
ช่วยช้างกลับบ้านสานไอเดียรักษ์ป่า
สานต่อกิจกรรมสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนกับโครงการ "แอร์โรว์-โรบินสัน ช่วยช้างกลับบ้าน ปีที่ 2" พร้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ
สามเจ้าภาพหลักนำโดยผลิตภัณฑ์แอร์โรว์ ห้างโรบินสัน และมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ รวมพลังส่งช้างกลับคืนป่าผืนใหญ่ สร้างชีวิตใหม่ให้ช้างไทยได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ทั้งปลูกจิตสำนึกให้คนไทยร่วมกันอนุรักษ์ช้างและป่าควบคู่กัน เปิดแถลงข่าวโครงการไปแล้วที่ โรบินสัน รัชดา วันก่อน
สมพล ชัยสิริโรจน์ ผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายแอร์โรว์ เผยว่า ช่วงที่เริ่มทำโครงการได้ผลิตเสื้อขึ้นมาง่ายๆ เพื่อให้แอร์โรว์มีความพิเศษแล้วนำรายได้จากการขายไปช่วยช้างเพราะสงสาร จากนั้น 2 ปีให้หลัง บุญเกียรติ โชควัฒนา บอสใหญ่แห่งไอซีซีฯ ดำริว่าช้างนั้นสำคัญ จะทำอย่างไรถึงจะช่วยได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีการหารือกับมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ แล้วเห็นตรงกันว่าจะช่วยช้างให้ได้ 80 เชือก โดยแอร์โรว์ดูแลจำนวน 8 เชือก
"กว่า 3 ปีที่ทำโครงการมา เราได้ปล่อยไปแล้ว 9 เชือก และปีที่แล้วได้ร่วมกับห้างโรบินสันปล่อยช้าง 3 เชือก มาปีนี้ได้ขยายผลปล่อยอีกเชือก ด้วยการออกคอลเลกชั่นใหม่เพิ่มเติม แต่ยังคงเป็นเสื้อโปโลเน้นความเรียบง่ายใส่สบาย มีหลายสีให้เลือกและมีขายเฉพาะที่โรบินสันทุกสาขา รายได้ทั้งหมดสมทบทุนมูลนิธิคืนช้างฯ" นายใหญ่ผลิตภัณฑ์ แอร์โรว์ เผย
ขณะที่ ศิวะพร ทรรทรานนท์ เลขาธิการมูลนิธิคืนช้างฯ ให้ข้อมูลสถานการณ์ช้างที่รอรับการช่วยเหลือว่า ทุกวันนี้มีราวหนึ่งร้อยเชือกทั่วประเทศ ไม่เกี่ยวกับช้างของชาวเขาที่ใช้งานทั่วไปหรือช้างที่มีเจ้าของดูแลอย่างดีแล้ว แต่เน้นช้างที่ถูกนำมาหากินตามท้องถนน นำมาบำรุงก่อนจะปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ
"ถ้าเห็นก็จะเข้าไปถามว่าขายไหม จากนั้นก็จะเอาไปเข้าศูนย์ดูแลที่เราเตรียมไว้ มีการทำโป่งเทียมให้ พร้อมทีมสัตวแพทย์รักษาหากเกิดการเจ็บป่วย บำรุงอย่างน้อย 1 ปี และเมื่อปล่อยคืนป่าแล้วไม่ปล่อยเลย มีการจัดเจ้าหน้าที่ติดตามด้วยว่าเขาเป็นอยู่อย่างไร รอดไหม โครงการนี้ไม่มีจำกัดว่าจะช่วยได้กี่เชือก ตั้งใจจะช่วยไปเรื่อยๆ ที่สำคัญยังมีการอนุรักษ์ช้างควบคู่กันด้วยการนำมาผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน และความหลากหลายของพันธุกรรม ซึ่งโครงการนี้ต้องทำกับช้างอย่างน้อย 5 ปีถึงจะตกลูกได้ เชื่อว่าเมื่อมีช้างในป่าเยอะก็จะทำให้ผืนป่าสมบูรณ์ขึ้น" เลขาธิการมูลนิธิคืนช้างฯ กล่าว
ทั้งนี้ ช้างเชือกต่อไปที่จะคืนสู่ป่าคือ "พังคำมี หรือ พังวาเลนไทน์" เป็นช้างเพศเมียที่เคยทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวในปาง จ.ชลบุรี และประจวบคีรีขันธ์ โดยจะจัดพิธีปล่อยในวันอังคารที่ 13 กันยายนนี้ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จ.ลำปาง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลต่อไป



