
ชาวอเมริกันฮิตปลูกผักสวนครัว
สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ นำคณะนักเรียนจากโรงเรียนประถมแบนครอฟท์ร่วมกันปลูกผักสวนครัวที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 9 เม.ย.
เทรนด์ที่กำลังมาแรงอยู่ในสหรัฐขณะนี้คือการปลูกผักสวนครัว มีชาวอเมริกันมากถึง 1 ใน 3 ฮิตปลูกมะเขือเทศ แตงกวา และถั่วเอาไว้กินเอง แถมหนึ่งในนั้นยังรวมถึงนางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ที่เพิ่งนำเด็กๆ มาช่วยกันปลูกผักสวนครัวที่ทำเนียบขาวไปเมื่อไม่นานมานี้ด้วย
ข้อมูลจากสมาคมทำสวนแห่งชาติอเมริกัน (เอ็นจีเอ) ระบุว่า ขณะนี้พืชผักสวนครัวกำลังผุดขึ้นทั่วสหรัฐ มีครัวเรือนถึง 37% ปลูกผักไว้กินเอง เพิ่มขึ้นพรวดพราดจากสถิติเพียง 19% เมื่อหนึ่งปีก่อน พร้อมคาดการณ์ด้วยว่าจะมีครัวเรือน 43 ล้านหลังที่จะปลูกผักสวนครัวในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 36 ล้านหลังในปีที่แล้ว
ปัจจัยที่ทำให้การปลูกผักสวนครัวบูมสุดๆ นี้มีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน ตั้งแต่ผลพวงจากวิกฤติเศรษฐกิจที่ทำให้แทบทุกครัวเรือนต้องรัดเข็มขัด ตลอดจนกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการที่คนหันมาห่วงใยความปลอดภัยของอาหารที่เอาใส่ปากกันมากขึ้น
"เหตุผลที่มาเป็นอันดับแรกคือคนต้องการอาหารที่มีรสชาติดีขึ้น 58% ประหยัดค่าอาหาร 54% และต้องการอาหารที่คุณภาพดีและปลอดภัยขึ้น 51%" บรูซ บัตเตอร์ฟิล์ด นักวิจัยประจำเอ็นจีเอ กล่าว
ด้านนางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐกล่าวถึงเหตุผลในการทำสวนครัวที่ทำเนียบขาวเอาไว้ว่า "ฉันต้องการความมั่นใจว่าครอบครัวของเรา รวมถึงทีมงาน และทุกคนที่มายังทำเนียบขาวและกินอาหารของเราจะได้กินพืชผักและผลไม้ที่สดจริงๆ"
โพลล์ที่แฮร์ริสจัดทำขึ้น พบว่ามีชาวสวนครัวอยู่ 1 ใน 5 ที่เพิ่งจะมาลงมือปลูกผักกินเป็นครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งก็รวมถึงนางมิเชลที่ได้จัดงานปลูกผักสวนครัวขึ้นที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา
กลุ่มคิทเชน การ์เดนเนอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งคอยชักชวนและสอนคนให้ปลูกอาหารกินเอง กล่าวว่า การที่นางมิเชลหันมาปลูกผักนั้นเป็นผลมาจากการที่มีคนกว่าแสนคนได้ขอร้องให้ครอบครัวหมายเลข 1 ปลูกผักสวนครัวเอาไว้ตรงไหนก็ได้ในสวนของทำเนียบขาวที่มีเนื้อที่ถึง 40 ไร่
นอกจากนี้แล้ว มิเชลยังมองว่าการทำสวนครัวทำให้คนในครอบครัวได้มามีกิจกรรมร่วมกันอีกด้วย โดยสุภาพสตรีหมายเลข 1 ได้พูดตลกระหว่างเปิดงานนี้ว่า "ทุกคนในครอบครัวจะต้องมาช่วยกันถอนวัชพืช ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม"
ทั้งนี้ ชาวอเมริกันหันมาทำสวนครัวกันมากขึ้นในปี 2551 ซึ่งเป็นช่วงที่อาหารที่มีราคาแพงขึ้นพรวดพราด นอกจากนี้ยังมีคนร่วม 1 ล้านคนที่หันไปปลูกพืชผักในสวนชุมชนเอาไว้กินกัน แล้วจำนวนก็กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีคนอีกถึง 5 ล้านที่อยากจะเข้าร่วมด้วย
หากคุณอยู่ในสหรัฐแล้วไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง คุณสามารถไปเช่าพื้นที่เล็กๆ ในสวนออร์แกนิกชุมชนที่ดูแลโดยกรมอุทยานแห่งชาติมาปลูกผักในราคาเพียง 20 ดอลลาร์ (700 บาท) เท่านั้น
อย่างในกรุงวอชิงตัน ซึ่งมีอากาศอุ่นชื้นทำให้มีฤดูเพาะปลูกยาวนานนั้น มีสวนชุมชนอยู่ราว 20 แห่งทั่วเมือง แต่มีข้อเสียอย่างหนึ่งตรงที่คุณอาจต้องเข้าคิวรอยคอยใช้สวนเหล่านั้นนานถึง 2 ปีเลยก็ได้
ทั้งนี้ผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกันใช้เงินไปกับสวนครัวของตัวเองกันโดยเฉลี่ย 70 ดอลลาร์ (ราว 2,450 บาท) แล้วก็ใช้เวลา 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการดูแลสวน ส่วนผลผลิตที่ได้จะมีมูลค่าประมาณ 530 ดอลลาร์ (ราว 18,550 บาท) ต่อปี
บัตเตอร์ฟิล์ดจากเอ็นจีเอยังบอกด้วยว่ายอดขายเมล็ดพันธุ์พืชยังพุ่งขึ้นถึง 20-30% ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนี้เพราะชาวอเมริกันอยู่กับเหย้ากับเรือนกันมากขึ้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ จึงหันมาปลูกผักสวนครัวเพื่อฆ่าเวลากัน
"การมีสวนครัวช่วยให้ฉันเกิดความรู้สึกมั่นคง ฉันมั่นใจว่าตัวเองจะหาทางเอาชีวิตรอดได้ ไม่ว่าจะมีงานทำหรือไม่ก็ตาม สวนแห่งนี้ และชุมชนสวนครัวจะช่วยให้ฉันแข็งแกร่งอยู่ได้" ลีห์ เครนชอว์ นักปลูกผักสวนครัวในวัย 20 กว่าๆ กล่าว



