย์หากได้รับการเลือกตั้งเข้าไปเป็นส.ส.คือการลงคะแนนสนับสนุนนายอภิสิทธิ์และสิ่งที่ประชาชนจะได้นอกเหนือจากการได้นายอภิสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วก็คือ การเดินหน้าต่อนโยบายเรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี
ปชป. เปิดแผนหาเสียงโค้งสุดท้าย
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพฯพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ จะจัดปราศรัยใหญ่ที่บริเวณลานคนเมือง ในวันที่ 28 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 17.00 ซึ่งนายอภิสิทธิ์? เวชชาชีวะ นายกฯ และ หัวหน้าพรรค พร้อม?แกนนำพรรคจะไปปราศรัย ร่วมกับผู้สมัคร สส.ทั้ง 33 เขต รวมท้ัง สก. และ สข. ของพรรคด้วย
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ พรรคจะจัดทีมงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งไปประจำตามส่ีแยกต่างๆ 10 จุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อรณรงค์ให้ชาวกทม.ตื่นตัวในการเลือกตั้ง เนื่องจากสถิติที่ผ่านมา พื้นที่กทม. มีผู้มาใช้สิทธิน้อยมาก เพียงแค่ 60 % จากค่าเฉลี่ยคนมาใช้สิทธิ์ทั่วประทศอยู่ที่ 70 % ในการเลือกตั้ง 2550 ?ถือเป็นจังหวัดที่มีคนมาลงคะแนน?เป็นลำดับที่ 69 จาก 77จังหวัด ดังนั้น?ในวันที่ ?28 มิ.ย. นี้เวลา 07.00 น. ตนเองจะเริ่มรณรงค์หาเสียงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสำหรับสี่แยกต่างๆ ที่จะจัดทีมเคลื่อนที่ไปหาเสียงได้แก่ แยกอโศก แยกสีลม ราชประสงค์?ปทุมวัน รัชโยธิน สามเหลี่ยมดินแดง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บางนา พระราม 9
นอกจากนี้ ในการปราศรัยใหญ่ของพรรคในวันที่ 1 ก.ค. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ควบคู่กับการจัดเวทีในภูมิภาคต่างๆ 10 จุดทั่วประเทศ อาทิ ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ สุโขทัย ภาคอีสาน จ.อุดรธานี จ.อุบลราชธานี ภาคกลาง จ. เพชรบุรี จ.ระยอง ภาคใต้ จ. สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส ?
นายอภิรักษ์ กล่าวว่า ในการปราศรัยวันดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปิดใจเป็นครั้งสุดท้าย ภายใต้หัวข้อ "อนาคตประเทศไทยใต้ฟ้าเดียวกัน" โดยจะเป็นการอธิบายถึงอนาคตหลังการเลือกตั้งว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้ จะเชื่อมสัญญาณไปแต่ละเวทีในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ ปราศรัย พร้อมถ่ายทอดระบบไลฟ์สตรีมให้คนทั้งในและต่างประเทศได้ติดตามชม ขณะที่เวทีตามภูมิภาคต่างๆ จะมีแกนนำประจำภูมิภาคไปปราศรัยในพื้นที่
พท.จัดงาน Meet&Greet“ยิ่งลักษณ์”
เมื่อเวลา 13.00 น.ที่บริเวณชั้น 1 อาคารโอเอไอ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พรรคเพื่อไทยจัดงาน Social Media เพื่อพบปะพูดคุยภาษาออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะการจัดงานคล้ายกับงาน Meet & Greet ระหว่างนางสาวยิ่งลักษณ์กับแฟนคลับที่สื่อสารกันผ่านเว็ปไซต์ทวิตเตอร์ดอทคอมและเฟซบุ๊คนับตั้งแต่นางสาวยิ่งลักษณ์ประกาศตัวเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 ของพรรคเพื่อไทย โดยมีบรรดาแฟนคลับเดินทางมาร่วมงานอย่างหนาแน่น ซึ่งต่างขอร่วมถ่ายรูป จับมือ และสวมกอดกับนางสาวยิ่งลักษณ์กันชุลมุน
จากนั้นเวลา 13.30 น.นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยทันทีที่นางสาวยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึง บรรดาแฟนคลับต่างส่งเสียงเชียร์เบอร์ 1 และนายกฯหญิงกันดังลั่น ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวทักทายบรรดาแฟนคลับช่วงหนึ่งว่า แม้เราจะต่างวัยแต่ใจตรงกัน ตนรู้สึกยินดี ดีใจ ประทับใจ และอบอุ่นมากๆ ที่ได้รู้จักเพื่อนๆ ทุกคนผ่านทางโลกออนไลน์ ไม่น่าเชื่อว่าแค่เวลาไม่กี่เดือนตนจะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นเยอะมากเป็นแสนคน ขออนุญาตเรียกทุกคนว่าเพื่อนเพราะเราเป็นเพื่อนกันผ่านอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ เรื่องราวที่เพื่อนๆ ชื่นชอบมากที่สุดคือ “เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง” ส่วนนโยบายที่ตอบโจทย์มากที่สุดคือ “รถไฟฟ้า” อย่างไรก็ตาม อยากให้เพื่อนๆ ช่วยกันแนะนำผู้สมัครรุ่นใหม่ที่ใช้ Social Network ให้มาร่วมในกิจกรรม one plus ด้วย และอยากจะให้เพื่อนๆ ช่วยกันเสนอกิจกรรมที่เราจะสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้ในคราวต่อไป ด้วย วันนี้ดีใจที่ได้ออกจากหน้า page มาเจอหน้าจริงและพบกับแฟนคลับทุกท่าน เพราะเราเป็น friend กัน จากนี้คงจะได้นัดเจอกันและมาแชร์กิจกรรมร่วมกัน ขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่มาร่วมให้กำลังใจในวันนี้ ทั้งนี้ การจัดงานพบปะพูดคุยภาษาออนไลน์ในครั้งนี้นั้นเสร็จสิ้นลงในเวลา 14.00 น.



