
บุกเดี่ยวยิงกรอกปากครูซี8ดับคาห้องส่ง
มือปืนบุกเดี่ยวใช้ปืนลูกซองยิงกรอกปากครูซี 8 ดับคาห้องส่งวิทยุชุมชน เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ขณะกำลังนั่งจัดรายการ ตำรวจสันนิษฐาน ปมเหตุน่าจะมาจากเรื่องชู้สาวแต่ไม่ทิ้งประเด็นทางการเมือง
เมื่อเวลาประมาณ 23 .00 น.ของคืนวันที่ 25 มิ.ย.54 ร.ต.อ.อนันตชัย คำด้วง ร้อยเวร สภ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานีได้รับแจ้งเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 48 ม.10 ต.กาบิน อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิทยุชุมชนคลื่น 99.25 เมกเฮิร์ต จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.มหฤกษ์ เสตพันธ์ ผกก. พ.ต.ท.ชาญชศิษย์ ฉายกล้า รอง ผกก.(สส)และแพทย์เวรจาก รพ.กุดข้าวปุ้น
ในที่เกิดเหตุซึ่งเป็นห้องส่งกระจายเสียง พบศพนายไสว ฉิมพลี อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นนายสถานีและเป็นครูซี 8 โรงเรียนบ้านกาบิน สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองกรอกปาก กระสุนฝังใน เลือกสาดกระเด็นเต็มห้องส่ง นอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่และแพทย์เวร ต้องนำส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัด เพื่อผ่าตัดหาผลพิสูจน์
และในช่วงเช้าของวันที่ 26 มิ.ย.54 พ.ต.ท.วราภรณ์ จึงตระกูล เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ เพื่อหาร่องลอยลายนิ้วมือและหลักฐานอื่นๆของคนร้าย เพื่อประกอบหลักฐานหาตัวมือปืนโหดรายนี้มาดำเนินคดี
นางรัตธิยา ฉิมพลี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตาดแต้ อ.กุดข้าวปุ้น ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัดจึงเดินออกมาและได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์สตาร์ทเครื่องอยู่หน้าบ้านวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พอเดินไปที่ห้องส่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านพัก เสียงเพลงยังดังและออกอากาศตามปกติ จนถึง เที่ยงคืน จึงปิดสถานี พบสามีถูกยิง จึงร้องเรียกลูกและญาติๆให้มาช่วยเหลือ พร้อมโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
นางรัตธิยา ยังกล่าวอีกว่า สามีเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร เป็นคนอารมณ์ดี ชอบพูดชอบร้องเพลง จึงลงทุนจัดตั้งสถานีวิทยุขึ้น เพื่อสื่อสารสัมพันธ์กับชุมชนในท้องถิ่นเท่านั้น อยากให้เจ้าหน้าที่ตามจับตัวมือปืนมาลงโทษโดยเร็ว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งปมสังหารไว้หลายประเด็นทั้งเรื่องชู้สาว เนื่องจากผู้ตายเป็นคนมีการงานที่มั่นคง รูปหล่อหน้าตาดีและพูดเก่ง ปัญหาเรื่องที่ดินปลูกยางพาราซึ่งมีข้อพิพาทกันอยู่และเรื่องการเมือง ซึ่งผู้ตายมีพรรคการเมืองหลายพรรคอยากให้เป็นหัวคะแนนให้ และคนร้ายน่าจะขับขี่รถจักรยานยนต์มาเพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็จะเร่งสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



