ข่าว

 ติวเอสเอ็มอีปรับเกมเจาะลูกค้ากรมส่งออกชี้ช่อง6รูปแบบใหม่ธุรกิจค้าปลีก

ติวเอสเอ็มอีปรับเกมเจาะลูกค้ากรมส่งออกชี้ช่อง6รูปแบบใหม่ธุรกิจค้าปลีก

27 มิ.ย. 2554

กรมส่งออกแนะเอสเอ็มอีปรับกลยุทธ์เข้าถึงลูกค้า-เพิ่มยอดขาย ชี้ 6 เทรนด์ธุรกิจค้าปลีกแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยี สื่อสังคมออนไลน์ อัดโปรโมชั่นรายวัน และตอบสนองอย่างรวดเร็ว เจาะตรงลูกค้ารายตัว

 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวว่า แนวโน้มการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบันต้องอาศัยเทคโนโลยีใหม่ รวมทั้งการซื้อขายสินค้าในระบบสังคมออนไลน์ จึงเป็นโอกาสดีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีความสามารถในการปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว ที่จะใช้สื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เป็นเครื่องมือในการช่วยให้การขายมีประสิทธิผลมากขึ้น

 โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก ได้รายงานรูปแบบใหม่ของการค้าปลีก 6 แบบที่เปลี่ยนแนวทางการซื้อขายของผู้บริโภค ไว้น่าสนใจ เช่น การจำกัดเวลาซื้อสั้นขึ้น การประมูลราคาโดยผู้ซื้อตั้งราคากันเอง การใช้เครื่องเอกซเรย์ขนาดร่างกายเพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับผู้มีเวลาน้อย การให้ส่วนลดในเปอร์เซ็นต์ที่สูงผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อการนำเสนอสินค้าแบบใหม่และตัดสินใจซื้อด่วน เป็นต้น

 ส่วนความคืบหน้าโครงการตลาดกลางซื้อขายทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ไทยแลนด์ บี2บี อี-มาร์เก็ตเพลส ผ่านเว็บไซต์ www.thaitrade.com เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กรกฎาคม 2554 นี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันการส่งออกในภาพรวมทั้งปีของไทยให้ขยายตัวได้ไม่น้อยกว่า 15% หรือมีมูลค่า 224,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากช่วง 5 เดือนแรกไทยส่งออกคิดเป็นมูลค่าแล้วกว่า 9.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 25.2%

 นางสมจินต์ เปล่งขำ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) กล่าวถึง 6 รูปแบบใหม่ของการค้าปลีกว่า ได้แก่ 1.ข้อเสนอรายวัน เป็นการจำกัดเวลาในการเสนอสินค้าราคาพิเศษในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งมีเว็บไซต์ของหลายบริษัทนิยมใช้กลยุทธ์นี้และสามารถเพิ่มยอดขายได้ โดยเฟซบุ๊ก และอะเมซอน ก็ใช้วิธีการนี้ในการส่งเสริมการขาย 2.การประมูลโดยผู้ซื้อเป็นผู้ตั้งราคาเอง 3.การจัดส่งฟรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์

 4.การเอกซเรย์ทั้งตัวโดยใช้เวลาประมาณ 20 วินาที เพื่อวัดขนาดของลูกค้า และระบบนี้จะเชื่อมกับขนาดของสินค้าหลายๆ แบรนด์ 5.การให้คูปองส่วนลดผ่านระบบมือถือ ทั้งไอโฟน แอพพลิเคชั่น หรือสมาร์ทโฟนต่างๆ ในการได้ส่วนลดราคา ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้คูปองนี้ในการซื้อของ ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มร้านค้าปลีกและร้านอาหาร และ 6.การขายผ่านสังคมออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก เพราะร้านขายของทางเฟซบุ๊ก (F-Commerce) กำลังเป็นที่นิยมของกลุ่มลูกค้าที่ชอบซื้อของทางช่องทางนี้