ข่าว

หมอมุกอาการดีขึ้นมากหายใจได้เอง

หมอมุกอาการดีขึ้นมากหายใจได้เอง

27 มิ.ย. 2554

หมอมุกอาการดีขึ้นมาก แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจออก หลังสามารถหายใจได้เอง เผยภาวะอาการบวมในสมองลดลงเกือบปกติ แถมตอบสนองต่อเสียงคำสั่งได้ดีขึ้น ขณะที่แม่หมอมุกทำบุญปล่อยปลาขอพรให้ลูกหายเป็นปกติ

ความคืบหน้าอาการของ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ “หมอมุก” แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ผู้เคราะห์ร้ายถูกรถพุ่งชนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยคดีดังกล่าว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะคู่กรณีได้เข้ามอบตัว และให้การว่า เป็นผู้ขับรถคันดังกล่าว โดยนำภาพถ่ายขณะหมอมุกยืนขวางหน้ารถมายืนยัน ซึ่งในทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาผู้กระทำผิด

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.อ.นพ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน แพทย์เจ้าของไข้ของหมอมุก เปิดเผยว่า เป็นข่าวดีสำหรับครอบครัวของหมอมุก โดยช่วงเช้าแพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจออก เนื่องจากหมอมุกสามารถหายใจได้เองแล้ว ส่วนอาการทั่วไป หมอมุกไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ไข้ลดลง ภาวะอาการบวมในสมองลดลงจนเกือบปกติ ตอบสนองต่อเสียงคำสั่งได้ดีขึ้น

 "อาการโดยทั่วไปดีขึ้นมากเกิน 60% จึงให้พยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เหลือเพียงหน้ากากออกซิเจนเท่านั้น แต่ยังมีเสมหะอยู่ จึงใช้เครื่องดูดเสมหะออก หมอมุกยังมีอาการไออยู่ประปราย โดยวันจันทร์แพทย์จะทำกายภาพควบคู่ไปกับการรักษาด้วย ส่วนอาการในภาพรวมแพทย์มีความพอใจต่อผลการรักษาเป็นอย่างมาก" พ.อ.นพ.พีระพล กล่าว

 ต่อมา พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของหมอมุก เปิดเผยว่า วันนี้หลังจากแพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจออก ส่วนตัวรู้สึกดีใจที่อาการของลูกสาวดีขึ้นมาก จากเมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาการยังทรุดตัวอยู่ นอกจากนี้ขอขอบความคุณสื่อมวลชน และคนไทยทั่วประเทศที่ให้ความสนใจติดตามอาการบาดเจ็บของลูกสาว ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนจะมีคนถามอาการลูกสาวและอวยพรให้หายไวๆ โดยช่วงเช้าเพื่อนของหมอมุกได้พาไปทำบุญที่วัดอาวุธวิกสิตาราม ย่านบางพลัด เพื่อปล่อยปลาหมอ 75 ตัว และถวายอาหารเพลพระ นอกจากนี้ยังมีคนแนะนำให้ไปไหว้พระทำบุญตามที่ต่างๆ อีกทั้งจุดธูปตามจำนวนต่างๆ ซึ่งได้ทำตามโดยหวังว่าลูกสาวจะอาการดีขึ้นสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดังเดิม กลับมาทำงานได้ เนื่องจากขณะนี้อายุ 70 ปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะดูแลได้นานแค่ไหน

 ด้าน นายกอสล้าง วรรณรสพากย์ ลูกพี่ลูกน้องของหมอมุก กล่าวว่า ทุกวันนี้มารดาหมอมุกเดินทางไปกลับที่บ้านด้วยรถโดยสารประจำทาง และต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางที่ไกลเพื่อเข้าบ้าน จึงปรึกษากับเพื่อนที่เป็นทนายความว่า พญ.พรรณกร และ พ.ต.พญ.หทัยพร อยู่ในฐานะของพยานและผู้เสียหายของคดีนี้ ซึ่งคดีดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด จึงน่าจะได้รับการคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานไปยัง พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท เพื่อขอเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมยานพาหนะมาคุ้มครองดูแลในฐานะพยาน แต่ยังไม่ได้การตอบรับแต่อย่างใด คาดว่าจะได้รับคำตอบภายในวันจันทร์นี้

 ส่วนบรรยากาศที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนยังทยอยกันเดินทางมาเยี่ยมอาการหมอมุกอย่างต่อเนื่อง อาทิ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานและผู้ก่อตั้งองค์กรอุณาโลม พร้อมผู้ติดตาม ซึ่งลงชื่อเซ็นให้กำลังใจในสมุดบันทึก มีใจความว่า “บุญกุศลที่ได้กระทำไว้ ขอให้มีความสุขกาย สุขใจ โดยเร็ว พระบารมีปกเกล้า ครับ ลงชื่อ พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ และคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์” หลังจากนั้น พล.อ.ปฐมพงษ์ ได้พูดคุยกับนายกอสล้างว่า หมอมุกเป็นคนดี รับใช้ชาติ ขอให้หายไวๆ และที่ไม่เข้าไปเยี่ยมในห้องเนื่องจากเกรงว่าเป็นการรบกวนและอาจเกิดการติดเชื้อได้ หลังจากนั้นก็เดินทางกลับ

 ขณะเดียวกัน หลวงพ่อสำราญธรรม ซึ่งเป็นพระที่ พ.ต.พญ.หทัยพรและมารดาทำบุญบ่อยๆ ได้เดินทางมาจาก จ.มหาสารคาม เพื่อเข้าเยี่ยมอาการ พร้อมสวดเจริญภาวนาเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกับขอเสื้อกาวน์ที่ปักชื่อหมอมุก ซึ่งเป็นชุดทำงานของหมอมุกไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตา ก่อนเดินทางกลับทันที ต่อมา นางพะเยา สุกใส อายุ 54 ปี ร่างทรงของท้าวหิรัญพนาสูร ได้มาเพื่อขอรูปถ่าย และวันเดือนปีเกิดของหมอมุก เพื่อนำไปทำพิธีต่ออายุ ซึ่งมารดาของหมอมุกก็ให้วันเดือนปีเกิดพร้อมรูปถ่ายไป พร้อมทั้งขอบคุณที่เดินทางมาให้การช่วยเหลือ