
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่27มิ.ย.
**คดีความผิดต่อความมั่นคงของรัฐหรือคดีล้มเจ้า ดีเอสไอรับผังรายชื่อของ ศอฉ.ไว้เป็นคดีตั้งต้น ก่อนจะแตกย่อยออกเป็น 20 สำนวนคดี คดีสาขาย่อยมีความคืบหน้าไปตามลำดับ ศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 8 ราย แต่คดี 101 ซึ่งเป็นปฐมบทกลับไม่มีความคืบหน้า สอบสวนกันนานแ
งานสืบสวนแกะรอยเส้นทางเงินเชื่อมโยงกับการเดินทางออกนอกประเทศของบุคคลตามผังก็คว้าได้มาแค่ตะกอน คำตอบง่ายๆ ที่นำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาคือ ยังเป็นชั้นความลับที่ต้องรอรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เบิกเงินไปทำงานทำยังกะเข้าปล้น สั่งให้รายงานความคืบหน้ามาแบบย่องเบา
**"อำพล วงศ์ศิริ" เลขาธิการป.ป.ท. สานต่อกิจกรรมเฟ้นหาคนดีของแผ่นดินปี 2 คัดเลือกข้าราชการความพฤติดี ทุ่มเทในการทำงาน ดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เขตพื้นที่ละ 1 คน รวม 10 คน เพื่อพิจารณามอบรางวัล "พญายมราช เทพผู้ผดุงความยุติธรรม" และมอบรางวัลเกียรติยศให้แก่ ผศ.สำลี ใจดี ผู้หญิงที่ยืนหยัดต่อสู้กับการทุจริตประพฤติมิชอบเพื่อปกป้องประโยชน์ของชีวิตอย่างยาวนาน ส่วนงานในเชิงปราบปรามเลขาฯ อำพลขอให้อดใจรอ ตอนนี้กำลังล่องใต้เก็บข้อมูลการทุจริตออกเอกสารสิทธิบนเกาะภูเก็ต
**ยังเหลืออีก 4 เดือนจึงจะหมดปีงบประมาณ 54 แต่งบคุ้มครองพยาน 10 ล้านบาท ถูกเบิกจ่ายไปเกือบหมด เหลือติดกระเป๋าไม่กี่แสนบาท ทำให้ต้องขบคิดถึงการคุ้มครองพยานบางปากที่ยาวนาน นำเงินคุ้มครองพยานไปใช้ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จิกใช้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว ซ้ำร้ายพยานบางปากวางตัวสุ่มเสี่ยง ออกเดินสายไปทั่วชนิดไม่หวั่นเกรงภัยอันตราย อย่างนี้น่าเสียดายเงินภาษีประชาชน
**พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ เพิ่งกลับจากการดูงานยูเอส มาร์แชล น่าจะลองตั้งเรื่อง เสนอให้อธิบดีธาริต เพ็งดิษฐ์ ทบทวนเปรียบเทียบกับงานคุ้มครองพยานของต้นตำรับสหรัฐอเมริกา ที่เลือกคุ้มครองเฉพาะพยานปากสำคัญซึ่งมีผลต่อคดีสำคัญ ขืนปล่อยให้คุ้มครองกันแบบประชานิยมประสาพี่ไทย เงินเท่าไรก็ไม่พอ



