
สะดุดขาตัวเอง
มีบทวิเคราะห์หลายฉบับได้พูดถึงการบริหารของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ถือว่าขณะนี้สอบผ่านการเป็น "ผู้นำ" เพราะได้แสดงความสามารถนำพาประเทศพ้นวิกฤติการเมืองครั้งใหญ่มาได้ท่ามกลางเสียงชื่นชม
จากนี้ไปจะเป็นการโชว์ความสามารถด้านการบริหารประเทศ เพื่อนำพาชาติให้พ้นวิกฤติในขณะที่สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ถือว่า "รัฐบาลเป็นต่อ"
จึงมีการประเมินกันว่าจากนี้ไปถ้ารัฐบาลจะล้มเหลวน่าจะเกิดจาก "สะดุดขาตัวเอง"
โดยเฉพาะความแตกแยกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล!
ขณะนี้ดูเหมือนจะเริ่มส่อเค้าใกล้เคียงการวิเคราะห์ โดยเฉพาะปัญหาในเรื่อง "งบประมาณ" ที่ดูเหมือนศูนย์รวมอำนาจการจ่ายงบประมาณจะขึ้นอยู่กับ "พรรคประชาธิปัตย์" เป็นหลัก
เนื่องจากแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจทั้งระบบ "พรรคประชาธิปัตย์" เป็นผู้กำกับดูแลทั้งหมด
จึงเป็นที่มาของข่าว "พรรคร่วมรัฐบาล" ไม่พอใจการทำหน้าที่ของ "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ โดยระบุว่าแทรกแซงการทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลมากเกินไป
เป็นเสียงสะท้อนจาก "พรรคชาติไทยพัฒนา" และ "พรรคภูมิใจไทย" ที่ต้องการปรับ "กอร์ปศักดิ์" พ้นเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี
เพราะไม่พอใจมาตรการ "คุมเข้ม" เรื่องการขอเบิกจ่ายงบประมาณจากกระทรวงในโควตาที่ทั้งสองพรรครับผิดชอบ
โดยเฉพาะ "กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา" ที่ "ชุมพล ศิลปอาชา" หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็น "รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา" ที่กระทรวงได้รับอนุมัติไปกว่า 5,000 ล้านบาท แต่ได้รับไปเพียง 1,000 ล้านบาทเท่านั้น
ทั้งที่ยังมีโครงการโรดโชว์เรื่องการท่องเที่ยวในประเทศอีกหลายโครงการ แต่ "กอร์ปศักดิ์" ชะลองบไว้ ด้วยเหตุผล งบไม่เพียงพอ
เป็นเหตุผลที่ "บรรหาร ศิลปอาชา" อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ฟังแล้วถึงกับเต้น !
ใช่แค่เพียงพรรคชาติไทย แม้แต่ "พรรคภูมิใจไทย" เลขาธิการพรรค พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ขวัญใจ "เสี่ยแฮ้งค์" ที่เคยแย้มยิ้ม ก็ถึงกับยิ้มไม่ออก เพราะ "กอร์ปศักดิ์" ติดเบรกจนหัวเกือบทิ่ม เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางการระบายข้าวโพดในสต็อก อ้างว่าราคาที่ได้ "ต่ำเกินไป"
นอกจากนี้ "กอร์ปศักดิ์" ในฐานะ "ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" ยังได้สั่งให้ระงับการประมูลอีกต่างหาก
และยังมีอีกหลายโครงการของ "พรรคร่วมรัฐบาล" ที่ "กอร์ปศักดิ์" ของตรวจสอบโครงการก่อนจะอนุมัติ
ส่วนหนึ่งก็เข้าใจได้ว่า เพื่อความรอบคอบ แต่อีกมุมหนึ่งก็มองได้ว่า นี่มันทำให้โครงการต่างๆ เกิดความล่าช้ากันชัดๆ
เพราะห้วงเวลาอย่างนี้ แต่ละพรรคต้องเร่งทำคะแนนรับมือการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น แต่กลับไม่มีโครงการออกสะดุดตาประชาชน
"กอร์ปศักดิ์" ชี้แจงว่า มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลการใช้จ่ายของหลวงให้ละเอียดว่าไม่มีการนำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์กับคนหนึ่งคนใด จึงต้องรอบคอบมากหน่อย มีหน้าที่ดูแลสำนักงบประมาณ แต่ไม่ได้เข้าไปดูแลว่าเบิกจ่ายเงินล่าช้าหรือรวดเร็ว เพราะเป็นเรื่องระบบราชการ
เรื่องนี้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ก็ยอมรับความล่าช้าของงบประมาณอาจจะเกิดจากความกังวล และห่วงใย จึงต้องดูให้เกิดความมั่นใจว่า ทุกสิ่งเรียบร้อย ซึ่งบางครั้งอาจเห็นอะไรไม่ตรงกับผู้ปฏิบัติในระดับกระทรวง ต้องหาข้อยุติให้ได้
ไม่เพียง "เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย" หากแต่ยืนยันไม่คิดจะปรับ "กอร์ปศักดิ์" ออกจากคณะรัฐมนตรี
แถมยังให้ "ดูแลงบประมาณ" ต่อไปถ้ายังไม่มีการแก้ไขการพิจารณาเบิกจ่ายงบประมาณ ท่ามกลางการจับตาดูว่า ความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะปะทุขึ้นอีกเมื่อใด
เพราะทุกฝ่ายรู้ดีว่าขณะนี้ "รัฐบาล" เงินเหลือน้อยเต็มที การอนุมัติเบิกจ่ายเงินให้แก่โครงการในแต่ละครั้งจึงต้องรอบคอบเป็นพิเศษ
ต่างรู้ดีว่า "งบประมาณ" ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับกระทรวงที่ "พรรคประชาธิปัตย์" เป็นเจ้ากระทรวง ยิ่งการเบิกจ่ายคล่องตัวเฉพาะกระทรวงของพรรคตัวเองดูแลย่อมเกิดปัญหาขึ้นระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
การบริหารแบบ "กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ" ปล่อยให้เพื่อนนั่งหน้าแห้ง รอฝน นานไปมันจะอยู่กันอย่างไร
ถ้าถามว่า สะดุดขาตัวเองแบบไหน ..อ่านถึงบรรทัดนี้ก็น่าจะมีคำตอบ
สมถวิล เทพสวัสดิ์



