ข่าว

ภัยคนเมืองใหญ่

ภัยคนเมืองใหญ่

27 มิ.ย. 2554

จะว่าไปน่าจะเป็นเรื่องของภัยสำหรับคนมีเงินซื้อรถมาขับแล้วแย่งกันหาที่จอดรถเพราะถนนและที่จอดรถมีน้อยกว่าความต้องการโดยเฉพาะในที่ที่คนหมู่มากไปอยู่รวมกันไม่ว่าจะเป็นย่านการค้าธุรกิจ ย่านตลาดที่ทุกคนไปจับจ่ายใช้สอย

หรือร้านอาหารที่มีผู้คนนิยมไปอุดหนุนและช่วยไม่ได้ที่ทุกคนจะมีความหิวพร้อมกันเพราะเป็นธรรมชาติของคนทั้งโลก และภัยที่หยิบยกมาวันนี้มีเหตุมาจากคดีขับรถชนคุณหมอโดยเหตุเกิดใกล้กับสถานีรถไฟสามเสนเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

 รายละเอียดของคดีคงว่ากันไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวนและฟ้องร้องตามกฎหมาย แต่ที่เป็นวิถียุติธรรมในวันนี้ตรงประเด็นการใช้ความรุนแรงและผิดกฎหมายกับกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นเห็นว่าสังคมต้องหันมาให้ความสนใจอย่างจริงจัง

 ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติของการอยู่ร่วมกันในสังคมขนาดใหญ่ แต่เมื่อความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วคู่กรณีและสังคมมีวิธีการและเครื่องมือในการจัดการกับความขัดแย้งหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและเรียบร้อยหรือไม่ มิฉะนั้นเรื่องที่เล็กน้อยอาจกลับกลายลุกลามไปจนถึงการสูญเสียแบบเรื่องไม่เป็นเรื่องจนได้ วิถียุติธรรมสำหรับคนไทยในเรื่องนี้เป็นอย่างไร

 สำรวจสภาพแวดล้อมสังคมไทยยุคปัจจุบันพบว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะการไม่เคารพกติกาสังคมไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหรือระเบียบต่างๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องฆ่ากันตาย เคยมีการเสนอให้เพิ่มโทษของการไม่ปฏิบัติตามกฎ หรือระเบียบให้มากขึ้น โดยการคิดว่าคนที่จะทำผิดเกรงกลัวโทษแล้วจะยับยั้งชั่งใจละเว้นการกระทำผิด เหตุที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันก็พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดข้างต้น คือ ไม่ว่าโทษจะหนักเพียงใดก็ไม่ได้ส่งผลเป็นการข่มขู่ให้เกรงกลัวแต่อย่างใด

 แนวทางที่เห็นว่าจะเสริมสร้างการเคารพกติกาสังคมก็คือความสม่ำเสมอและต่อเนื่องอย่างเอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมายไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ที่มีโทษเบาหรือโทษหนัก

 นอกจากการส่งเสริมเรื่องความสม่ำเสมอในการบังคับใช้กฎหมายแล้ว การส่งเสริมและคุ้มครองให้คนที่ปฏิบัติตามกติกาหรือกฎหมายและระเบียบได้รับสิทธิตามที่ควรจะเป็นอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมควบคู่ไปด้วย จะทำให้เกิดวิถียุติธรรมในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

 การดำเนินการทั้งสองด้านควบคู่กันอย่างจริงจังคือ การเคร่งครัดต่อกฎหรือระเบียบ ขณะเดียวกันต้องคุ้มครองและให้สิทธิแก่ผู้ที่ปฏิบัติตามอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา สังคมจะเกิดสมดุลและเชื่อมั่นศรัทธาต่อการเคารพกติกาและกฎหมายไปโดยปริยายจนกลายเป็นวัฒนธรรมการเคารพกฎหมายในที่สุด

 เมื่อสร้างสมดุลทั้งสองด้านแล้ว น่าจะคาดได้ว่าค่านิยมและวัฒนธรรมไม่ใช้ความรุนแรงจะเข้ามาแทนที่ วีถียุติธรรมในสังคมจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป ผลที่ได้จึงเป็นการป้องกันอาชญากรรมไม่ให้เกิดซ้ำซ้อน ผู้คนจะเคารพกติกาและกฎหมายโดยไม่ต้องเอาโทษหนักมาข่มขู่ให้เกรงกลัวกันอีกต่อไป และไม่ต้องเพิ่มคนหรือเงินเพื่อมาเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายกันมากนัก

 เมื่อหันกลับมามองกรณีเหตุร้ายที่เกิดขึ้นข้างต้นจะพบสาเหตุที่สำคัญประการหนึ่ง คือ คู่กรณีไม่สามารถใช้กติกาและกลไกของสังคมในการแก้ไขและเยียวยาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้แม้จะเป็นเพียงเรื่องที่ดูเล็กน้อยก็ตาม ฝ่ายที่มีความอดกลั้นน้อยกว่าจึงเลือกใช้ความรุนแรงกับอีกฝ่ายหนึ่ง

 ถึงบทพิสูจน์อีกบทหนึ่งในชีวิตประจำวันว่าการไม่เคารพกติกาสังคมนำไปสู่ความรุนแรงและหันเหไปจากวิถียุติธรรม