
เตือนเหนือ-อีสาน17จังหวัดระวังน้ำท่วม
"ศภช."เตือนเหนือ-อีสาน 17 จังหวัด ระวังน้ำท่วมฉับพลัน กำชับเจ้าหน้าที่พร้อมแจ้งปชช.เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด ฝนตกหนักดินทลายด์ปิดเส้นทางเข้าหมู่บ้านป่าเหมี้ยง อ.เมืองปาน จ.ลำปาง จนท.กำลังเปิดแส้นทาง ระบบเตือนภัยชำรุด ชาวลับแลเตรียมอพยพหนีน้ำหลังฝนตกหนัก
(26มิ.ย.) ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.)แจ้งว่า ในวันที่ 26-27 มิ.ย.จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และหนองคาย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการ พร้อมติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
ฝนตกหนักดินทลายปิดเส้นทางเข้าหมู่บ้านป่าเหมี้ยง
นายมนัส สิงห์ชัย ผู้ใหญ่บ้านป่าเหมี้ยง ม.7 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ทั้งคืนที่ผ่านมา เกิดฝนหนักในหมู่บ้านและขณะนี้ก็ยังตกอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่พบว่ามากกว่า 90 มิลลิเมตร จึงทำให้เกิดดินโคลนถล่มลงมาปิดทับเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านป่าเหมี้ยง จำนวน 2 จุด ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถนำรถเข้าออกได้ โดยในจุดแรกมีดินโคลนถล่มลงมามากจากดอยลาน
ส่วนจุดที่ 2 เป็นทั้งดินโคลนและหินลงมา ซึ่งมีหินก้อนใหญ่ขวางถนนก่อนเข้าหมู่บ้าน ขณะนี้ได้แจ้งไปยังอบต.แจ้ซ้อน เพื่อขอนำเครื่องจักรกล เพื่อเปิดเส้นทางแล้ว หากฝนยังตกลงมาอย่งหนักอีก 1 - 2 วัน อาจจะทำให้ดินโคลนทลายลงมา ทำให้เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านเกิดเป็นอุปสรรค
นายจีรพัฒน์ ตื้อตัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ภายในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนสำรวจพื้นที่ภายในโดยรอบอุทยาน หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก เช่นกัน อาจจะเกิดน้ำป่าไหลทะลักลงมาตามน้ำตก ขณะนี้ทางอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง ได้ประกาศแจ้งเตือนไปยัง 10 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.แจ้ซ้อน โดยเป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้กับทางน้ำไหลผ่านจากน้ำตกแจ้ซ้อน ให้เตรียมพร้อมรับมือกับภาวะน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้
ปภ.ลำพูนเตือนปชช.ระวังน้ำท่วมหนัก
นายชุมพร อินต๊ะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลำพูน เปิดเผยว่า ได้แจ้งตือนประชาชนระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมหนัก โดยโดยเฉพาะวันนี้( 26 มิ.ย.)เป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย ร่องความกดอากาศต่ำยังคงพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มบริเวณระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย
ระบบเตือนภัยชำรุดชาวลับแลเตรียมอพยพหนีน้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องทั่วพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะ อ.ลับแล อ.ท่าปลา และ อ.เมือง ซึ่งเคยเกิดดินโคลนถล่มเมื่อปี 2549 ได้จัดเวรยามเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมอพยพออกจากพื้นที่
นายเนตร คำเถื่อน ผู้ใหญ่บ้านบ้านมหาราช หมู่ 11 ต.แม่พูล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง เพื่อความไม่ประมาท และ ประกอบกับบ้านมหาราช หมู่ 11 ต.แม่พลู เป็นพื้นที่สีแดง จุดเสี่ยงภัยดินโคลนถล่มสูงสุดของจังหวัด มีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 60 หลังคาเรือน ขณะนี้ ได้ใช้หอกระจายข่าวประกาศแจ้งเตือนชาวบ้าน ขอให้เตรียมเก็บสิ่งของพร้อมที่จะอพยพออกจากหมู่บ้านตลอด 24 ชั่วโมง และมีการจัดเวรยามซึ่งเป็นกลุ่มพ่อบ้าน ผ่านการอบรมกู้ชีพกู้ภัยมาแล้วติดตามตรวจสอบระดับน้ำที่ไหลจากภูเขาลงสู่ลำห้วย และไหลผ่านหมู่บ้าน หากมีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีสีขุ่นแดง ประกอบกับฝนยังตกหนักคงต้องอพยพทันที
“ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสัญญาณเตือนภัยที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติที่มาติดตั้งให้ไม่สามารถใช้งานได้ มีเพียงสัญญาณแต่ไม่มีเสียงดังเตือน จึงใช้หอกระจายข่าวหมู่บ้าน และวิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือแจ้งเตือนแทน หากเกิดเหตุการณ์เหมือนกับปี 2549 ชาวบ้านก็ต้องอพยพออกจากหมู่บ้านไปอยู่ที่ปลอดภัยคือ บ้านญาติและบ้านน็อคดาวน์ที่บริเวณม่อนนางแหลม หมู่ 4 ต.ฝายหลวง อ.ลับแลที่ทางหน่วยงานราชการเตรียมไว้ให้ ” นายเนตร กล่าว
นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ (ปภ.) กล่าวว่า ฝนที่ตกที่จังหวัดอุตรดิตถ์กระจายเต็มพื้นที่ จากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่น “ไหหม่า” อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำทำให้ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองทั่วไปร้อยละ 90 ของพื้นที่ ได้มีการแจ้งเตือนไปยังทุกอำเภอเฝ้าระวังการเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันโดยเฉพาะ อ.ลับแล ท่าปลา และ อ.เมืองอุตรดิตถ์ 189 หมู่บ้าน ตั้งอยู่ตามหุบเขา และเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสีแดง ล่าสุดยังไม่มีรายงานเกิดน้ำท่วมแต่อย่างใด แต่ให้มีการเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง คาด 1-2 วันฝนจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
ฝนเท153มม.หนุนน้ำน่านล้นท่วมบ้านเรือนหลายอำเภอ
อิทธิพลจากพายุไหหม่าซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 24 มิ.ย. โดยเฉพาะใน อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน ที่วัดปริมาณสะสมได้ 153 มิลลิเมตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเวลา 03.00 น. ระดับน้ำที่สถานีตรวจวัดสะพานพัฒนาภาคเหนือ อ.เมืองน่าน ได้เพิ่มขึ้นจาก 7.02 เมตร เป็น 7.40 เมตร และทำให้เริ่มเอ่อล้นบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำและที่ลุ่มต่ำทั้งใน อ.ทุ่งช้าง อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.ภูเพียง และ อ.เมือง
นายธวัช เพชรวีระ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันที่ 26 มิ.ย. ฝนหยุดลงทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านในเขต อ.เมือง เริ่มทรงตัวอยู่ที่ 7.40 เมตร หากไม่มีฝนตกลงมาอีกคาดว่าจะเริ่มลดระดับลง
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้เกิดขึ้นในหลายอำเภอ แต่ยังไม่มีผลกระทบรุนแรงเนื่องจากระดับน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำน่านและลำน้ำสาขายังมีระดับที่ไม่สูงนักและกลุ่มฝนได้เคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวัดเชียงรายแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเตือนไปถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมการรับมือกับภาวะน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะใน อ.เมือง และ อ.เวียงสา โดยให้ติดตามประกาศที่ ปภ.น่าน ได้แจ้งเตือนผ่านสถานีวิทยุอย่างใกล้ชิด
"แม่สาย"เฝ้าระวังน้ำในแม่น้ำสายเริ่มเพิ่มระดับ
หลังเกิดฝนตกตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลพวงจาก ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย น้ำในแม่น้ำสายที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-พม่า เริ่มเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้น้ำในแม่น้ำสายเอ่อล้นท่วมที่บริเวณใต้สะพานพรมแดนไทย-พม่า ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถวิ่งผ่านบริเวณใต้สะพาน
นายพรชัย ประดิษฐ์ค่าย หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลตำบลแม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระดับน้ำในแม่น้ำสายอย่างใกล้ชิดและได้จัดเตรียมกระสอบทรายไว้ 3 จุด คือ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลแม่สาย ที่บริเวณบ้านหัวฝาย และที่บริเวณสำนักสงฆ์บ้านเกาะทรายหากเกิดน้ำเพิ่มสูงจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนก็สามารถมาขอรับกระสอบทรายได้ตามจุดที่ทางเทศบาลได้นำไปวางไว้และสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา



