ข่าว

'อภิสิทธิ์'หารือครม.กรณีมรดกโลก

'อภิสิทธิ์'หารือครม.กรณีมรดกโลก

27 มิ.ย. 2554

"มาร์ค"เผยพรุ่งนี้ "สุวิทย์"เตรียมรายงานเรื่องถอนตัวจากมรดกโลกใน ครม. เตรียมถกแนวทางท่าที ผลกระทบ รอให้รัฐบาลใหม่จัดการ ระบุแม้ลาออกในอนาคตก็กลับเข้าเป็นสมาชิกใหม่ได้ ยันไม่กระทบการเจรจาแก้ปัญหาชายแดน

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของไทยหลังถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการมรดกโลก และภาคีอนุสัญญา ว่าวันนี้ (27 มิ.ย.)  นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย เดินทางถึงไทยแล้ว และพรุ่งนี้ ( 28 มิ.ย.) คงจะรายงานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  ซึ่งมีประเด็นที่จะให้หน่วยงานเร่งไปดูในข้อมติของมรดกโลกหลังจากที่เราได้เดินออกจากที่ประชุมแล้ว  มีผลและมีความหมายอย่างไร  รวมถึงขั้นตอนในการดำเนินการต่อจากการแสดงเจตนาของนายสุวิทย์ จะเป็นอย่างไร  ซึ่งเข้าใจว่าคงต้องเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่จะมาทำต่อ แต่อยากให้หน่วงานเตรียมข้อมูลไว้ให้พร้อม 

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การถอนตัวจะมีผลกระทบต่อมรดกโลกของไทยที่ขึ้นทะเบียนไปแล้ว หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยัง เพราะยังมีอีกหลายขั้นตอน ตอนนี้จะให้ทุกหน่วยงานไปรวบรวมข้อมูลและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น  นอกจากนี้มติที่ออกมาในท้ายที่สุดยังไม่มีการพูดถึงการไปอนุมัติหรือเห็นชอบกับแผนบริหารจัดการ เพราะฉะนั้น ตนมองว่าสถานะของการขึ้นทะเบียนเหมือนเดิม คือยังไม่สมบูรณ์ ยังมีปัญหาอยู่ และเป็นเรื่องที่เรากำลังให้หน่วยงานไปดูข้อมติอย่างละเอียด  เพราะในข้อมติจะการอ้างอิงต่ออนุสัญญาและข้อบังคับอะไรต่างๆ ตรงนี้ให้ไปดูให้ละเอียด  ซึ่งในที่ประชุมครม.ในวันพรุ่งนี้( 28 มิ.ย.) คงจะเป็นการรับทราบสิ่งที่นายสุวิทย์ได้ไปดำเนินการมาภายใต้มติครม.เดิม   และขั้นตอนที่จะทำต่อไปซึ่งคิดว่าคงจะเน้นเรื่องการให้หน่วยงานเร่งไปศึกษาผลกระทบทั้งหมด และดูข้อมติที่ออกมารวมทั้งแนวทางการดำเนินงานต่อไป 

 เมื่อถามว่า ถอนตัวแล้วจะสามารถสมัครกลับเขาไปเป็นสมาชิกมรดกโลก ได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การสมัครเข้าไปใหม่ มีสิทธิ์ที่ทำได้อยู่แล้ว แต่วันนี้ยังไม่ต้องมองไปถึงตรงนั้น วันนี้เราต้องมาดูผลกระทบและแนวทางที่จะดำเนินการในการเจรจาทั้งในส่วนของกัมพูชา ยูเนสโก ว่าจะปกป้องสิทธิ์ของเราอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะกระทบต่อเรื่องปัญหาชายแดน โดยเฉพาะเอ็มโอยูที่ทำกันไว้จะต้องยุติไว้ก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่าจะไม่กระทบ  การเจรจากับกัมพูชาเพื่อแก้ปัญหาป็นกลไกหลักที่เรายืนยันว่าต้องใช้ต้องเดินหน้าต่อไป

โต้ "นพดล" รัฐบาลต้องตามแก้ปัญหาที่ทิ้งไว้มาสามปี
 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายนพดล ปัทมะ ทนายความพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ออกมาบอกว่าการทำแบบนี้เหมือนปิ้งปลาประชดแมวและจะกระทบกับส่วนอื่นๆ ที่ไทยกำลังจะขึ้นทะเบียนมรดกโลก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลกระทบทั้งหลายจะต้องมีการพิจารณาอย่างท่องแท้ แต่ผลกระทบต่อการจะขึ้นทะเบียนอะไร อย่างไรก็ไม่รุนแรง หากว่าถ้าว่าเราเสียดินแดน และนายนพดล น่าจะทราบว่าสิ่งที่ตนเองทำไว้เมื่อปี พ.ศ. 2551 สร้างปัญหามาอย่างไร ทำให้ทุกวันนี้ที่เราพยายามแก้กันมา 3 ปี ไม่ให้มีการไปเสนอแผนบริหารพื้นที่ ซึ่งมันจะคาบเกี่ยวกับพื้นที่ของเราเป็นปัญหามาโดยตลอด
ยันพยายามทำเพื่อรักษาอธิปไตย พร้อมเตือนความจำ "แม้ว" เคยเป็นที่ปรึกษา "ฮุนเซน"

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ จะมีผลต่อนโยบายของรัฐบาลที่จะเข้ามาสานต่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ประชาชนที่เป็นห่วงเรื่องนี้ดูว่าพรรคการเมืองมีจุดยืนต่อการรักษาอธิปไตยอย่างไร ที่ผ่านมาปัญหาที่สืบเนื่องมาจากปี พ.ศ. 2551 คือปมปัญหาของการทำงานเรื่องนี้ยากลำบากมาโดยตลอด แต่ตนคิดว่าพรรคการเมืองหลายพรรคได้ทำงานร่วมกัน พิสูจน์ให้เห็นว่าเราไม่ต้องการที่จะสูญเสียดินแดน และพยายามทุกวิถีทางในการเดินงาน ทั้งในส่วนการต่างประเทศ งานเจรจาและงานอื่นๆ ฉะนั้น ทางเลือกค่อนข้างชัดว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และ อย่าลืมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เอง ก็ไปเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา อยู่ช่วงหนึ่งด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า คิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำมาล้มเหลว หรือไม่ และต้องเดินหน้าอย่างไรนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราตั้งเป้าหมายว่าจะต้องไม่มีการอนุมัติแผนบริหารพื้นที่ของกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการอนุมัติ ส่วนรูปแบบในการที่จะเดินหน้าเพื่อป้องกันก็ต้องมาคุยกัน

 เมื่อถามว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)ประกาศว่าการถอนตัวเป็นชัยชนะของเขานายกรัฐมนตรี กล่าวว่าว่าเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ถอนตัวหรือไม่ถอนตัว ชัยชนะอยู่ที่การรักษาอธิปไตย รักษาดินแดน ตนยินดีที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่และพันธมิตรฯ ที่หวงแหนเรื่องนี้ก็ต้องติดตามเรื่องต่อไป เพราะการถอนออกไปไม่ได้จบ ต้องช่วยกันรักษาดินแดน ป้องกันไม่ให้มีการเดินเกมส์ในลักษณะระหว่างประเทศ ที่จะมากระทบสิทธิ์ของไทย

กองทัพเฝ้าระวังชายแดนตลอดเวลา
 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ชายแดนทางกัมพูชาเริ่มเคลื่อนไหว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเองได้คุยกับทางกองทัพ ตั้งแต่ก่อนที่จะถอนตัว ประมาณชั่วโมงสองชั่วโมง โดยสอบถามว่ามีการเฝ้าระวังแค่ไหน ซึ่งทางกองทัพยืนยันว่าเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาและรายงานให้ตนทราบว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไร

 เมื่อถามว่า ทางกัมพูชาค่อนข้างจะกร้าว บอกจะไม่ให้มีรุกล้ำเขามาแม้แต่มิลลิเมตรเดียว นาอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราไม่มีไปรุกรานใครอยู่ แล้ว มีแต่ปกป้องอธิปไตยของเรา แม้ว่าจะถอนตัวออกมาอย่างไร เราก็ยังยืนยันว่ากัมพูชาต้องถอนทหารออกจากบริเวณปราสาทด้วย

หวังตั้งรัฐบาลเร็วแก้ปัญหาชายแดน
 เมื่อถามต่อว่าว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะเป็นปัญหาต่อการดูแลแนวชายแดนกัมพูชา หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงเป็นช่วงสั้นๆ ตนถึงอยากว่าถ้าเลือกตั้งเสร็จทำอย่างไรเพื่อให้มีการตั้งรัฐบาลโดยเร็ว เราจะได้มาสะสางปัญหานี้ต่อไป และขอยืนยันว่า ถ้ามีความชัดเจนว่าเรามีรัฐบาลที่เข้มแข็งในการปกป้องอธิปไตยอย่างต่อเนื่อง คิดว่าทางกัมพูชาจะปรับท่าที เพราะบางครั้งกัมพูชาพยายามจะดูเงื่อนไขการเมืองภายในประเทศ บางทีก็ลุ้นอยู่ว่า ถ้าเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะหารัฐบาลที่พูดคุยกันง่ายกว่าหรือเปล่า เขาจึงได้มีการดำเนินงานอย่างที่เราเห็น

เชื่อหลีกเลี่ยงการปะทะได้
 ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า  จะบอกประชาชนที่ใช้ชีวิตตามแนวชายแดนได้อย่างไร ซึ่งตอนนี้อาจกังวลความตึงเครียดของ 2 ประเทศที่มีอยู่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองทัพมีการเฝ้าระวังติดตามเป้าหมายคือ ทำอย่างไรไม่ให้มีการปะทะกัน และไม่ให้มีการมารุกล้ำซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามยืนยันว่า รัฐบาลจะพยายามทำทุกวิถีทางให้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 เมื่อถามย้ำว่า คิดว่าจะหลีกเลี่ยงการปะทะได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ได้ครับ"