
"ธีรศิลป์"ฮีโร่กิเลนบี้กูปรีบุรีรัมย์ทุบชัยนาท
ธีรศิลป์ แดงดา โขกประตูชัยนำ กิเลนผยอง เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด เชือด กูปรีอันตราย ศรีสะเกษเมืองไทย 1-0 ทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 3 ลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก ขณะที่ศึกโตโยต้าลีกคัพ บุรีรัมย์ พิชิต ชัยนาท 2-0 ไปเปิดศึกสายเลือดกับ บุรีรัมย์-พีอีเอ
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก นัดตกค้างเป็นเกมสุดท้ายของเลกแรก ที่ยามาฮ่า สเตเดี้ยม เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา “กิเลนผยอง” เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด อันดับ 4 ลงสนามพบ “กูปรีอันตราย” ศรีสะเกษเมืองไทย อันดับ 10 เกมนี้หากเจ้าถิ่นชนะ จะขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ส่วนทีมเยือน ถ้ามี 3 แต้มกลับออกไปจะได้สิทธิเป็นทีมอันดับ 5
เริ่มเกมครึ่งแรก แชมป์เก่า เปิดเกมรุกแต่เกมรุกยังทะลุไม่ได้ เพราะทีมเยือนมาเล่นแบบรัดกุมลงไปถอยรับในแดน เจ้าถิ่นมีลุ้นได้ประตูจากฟรีคิกของ ดัสกร ทองเหลา แต่ไปชนกำแพงในนาที 30 และอีก 4 นาทีต่อมา ธีรศิลป์ แดงดา ได้ซัดเน้นๆ แต่ไม่ตรงกรอบ หมดครึ่งแรกเสมอ 0-0
ครึ่งหลังยังเป็นเมืองทองฯ ที่ขึงเกมรุกได้หมด นาที 52 มิโรสลาฟ ทอธ ได้กดเต็มหลังเท้าบอลไปแฉลบกองหลังกูปรี แต่บอลหลุดเสาไปนิดเดียวทั้งที่ วัชรพงษ์ กล้าหาญ นายทวารทีมเยือนขาตายไปแล้ว จนกระทั่งนาที 60 ความพยายามของเจ้าถิ่นมาประตูความสำเร็จ เมื่อ ธีรศิลป์ แดงดา ได้ยิงหน้ากรอบไปชนเสา ก่อนที่ จักรพันธ์ พรใส มาเก็บตกก่อนเปิดจากขวามาให้ ธีรศิลป์ ตัดหน้า วัชรพงษ์ โขกบอลเข้าประตูไปให้เจ้าถิ่นนำ 1-0
หลังได้ประตูนำ เมืองทองฯ ยังกดดันหวังได้ประตูย้ำชัยชนะ นาที 85 นฤพล อารมณ์สวะ ตัวสำรองของเจ้าบ้านเกือบฝังได้สอดมาเอาบอลจาก ธีรศิลป์ ไปยิงติด วัชรพงษ์ กระดอนลอยขึ้นมาให้วอลเลย์บอลลอยไปชนเสา วัชรพงษ์ กลับมารับเข้าอ้อมกอด ช่วงทดเวลานาทีสุดท้าย นาทีที่ 94 ปิยะวัฒน์ ทองแม้น กองหน้าศรีสะเกษ ได้จังหวะยิงในกรอบแล้วถูก ไพฑูรย์ เทียบมา สอดมาสกัดจากด้านหลัง แต่ชัยยะ มหาปราบ ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นจุดโทษ หมดเวลา เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ชนะ 1-0 ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ตามหลังบุรีรัมย์-พีอีเอ 8 คะแนน และเป็นการแพ้นัดแรกของกูปรี นับแต่ รอยเตอร์ โมไรร่า มาคุมทีม 8 นัด
สรุปตารางคะแนน
ทีม แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
บุรีรัมย์-พีอีเอ 17 13 3 1 31 6 42
ชลบุรี 17 10 5 2 38 17 35
เมืองทองฯ 17 10 4 3 22 11 34
บางกอกกล๊าส 17 9 4 4 29 17 31
การท่าเรือไทย 17 7 5 5 20 16 26
อินทรีเพื่อนตำรวจ 17 7 5 5 17 18 26
โอสถสภาฯ 17 6 7 4 26 19 25
บีอีซี เทโรศาสน 17 8 1 8 23 20 25
อาร์มี่ ยูไนเต็ด 17 6 6 5 25 19 24
ศรีสะเกษฯ 17 6 6 5 20 20 24
เอสซีจีสมุทรสงคราม 17 4 7 6 15 19 19
ทีทีเอ็ม พิจิตร 17 5 4 8 17 22 19
เชียงราย ยูไนเต็ด 17 5 4 8 19 25 19
พัทยา ยูไนเต็ด 17 4 6 7 16 20 18
ทีโอที 17 5 1 11 10 27 16
ศรีราชา ซูซูกิ 17 3 4 10 12 23 13
ขอนแก่น 17 3 3 11 14 35 12
ราชนาวี 17 2 5 10 11 31 11
สำหรับผลดิวิชั่น 1 เจ.ดับบลิว รังสิต แพ้ ปตท. ระยอง 0-1, ฟุตบอลเอไอเอสลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ภาคเหนือ พะเยา แพ้ แพร่ ยูไนเต็ด 0-3, กำแพงเพชร แพ้ พิษณุโลก 0-3, นครสวรรค์ เสมอ เพชรบูรณ์ 0-0, ลำพูน วอริเออร์ ชนะ น่าน 2-1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสารคาม ยูไนเต็ด เสมอ หนองคาย 0-0, สกลนคร แพ้ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด 1-3, ชัยภูมิ ยูไนเต็ด แพ้ นครพนม 1-2, นครราชสีมา ชนะ อุดรธานี 3-1 ภาคกลางและตะวันออก ปทุมธานี เสมอ ราชบุรี 1-1, สมุทรปราการ ชนะ อยุธยา 1-0, นครนายก ชนะ กบินทร์ ซิตี้ 1-0, เพชรบุรี ชนะ สระแก้ว ซิตี้ 1-0, ลพบุรี ชนะ เมืองกาญจน์ 4-0 กรุงเทพและปริมณฑล ปราจีนบุรี เสมอ สมุทรปราการ ยูไนเต็ด 1-1, มาบตาพุด นย.ระยอง ชนะ อัสสัมชัญ ธนบุรี 5-0, ธัญบุรี อาร์เอ ยูไนเต็ด แพ้ ม.เกษมบัณฑิต 2-4, นนทบุรี เสมอ ราชวิถี 1-1 ภาคใต้ สุราษฎร์ ชนะ ตรัง 2-0, พังงา ชนะ ปัตตานี 2-1, กระบี่ ชนะ ระนอง 1-0
ส่วนการแข่งขันโตโยต้าลีก คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้ายนัดตกค้าง บุรีรัมย์ เปิดไอ-โมบาย สเตเดี้ยม พบ ชัยนาท ซึ่งถือเป็นการล้างตาของเจ้าถิ่น หลังจากเคยบุกแพ้ 1-2 ในฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 เป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรกและครั้งเดียวในเลกแรก เกมนี้หลังจากบดกันไม่ลงใน 90 นาที ต้องเล่นต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ บุรีรัมย์ จะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 จาก ควาคู อองรี โจล นาที 96 และ ดักลาส คาร์โดโซ ยิงจุดโทษ นาที 112 ทำให้ บุรีรัมย์ ผ่านเข้ารอบ 2 หรือรอบ 32 ทีม ไปเปิดศึกสายเลือดกับ บุรีรัมย์-พีอีเอ ในวันที่ 1 กรกฎาคมต่อไป



