ข่าว

ปากคำชาว"หมู่บ้านเสื้อแดง"แห่งแรกตั้งปลุกขวัญกำลังใจ..ไม่ใช่ล้มสถาบัน!

ปากคำชาว"หมู่บ้านเสื้อแดง"แห่งแรกตั้งปลุกขวัญกำลังใจ..ไม่ใช่ล้มสถาบัน!

27 มิ.ย. 2554

รถปิกอัพที่ผู้เขียนร่วมโดยสารออกจากตัวเมืองอุดรธานี มุ่งสู่ "บ้านหนองหูลิง" ได้ไม่นาน ภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน กองชัย ชัยกัง ชื่อ คำแสน ชัยกัง วัย 42 ปี ก็เริ่มบ่นว่า ตั้งแต่หมู่บ้านตกเป็นข่าวว่าเป็น “หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย” หมู่บ้านแรกใน จ.อุดรธานี

 “คุณก็เอาหลักฐานมาสิ...เมื่อวานตอนเช้าก็มา กอ.รมน. มาคุกคามเราตลอด"

 คำแสนบ่นต่อว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น ทาง กอ.รมน.ได้ส่งมอบบ้านที่ซ่อมให้ชาวบ้านในหมู่บ้านหนองหูลิงสองหลัง

 “เขาบอกมามอบบ้าน มันเสร็จแล้วนะ แต่ก็ยังเข้ามา ชาวบ้านเขานั่งคุยกัน ทหารเข้ามา มันไม่ปกติแล้วนะ”

 ได้ยินเช่นนั้น ผู้ใหญ่กองชัยผู้เป็นสามีและคนขับรถปิกอัพก็พูดแทรกขึ้นมา “ถามเหมือนกันว่า ทำไมมาบ่อยครั้ง เขาก็บอกว่า เขาติดผู้หญิง”

 ด้านภรรยาก็พูดต่อว่า ตอนนี้กระแสเสื้อแดงมันแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ในหลายจังหวัด ส่วนที่หมู่บ้านนั้น ทั้งนายอำเภอและปลัดอำเภอก็มาเยี่ยม และโทรมาถามวันละสามสี่ครั้งว่า "นักข่าวมาถามอย่างไรบ้าง" เพื่อจะไปเขียนรายงานให้เจ้านาย

 20 นาทีผ่านไป พวกเราก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านหนองหูลิง ซึ่งมีป้ายหมู่บ้านสีแดงพร้อมรูปอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร กับข้อความเขียนว่า “หมู่บ้านคนเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย”

 ผู้เขียนจึงขอให้ทั้งสองสามีภรรยาพร้อมหลานสาวตัวน้อยช่วยลงไปยืนหน้าป้าย เพื่อถ่ายรูปไว้สำหรับประกอบบทความ

 หลังกดชัตเตอร์เสร็จ นางคำแสนก็กล่าวต่อว่า นายอำเภอได้ขอให้ชาวบ้านปลดธงแดงหน้าบ้านออก แต่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งไม่ยอม พร้อมย้ำว่า ทางการ “จะห้ามเราเป็นแดงก็ห้ามไม่ได้”

 ณ บ้านผู้ใหญ่บ้าน มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาล้อมวงพูดคุยด้วย หญิงคนหนึ่งชื่อ นางทองบ่อ ศิริปรี บอกว่า เธอเสียใจที่ตอนนี่หมู่บ้านถูกกล่าวหาอย่างเสียๆ หายๆ ขณะที่ นางสมภาท ชินคำ กล่าวว่า ชาวบ้านหมู่บ้านเสื้อแดงเพียงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม ผู้ใหญ่บ้านกองชัยกล่าวเสริมว่า หลังเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ชาวบ้านที่นี่รู้สึกหวาดกลัวมาก บางคนเอาเสื้อแดงไปเผา บ้างก็เอาซีดีของนปช.ไปฝังดิน

 "ความคิดเรื่องการประกาศให้หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเสื้อแดงจึงเกิดขึ้นเพื่อรักษาขวัญกำลังใจของมวลชนเสื้อแดง และเพื่อไม่ให้เกรงกลัวอำนาจรัฐ”

 พูดเสร็จผู้ใหญ่บ้านก็หยิบเอาเอกสาร “บันทึกข้อความ” ของทางทหารที่เขาได้รับเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในระหว่างที่ กอ.รมน.ภาค 2 ได้ทำพิธีส่งมอบบ้านที่ซ่อมแซม 2 หลัง พร้อมทั้งให้สำนักข่าวเอเอฟพีของฝรั่งเศสมาทำข่าว

 ผู้เขียนพลิกดูกระดาษสองหน้าก็พบโปรแกรมหน้าสนใจอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งเป็นโปรแกรมของวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ระหว่างเวลา 13.20-14.20 น. ซึ่งเป็นรายการ “พบปะประชาชน / ศึกษาสภาพสังคมจิตวิทยา”

 "เราไม่ได้ล้มล้าง เราไม่เคยคิด แต่เราเห็นด้วยกับการให้สถาบันอยู่เหนือการเมือง" ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน กล่าวย้ำหนักแน่น “ทำไมเขาถึงอยากมาเปลี่ยนใจเฮา? เขาสิมาให้เฮาเปลี่ยนใจ แต่อย่างไรก็เปลี่ยนบ่ได้หรอกใจน่ะ” นางสมภาทกล่าวเสริม อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่กองชัยพยายามมองโลกในแง่ดีว่า การที่ชาวบ้านในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อย "ปลดธงแดง" อาจเป็นผลดีต่อการพิจารณาคดีลูกของเขา ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มชาวอุดรกว่า 20 คน ที่ถูกจับหลังเหตุการณ์เมื่อปีก่อน และจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รับการประกันตัว

 ส่วนการเลือกตั้งที่จะมาถึงในเร็ววันนี้ พวกเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ โดยพวกเขาเกรงว่า อาจมีการแทรกแซงจาก “มือที่มองไม่เห็น” หรือไม่ก็เกิดการ "รัฐประหาร"

 ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านโพล่งขึ้นว่า "หากเกิดรัฐประหารอีก แล้วคนในสังคมยอมรับได้ ก็แสดงว่าคนในประเทศโง่น่ะสิ” พลางหัวเราะชอบใจ

 ด้านผู้ใหญ่กองชัยมองว่า ไม่น่าเกิดรัฐประหาร แต่จะมีการจัดตั้ง "รัฐบาลซ่อนรูป" ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศอย่างยิ่ง “คนยิ่งรู้ ยิ่งกลายเป็นเสื้อแดงเยอะ” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านกล่าวทิ้งท้าย

 ก่อนจากหมู่บ้าน สองสามีภรรยาบอกด้วยว่า หนึ่งในคำถามที่พวกเขาถูกทางการถาม ในช่วงไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา คือ พวกชาวบ้านจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงกันเอง โดยที่ไม่มีคนข้างนอกมาช่วยจัดตั้งหรือ?

 “เขา(ทหาร)มาสืบว่า จัดตั้งอย่างไร มีใครมาช่วยไหม ผมก็บอกไม่มีหรอก” ผู้ใหญ่กองชัย กล่าวยืนยัน
 ผู้เขียนจึงบอกทั้งสองคนไปว่า คำตอบเช่นนี้น่าจะทำให้ทหาร "เป็นห่วง" มากกว่าเดิมเสียอีก

กอ.รมน.ลั่นต้องไม่มี"รัฐซ้อนรัฐ"

 พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกอ.รมน. กล่าวถึงกรณีชาวบ้านหมู่บ้านเสื้อแดงพาดพิงว่า กอ.รมน.ส่งกำลังไปคุกคาม โดยได้ปฏิเสธเรื่องการคุกคาม แต่ยอมรับในประเด็นที่ว่า กอ.รมน.ได้ส่งกำลังพลไปสอดส่องดูแลจริง

 ส่วนประเด็นเรื่องการข่มขู่คุกคาม พล.ต.ดิฏฐพร ยืนยันว่า ไม่มี ส่วนที่ต้องลงไปจับตาหมู่บ้านเสื้อแดง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "ความมั่นคง" ของประเทศ โดยมีการร้องเรียนว่า มีการจัดตั้งหมู่บ้าน และตั้ง "ผู้นำชุมชน" ขึ้นมา "ทับซ้อน" กับผู้นำท้องที่ คือ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และนายอำเภอ ดังนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะ "ผอ.รมน.จังหวัด" จึงมีหน้าที่โดยตรงที่จะดูว่า "ผิดกฎหมายปกครอง" หรือไม่

 "ทหารมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย และรักษาความมั่นคงของชาติ หากมีอะไรที่กระทบความมั่นคง เราปล่อยปละละเลยไม่ได้เพื่อไม่ให้มันลุกลามบานปลายออกไป ซึ่งเรากำลังจับตาดูอยู่ ส่วนเรื่องกฎหมายปกครอง คงต้องขอความชัดเจนจากกระทรวงมหาดไทย ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ แต่หลักการคือ รัฐไทยต้องเป็นหนึ่งเดียว จะตั้งรัฐขึ้นมาทับซ้อน และแบ่งแยกไม่ได้"

ประวิตร โรจนพฤกษ์