ข่าว

ทุบหัวฆ่าข่มขืนผอ.สาวหมกสวนลิ้นจี่

ทุบหัวฆ่าข่มขืนผอ.สาวหมกสวนลิ้นจี่

26 มิ.ย. 2554

ฆาตกรโหดทุบหัวฆ่าข่มขืน ผอ.สาวใหญ่โรงเรียนดังเมืองสมุทรสงคราม ทิ้งศพหมกสวนลิ้นจี่ สุดซาดิสต์กัดหัวนมเป็นแผลเหวอะ ระบุเหยื่อเป็นคนโอบอ้อมอารี ตำรวจระดมทีมล่ากระชั้นชิด คาดเป็นคนรู้จักกัน

 เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน พ.ต.ท.วิรัชช์ พัชรประภาพันธ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม รับแจ้งเหตุพบศพหญิงถูกฆ่าเสียชีวิตอยู่ในสวนลิ้นจี่ หลังบ้านเลขที่ 20 หมู่ 2 ต.เหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นรุดไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ

    บริเวณที่เกิดเหตุพบศพหญิงมีอายุ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในร่องสวน สภาพตัวแข็งทื่อ เปลือยกายท่อนล่าง แพทย์ชันสูตรพลิกศพพบว่า ที่บริเวณอวัยวะเพศมีคราบเลือดติดอยู่ เสื้อยกทรงถูกฉีกออก ที่บริเวณหัวนมทั้งสองข้างมีร่องรอยถูกกัดจนเป็นแผล ส่วนที่ศีรษะมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งจนเป็นรอยยุบ แพทย์สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง

   พ.ต.ท.วิรัชช์เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายทรัพย์สิทธิ์ สุขโต อายุ 45 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิตให้การว่า ผู้เสียชีวิตคือน.ส.ทรัสตี สุขโต อายุ 56 ปี มีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวัดอมรวดี ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา ปกติช่วงเย็นทุกวัน พี่สาวมักจะนำอาหารมาให้สุนัขที่บ้านของตน ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน เวลาประมาณ 19.00 น.เศษ  พี่สาวได้นำอาหารมาให้สุนัขเหมือนเช่นเคย แต่หลังจากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตนคิดว่าพี่สาวคงมีธุระ แต่เนื่องจากหายไปนานผิดสังเกต จึงได้ชวนเพื่อนๆ ไปตามหาที่โรงเรียนแต่ก็ไม่พบ กระทั่งช่วงเช้า น้องชายและเพื่อนๆ ก็ช่วยกันตามหาอีก กระทั่งมาพบพี่สาวถูกฆ่าเสียชีวิตดังกล่าว 

  สารวัตรเวรสอบสวนกล่าวอีกว่า จากการสอบสวนน้องชายของผู้เสียชีวิตให้การยืนยันว่า พี่สาวเป็นคนโอบอ้อมอารี ชาวบ้านใกล้เคียงรักใคร่นับถือ ขณะนี้ได้ประสานให้ชุดสายตรวจ ชุดสืบสวนของ สภ.อัมพวาและของจังหวัดลงพื้นที่หาข่าว เพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว ทั้งนี้ จะเชิญน้องสาวรวมทั้งญาติผู้ตายมาสอบปากคำอีกครั้ง

 อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนที่รู้จักกับผู้ตาย เพราะหากเป็นคนแปลกหน้า สุนัขที่ผู้ตายนำอาหารมาให้จะต้องเห่าจนเป็นที่ผิดสังเกต ซึ่งจะได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวชเพื่อตรวจสอบอีกครั้งต่อไป