ข่าว

ครม.ถกมรดกโลก-กองทัพพร้อมรับ

ครม.ถกมรดกโลก-กองทัพพร้อมรับ

28 มิ.ย. 2554

'มาร์ค' นัด ครม. ถก 'มรดกโลก' ด้าน 'ประวิตร' ลั่น ทหารพร้อมปกป้องอธิปไตย 'สุวิทย์' ย้ำ ถอนตัวเลี่ยงเสี่ยงเสียอธิปไตย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของไทย หลังถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการมรดกโลก และภาคีอนุสัญญา ว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย ได้เดินทางถึงไทยวันที่ 27 มิ.ย.แล้ว และวันที่ 28 มิ.ย.นี้ จะรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งมีประเด็นที่จะให้หน่วยงานเร่งไปดูในข้อมติของมรดกโลก หลังจากที่เราได้เดินออกจากที่ประชุมแล้วว่า มีผลและมีความหมายอย่างไร รวมถึงขั้นตอนในการดำเนินการต่อจากการแสดงเจตนาของนายสุวิทย์ จะเป็นอย่างไร

"เข้าใจว่า คงต้องเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่จะมาทำต่อ แต่อยากให้หน่วงานเตรียมข้อมูลไว้ให้พร้อม" นายอภิสิทธิ์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การถอนตัวจะมีผลกระทบต่อมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไปแล้ว หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยัง เพราะยังมีอีกหลายขั้นตอน ฉะนั้น ตอนนี้จะให้ทุกหน่วยงานไปรวบรวมข้อมูลและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

นอกจากนี้ มติที่ออกมาในท้ายที่สุด ยังไม่มีการพูดถึงการไปอนุมัติหรือเห็นชอบกับแผนบริหารจัดการ เพราะฉะนั้น เขามองว่า  สถานะของการขึ้นทะเบียนเหมือนเดิม คือยังไม่สมบูรณ์ ยังมีปัญหาอยู่ และเป็นเรื่องที่เรากำลังให้หน่วยงานไปดูข้อมติอย่างละเอียด เพราะในข้อมติจะการอ้างอิงต่ออนุสัญญา และข้อบังคับอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ให้ไปดูให้ละเอียด

"ในที่ประชุมครม. คงจะเป็นการรับทราบ สิ่งที่นายสุวิทย์ ได้ไปดำเนินการมาภายใต้มติครม.เดิม และขั้นตอนที่จะทำต่อไป ซึ่งคิดว่า คงจะเน้นเรื่องการให้หน่วยงานเร่งไปศึกษาผลกระทบทั้งหมด และดูข้อมติที่ออมารวมทั้งแนวทางการดำเนินงานต่อไป" นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า เมื่อถอนตัวแล้วจะสามารถสมัครกลับเขาไปเป็นสมาชิกมรดกโลก ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสมัครเข้าไปใหม่ มีสิทธิ์ที่ทำได้อยู่แล้ว แต่วันนี้ยังไม่ต้องมองไปถึงตรงนั้น วันนี้เราต้องมาดูผลกระทบ และแนวทางที่จะดำเนินการ ในการเจรจาทั้งในส่วนของกัมพูชา ยูเนสโกว่า จะปกป้องสิทธิ์ของเราอย่างไร 

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะกระทบต่อเรื่องปัญหาชายแดน โดยเฉพาะเอ็มโอยูที่ทำกันไว้จะต้องยุติไว้ก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า จะไม่กระทบ  การเจรจากับกัมพูชาเพื่อแก้ปัญหา เป็นกลไกหลักที่เรายืนยันว่า ต้องใช้ต้องเดินหน้าต่อไป

โต้ "นพดล" รัฐบาลต้องตามแก้ปัญหาที่ทิ้งไว้มา 3 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนพดล ปัทมะ ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาบอกว่า การทำแบบนี้เหมือนปิ้งปลาประชดแมว และจะกระทบกับส่วนอื่น ๆ ที่ไทยกำลังจะขึ้นทะเบียนมรดกโลก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลกระทบทั้งหลายจะต้องมีการพิจารณาอย่างท่องแท้ แต่ผลกระทบต่อการจะขึ้นทะเบียนอะไร อย่างไรก็ไม่รุนแรง หากว่าถ้าเราเสียดินแดน และนายนพดล น่าจะทราบว่า สิ่งที่ตนเองทำไว้เมื่อปี พ.ศ. 2551 สร้างปัญหามาอย่างไร ทำให้ทุกวันนี้ที่เราพยายามแก้กันมา 3 ปี ไม่ให้มีการไปเสนอแผนบริหารพื้นที่ ซึ่งมันจะคาบเกี่ยวกับพื้นที่ของเราเป็นปัญหามาโดยตลอด

ยันพยายามทำเพื่อรักษาอธิปไตย พร้อมเตือนความจำ "แม้ว" เคยเป็นที่ปรึกษา "ฮุนเซ็น" 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ จะมีผลต่อนโยบายของรัฐบาลที่จะเข้ามาสานต่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ประชาชนที่เป็นห่วงเรื่องนี้ ดูว่าพรรคการเมืองมีจุดยืนต่อการรักษาอธิปไตยอย่างไร ที่ผ่านมาปัญหาที่สืบเนื่องมาจากปี พ.ศ. 2551 คือปมปัญหาของการทำงานเรื่องนี้ยากลำบากมาโดยตลอด แต่เขาคิดว่า พรรคการเมืองหลายพรรคได้ทำงานร่วมกัน พิสูจน์ให้เห็นว่า เราไม่ต้องการที่จะสูญเสียดินแดน และพยายามทุกวิถีทางในการเดินงาน ทั้งในส่วนการต่างประเทศ งานเจรจาและงานอื่นๆ ฉะนั้น ทางเลือกค่อนข้างชัดว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า อย่าลืมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เอง ก็ไปเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อยู่ช่วงหนึ่งด้วย 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำมาล้มเหลว หรือไม่ และต้องเดินหน้าอย่างไรนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราตั้งเป้าหมายว่า จะต้องไม่มีการอนุมัติแผนบริหารพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการอนุมัติ ส่วนรูปแบบในการที่จะเดินหน้าเพื่อป้องกันก็ต้องมาคุยกัน 

เมื่อถามว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ประกาศว่า การถอนตัวเป็นชัยชนะของเขานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ถอนตัวหรือไม่ถอนตัว ชัยชนะอยู่ที่การรักษาอธิปไตย รักษาดินแดน

"ผมยินดีที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่ และพันธมิตรฯ ที่หวงแหนเรื่องนี้ ก็ต้องติดตามเรื่องต่อไป เพราะการถอนออกไปไม่ได้จบ ต้องช่วยกันรักษาดินแดน ป้องกันไม่ให้มีการเดินเกมส์ในลักษณะระหว่างประเทศ ที่จะมากระทบสิทธิ์ของไทย" นายอภิสิทธิ์ กดล่าว

ยัน กองทัพเฝ้าระวังชายแดนตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ชายแดนทางกัมพูชาเริ่มเคลื่อนไหว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้คุยกับทางกองทัพ ตั้งแต่ก่อนที่จะถอนตัว ประมาณชั่วโมงสองชั่วโมง โดยสอบถามว่า มีการเฝ้าระวังแค่ไหน ซึ่งทางกองทัพยืนยันว่า เฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา และรายงานให้เขาทราบว่า มีการเคลื่อนไหวอย่างไร 

เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาค่อนข้างจะกร้าว บอกจะไม่ให้มีรุกล้ำเขามาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว นาอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่มีไปรุกรานใครอยู่แล้ว มีแต่ปกป้องอธิปไตยของเรา แม้ว่าจะถอนตัวออกมาอย่างไร เราก็ยังยืนยันว่า กัมพูชาต้องถอนทหารออกจากบริเวณปราสาทด้วย

"มาร์ค" ยังหวัง ตั้งรัฐบาลเร็ว แก้ปัญหาชายแดน

เมื่อถามต่อว่าว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะเป็นปัญหาต่อการดูแลแนวชายแดนกัมพูชา หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงเป็นช่วงสั้น ๆ ถึงอยากบอกว่า ถ้าเลือกตั้งเสร็จทำอย่างไร เพื่อให้มีการตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เราจะได้มาสะสางปัญหานี้ต่อไป

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ถ้ามีความชัดเจนว่า เรามีรัฐบาลที่เข้มแข็งในการปกป้องอธิปไตยอย่างต่อเนื่อง คิดว่าทางกัมพูชาจะปรับท่าที เพราะบางครั้งกัมพูชาพยายามจะดูเงื่อนไขการเมืองภายในประเทศ บางทีก็ลุ้นอยู่ว่า ถ้าเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะหารัฐบาลที่พูดคุยกันง่ายกว่าหรือเปล่า เขาจึงได้มีการดำเนินงานอย่างที่เราเห็น

เชื่อหลีกเลี่ยงการปะทะได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะบอกประชาชนที่ใช้ชีวิตตามแนวชายแดนได้อย่างไร ซึ่งตอนนี้อาจกังวลความตึงเครียดของ 2 ประเทศที่มีอยู่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองทัพมีการเฝ้าระวังติดตามเป้าหมายคือ ทำอย่างไรไม่ให้มีการปะทะกัน และไม่ให้มีการมารุกล้ำซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลจะพยายามทำทุกวิถีทางให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ 

เมื่อถามย้ำว่า คิดว่าจะหลีกเลี่ยงการปะทะได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ได้ครับ"

“ประวิตร” ลั่นทหารพร้อมปกป้องอธิปไตย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาภายหลังไทยถอนตัว จากภาคีอนุสัญญามรดกโลกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจง ส่วนความรับผิดชอบของทหาร เขาได้สั่งการไปแล้ว ในเรื่องการดูแลอธิปไตยทุกอย่าง ที่เป็นของประเทศไทยตามแนวชายแดน และเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ดังนั้นไม่มีปัญหา อะไรที่เป็นของเราก็ยังเป็นของเรา 

ผู้สื่อข่าวถามว่า  นโยบายของประเทศไทยยังคงเป็นการตั้งรับใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า หากไม่ตั้งรับจะบุกไปที่ไหน เราจะดูแลอธิปไตยตามแนวชายแดนทุกอย่าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทหารที่จะดูแลประชาชนทั้งบริเวณแนวชายแดนและประชาชนเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ระหว่างไทยกับกัมพูชา เรามีช่องในการพูดจากัน และพูดจากันมาโดยตลอด ส่วนที่กระทรวงกลาโหมหรือกองทัพรับผิดชอบก็พยายามที่จะทำต่อไป ทั้งการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา (จีบีซี) , การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (อาร์บีซี)


เมื่อถามว่า การถอนตัวกันจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลกจะทำให้สถานการณ์ไทย-กัมพูชาตึงเครียดเพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วแต่คนจะคิด แต่คิดว่าเราต้องดูแลอธิปไตยทุกอย่างที่เป็นของเรา

"เชื่อว่า ไม่น่ามีปัญหา โดยนายกฯสั่งให้มีการดูแลพื้นที่ และประชาชนตามแนวชายแดน ให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง เราเตรียมการอพยพไว้แล้ว และมีความพร้อมในการป้องกัน การให้ความปลอดภัยกับประชาชน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางกัมพูชายังไม่มีการเคลื่อนกำลังบริเวณชายแดน ตนเชื่อว่าไทยและกัมพูชาคงไม่อยากรบกัน คงต้องมีการพูดจากัน"

"สุวิทย์” ย้ำ ถอนตัวจากภาคีมรดกโลก เพื่อป้องกันอธิปไตยของไทย

ด้านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการประชุม ที่ประเทศฝรั่งเศส ถึงการตัดสินใจถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลกว่า หากไม่ตัดสินใจถอนตัวออกจากภาคีมรดกโลก ในอนาคตอาจถูกประณามว่า ทำให้สูญเสียอธิปไตยของชาติ และเราอาจต้องร้องไห้อีก ซึ่งถ้าไม่ทำอย่างนี้อาจไม่สามารถป้องกันอธิปไตยได้

นายสุวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ครม.มีมติตั้งแต่ขอไว้คราวที่แล้ว เพราะเกรงว่าปัญหานี้จะเกิดขึ้น แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งเขาขอไว้ว่า ถ้าการเจรจาถึงที่สุดแล้ว อาจจะมีปัญหา จะขอถอนตัว และเขาก็ตัดสินใจไปตามความจำเป็น และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะดูแลอำนาจอธิปไตยของไทย

นายสุวิทย์ ย้ำว่า ก่อนหน้าตัดสินใจ ได้ถามนายกรัฐมนตรีก่อนหน้าแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรี โทรมาถามความคืบหน้า เขาก็ได้รายงานไป บอกว่ามีอยู่ 2-3 ส่วน แต่ก็บอกว่า ส่วนสุดท้ายอาจจะต้องดำเนินการอย่างนี้ ซึ่งนายกฯ ก็บอกให้พยายามทำอย่างอื่นไปก่อน

"หลังการถอนตัว ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ที่เคยเป็นผู้อำนวยการศูนย์มรดกโลกคนเดิม ที่เคยขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก ขอร้องว่า อย่ายื่นหนังสือได้หรือไม่ ก็บอกไปว่า หากไม่ฟังเสียงของไทย เราไม่ยื่นหนังสือก็ไม่ได้ ทางฝ่ายโน้นช่วยทางกัมพูชามาตลอด คราวนี้ก็มาช่วยอีก ทั้ง ๆ ที่กรณีของเยรูซาเรม มีปัญหามาตั้ง 20 ปี ก็เลื่อนไปวันจันทร์ แต่ของเราให้เข้าประชุมทันที"

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ในส่วนของมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนไปแล้ว จะไม่กระทบกระเทือน แต่ที่ขึ้นทะเบียนใหม่ เราก็ไม่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว และไม่จำเป็นต้องไปอาศัยเขา

“สุเทพ” ยืนยัน จำเป็นต้องถอนตัว จากภาคีมรดกโลก

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกภาคีมรดกโลกว่า เป็นความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งความจริงจุดยืนของรัฐบาลไทย ต้องการที่จะร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ในเวทีโลกอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องอธิปไตยของชาติ พื้นแผ่นดินของเราตารางนิ้วเดียว เราก็ยอมไม่ได้ จึงถือเป็นหน้าที่ของเราที่จะปกป้องอธิปไตยของเรา

"เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกไม่ฟังเหตุผลของเรา ทั้งๆที่เรื่องการปักกันเขตแดนกำลังดำเนินการอยู่ และยังจะมาพิจารณาอะไรที่เป็นการข่มเหงเรา เราก็รับไม่ได้"

ผู้สื่อข่าวถามว่า การตัดสินใจเช่นนี้ จะส่งผลไปถึงปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดนหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ทหารได้มีการส่งกำลังดูแลอยู่อย่างแข็งแรงและมั่นคง ซึ่งมั่นใจว่า กองทัพไทยของเราจะรักษาอธิปไตยของเราได้อย่างสมภาคภูมิ ไม่ต้องให้ประชาชนต้องกังวลใจ

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ เชื่อว่า หลังเลือกตั้งทุกอย่างก็จะคลี่คลาย ขณะนี้มันสอดรับกันอยู่ ซึ่งเมื่อเลือกตั้งแล้วทุกอย่างก็จะเรียบร้อยได้ 

 ผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนหลังจากถอนการเป็นสมาชิกภาคีคณะกรรมการมรดกโลก นายสุเทพกล่าวว่า  เราจะทำหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ 

เผย ไม่ห่วงเรื่องการท่องเที่ยว ประชด อย่าให้มีพวกเผาบ้าน-เผาเมืองแล้วกัน

เมื่อถามว่า นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เเสดงความไม่เห็นด้วยที่ประเทศไทยถอนตัวจากคณะกรรมการมรดกโลก โดยอ้างเหตุผลว่า จะไม่สามารถนำโบราณสถานอื่น ๆ ขึ้นเป็นมรดกโลกได้ และจะมีผลกับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในประเทศไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ ที่นายปลอดประสพ จะไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะไม่เห็นด้วยทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่ถ้าเห็นด้วยถึงจะเป็นเรื่องแปลก 

“เรื่องของนักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวล เพราะประเทศไทยยังเป็นประเทศที่คนให้ความสนใจมาเที่ยวติดอันดับโลกอยู่ เมื่อวานนี้ก็เห็นข่าวประเทศไทยติดอันดับ 3 ของโลกคือเป็นประเทศที่น่าเที่ยว ขออย่างเดียวว่า อย่าให้มีพวกมาเผาบ้านเผาเมือง หรืออย่ามาก่อเหตุจลาจลอย่างที่เคยทำมาอีก คนเขาก็มาเที่ยวแล้ว” นายสุเทพ กล่าว