
ทางออกของทักษิณ
ถึงชั่วโมงนี้ ไม่มีการสำรวจคะแนนนิยมของพรรคการเมืองใดมาชี้นำการเลือกตั้งอีก ฉะนั้นการต่อสู้ในเชิงวาทกรรมที่พุ่งเป้าจุดตายของพรรคการเมืองคู่แข่ง จึงเป็นวิธีการสำคัญประการเดียวที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นต่อในช่วงโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรา
ทุกโพลล์ก่อนหน้านี้อย่างน่าเป็นกังวล ตัวเลขชุดเดียวกันนี้ ได้ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามฮึกเหิมและมั่นใจในชัยชนะ จนกระทั่งแม้วันเลือกตั้งจริงยังมาไม่ถึง พวกเขาก็มีการติดต่อประสานงานเพื่อจัดตั้งรัฐบาลกันแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ใช้ประเด็นนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยจะเพลี่ยงพล้ำเมื่อแสดงท่าทีว่าจะมีการนิรโทษในตอนต้น ต่อมาเปลี่ยนเป็นไม่ใช่นโยบายของพรรคเพื่อไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เขียนข้อความขนาดยาวผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันเสาร์ (25) จับผิดเพื่อไทยในชื่อตอนว่า “นิรโทษกรรมไม่ใช่นโยบายเพื่อไทย?” มีใจความสำคัญที่บ่งบอกว่าพรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายที่จะนิรโทษกรรมเป็นภารกิจเร่งด่วน หากได้เป็นรัฐบาล “คุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะพูดหน้าตาเฉยโดยไม่สะทกสะท้านว่า นิรโทษกรรมไม่ใช่นโยบายพรรคเพื่อไทย เป็นเพียงคำพูดของคนคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น ที่น่าตกใจไปกว่านั้น คือ ถัดมาอีกหนึ่งวันพรรคเพื่อไทยถึงกับออกแถลงการณ์ว่า นิรโทษกรรมไม่ใช่นโยบายพรรค และกล่าวหาว่าผมจงใจใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ผมคิดไม่ถึงว่าจะมีพรรคการเมืองหลอกลวงประชาชนซึ่งๆ หน้าเช่นนี้”
ดูเหมือนหนทางจะช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะไม่ง่ายดายนัก อย่างน้อยแคมเปญ “ไม่ล้างความผิด” ล่าสุดของพรรคประชาธิปัตย์ หรือการเรียกร้องให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ 250 เสียง เพื่อยืนยันการทำหน้าที่หรือเสถียรภาพของรัฐบาล ก็เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยน่าจะหวั่นไหวไม่น้อย แต่นัยนี้ก็เป็นความปรารถนาของพรรคเพื่อไทยด้วย เพราะไม่ว่าพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดเช่นนั้น ก็จะตัดปัญหาแก่งแย่งแข่งชิงพรรคการเมืองอื่นมาเป็นรัฐบาลผสมไปได้ระดับหนึ่ง ส่วนประเด็นนิรโทษกรรม เพื่อเปิดช่องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากการต้องถูกคุมขังในฐานะนักโทษนั้น ก็มีประเด็นที่น่าสนใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจจะเลือกวิธีพักโทษเป็นทางออกก็ได้ และนั่นคือสิ่งที่เขาแสดงความมั่นใจว่าจะได้กลับมาในเดือนธันวาคม
สังคมไทยอาจจะไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องการพักโทษ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีนักการเมืองอย่างน้อย 2 คน ได้รับการพักโทษไปแล้ว คือ นายสมัคร สุนทรเวช ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในคดีทุจริตยา การพักโทษเป็นวิธีการหนึ่งในการปล่อยตัวผู้ต้องขังออกไปก่อนกำหนด ซึ่งในคดีที่ไม่ใช่โทษร้ายแรง หรือคดียาเสพติดที่มีพฤติกรรมและความร้ายแรงตามที่มีข้อกำหนด ผู้กระทำความผิดรับโทษเพียงวันเดียว ก็อาจพักโทษได้ เดือนธันวาคม ซึ่งเป็นวาระแห่งมหามงคล จึงเป็นเดือนที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มั่นใจว่าเขาจะได้กลับมา



