
"กฎหมายเบา..ถูกเอาเปรียบ"สารจาก...ผบก.ปคบ.
"ลุยตรวจคอนแทคเลนส์ บิ๊กอายส์ ผิดกฎหมาย พบของกลาง 1,500 ชิ้น มูลค่ากว่า 3 แสนบาท", "ตรวจค้นร้านจำหน่ายของเล่นเด็ก(ไม่มี มอก.) จับกุมนายลี้เฉียว เซียว พร้อมขยายผลจับกุม นางรุ่งนภา หวู ในข้อหากระทำความผิดด้านผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม", "จับกุม นายวิเชียร ทองนำ
แต่ยังมีผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภทต่างๆ อีกมากมาย ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม นำผลิตภัณฑ์ที่ไร้มาตรฐานมาจำหน่ายสู่สาธารณชน นับว่าเป็นการ "ละเมิดสิทธิ์และเอาเปรียบผู้บริโภค" ขณะที่ "ผู้บริโภค" ก็แทบจะไม่รู้ถึงสิทธิของตัวเอง เมื่อถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการเหล่านี้ "พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์" ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) มีคำตอบสำหรับ "เหยื่อ" และ "ผู้ที่กำลังตกเป็นเหยื่อ" จากการถูกเอาเปรียบจากสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้
- ลักษณะและรูปแบบของกลุ่มที่มีเจตนาหลอกลวงผู้บริโภค
การหลอกลวงทุกรูปแบบ แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ ทรัพย์สิน หรือกำไร แบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นกลุ่มอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งเป็นลักษณะองค์กร อย่าง "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" แม้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ บก.ปคบ. โดยตรง แต่สามารถรับเรื่อง ประสานงานและส่งต่อได้ ส่วน "แก๊งเงินกู้และการทวงหนี้นอกระบบนั้น" บก.ปคบ.สามารถดำเนินการได้ในส่วนที่เป็นการทวงหนี้อย่างไม่เป็นธรรม ใช้กำลังประทุษร้าย หรือกักขังหน่วงเหนี่ยว และกลุ่มที่ 2 เกี่ยวกับ "สินค้าและบริการ" ซึ่งจะเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ บก.ปคบ. อาทิ ฉลาก โฆษณา และสัญญา โดยจะทำงานร่วมกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ. ) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ยกตัวอย่าง ผู้บริโภคถูกลวงให้จำหน่ายสินค้าลักษณะขายตรงโดยที่ไม่ถูกกฎหมาย จะทำงานร่วมกับ สคบ., พวกขายยาที่ไม่ได้ผ่านการตรวจของ อย. เช่น ยาบางตัวที่ถูกขายมานั้น คนขายก็บอกว่ากินแล้วดี เมื่อกินแล้วมันก็หายจริง แต่จะมีผลข้างเคียงต่อไตเพราะไม่ผ่านการตรวจจาก อย. แล้วก็เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานที่ใส่สารตะกั่ว ทาไปอาจจะเห็นว่าขาว แต่สักพักก็ลอก เป็นต้น ซึ่งเราจะทำงานร่วมกับ อย.
-ปัญหาหรือร้องเรียนที่รับแจ้งมากที่สุด
แต่ส่วนใหญ่ ผู้บริโภคมักจะมีการร้องไปที่ สคบ.มากกว่า ไม่ค่อยร้องเรียนผ่านมาทางเราโดยตรง ส่วนแต่คดีที่รับเข้ามาทำส่วนมากเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชน อย่างปัญหาการเงินกู้และการทวงหนี้นอกระบบ, แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเรื่องสินค้าและบริการ เช่น ยารักษาคน, ยารักษาสัตว์, บิ๊กอายส์, ลวดดัดฟัน หมวกกันน็อก และสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอื่นๆ รวมถึงเรื่องเล็กๆ ที่ประชาชนละเลยไปอย่างการอ่านฉลากสินค้าก่อนที่จะซื้อ ที่ผ่านมาเราเปิดช่องทางการติดต่อหลายช่องทาง โดยเฉพาะสายด่วน 1135
- กรณีการร้องเรียนเรื่องส่งข้อความ "เอสเอ็มเอส" เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคหรือไม่
การส่งข้อความเอสเอ็มเอส เป็นช่องทางการสื่อสารรูปแบบหนึ่ง สามารถสื่อเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง บางครั้งก็ถูกใช้เพื่อหวังผลทางธุรกิจนั้น เรากำลังศึกษาข้อกฎหมายในเรื่องนี้อยู่ ตอนนี้ก็อยากให้ประชาชนที่รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบในเรื่องนี้ก็ร้องเรียนเข้ามาได้
- การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคถือว่ามีความครอบคลุมเพียงใด
ส่วนตัวคิดว่าตอนนี้กฎหมายค่อนข้างจะเบา และเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ผู้คิดไม่ดีในสังคมนั้น เอาเปรียบสังคมนำช่องว่างเหลานี้ไม่ไปประพฤติไม่ดี อย่างพวกสินค้าประเภทขายตรง บางทีก็ไม่ได้ขอแล้วไปสร้างเครือข่าย แต่กลับจำหน่ายสินค้าเกินราคาบางชิ้นราคา 70 เอาไปขายต่อ 200 บาท เพราะขายแล้วรวยเร็ว บางทีต้นทุนนิดเดียว ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ ได้แก่ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.มาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ.2511 พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 เป็นต้น ซึ่งถูกนำมาใช้ควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าและบริการเอารัดเอาเปรียบประชาชน
ขณะที่ประชาชนก็ยังไม่ค่อยรักษาสิทธิของตัวเอง แม้รู้ว่าถูกเอารัดเอาเปรียบแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ไปแจ้งใครที่ไหน เมื่อรวมกับผู้ประกอบการที่ขาดจิตสำนึก ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม มุ่งแต่แสวงกำไรจนเกินไป จนไปละเมิดสิทธิผู้บริโภคจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ส่วนสถานการณ์โดยทั่วไป ยังพบเห็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคเยอะมาก มีการจำหน่ายสินค้าไม่มีคุณภาพ มีของแพงเกินจริง เช่น การขายตรง บางอย่างก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ บางอย่างเห็นผลในระยะสั้นก็ตื่นตูมกัน เช่น ของใช้ไปแล้วเห็นผลทันที อาจจะหน้าพอง อย่างบิ๊กอายส์ ถ้าไม่มีคนเป็นอะไรแล้วออกเป็นข่าว มันก็เงียบ แต่บางอย่างออกผลในระยะยาวก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ เช่น กินผักทุกวันบางอย่างมีสารอยู่ในผักและผลไม้ อาจจะมีสารทำให้เป็นมะเร็งได้ อมยิ้มใส่สีย้อมผ้า นี่คือผลระยะยาวที่คนไม่ค่อยได้คิด
- มองว่าการจับกุมผู้กระทำผิดเหล่านี้แตกต่างจากคดีอาชญากรรมอย่างไร
สินค้าบางอย่างที่ผิดกฎหมายก็จับง่าย อย่างพวกยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา แต่บางกรณีสินค้าบางตัวก็ต้องใช้เวลาในการส่งตรวจพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญ อย่างกรณี หมวกกันน็อกไม่ได้มาตรฐาน ต้องไปล่อซื้อแล้วก็นำไปส่งพิสูจน์เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มาตรฐาน ก่อนทำเรื่องขออนุมัติแล้วไปค้นไปจับได้
- การทำงานเชิงรุกในการคุ้มครองผู้บริโภค
จะมีการลงพื้นที่เชิงประชาสัมพันธ์ก่อนลงไปบังคับใช้กฎหมาย ที่ผ่านมาเราก็จับกุมสินค้าต่างๆ ที่ไม่ได้มาตรฐานมากมาย ซึ่งผลกระทบจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ อาจเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา อย่างกรณีข่าวไฟไหม้บ้านดาราสาวที่เปิดพัดลมให้สุนัขนั้น ตรวจสอบพบว่าเกิดจากพัดลมจีนแดงที่ไม่มีคุณภาพพอเปิดค้างคืนนานๆ ทำให้มอเตอร์ร้อนจนเกิดไฟไหม้ แต่บางครั้งผู้บริโภคเองก็ไม่ได้สนใจว่าสินค้าได้มาตรฐานหรือไม่ ขอให้ถูกไว้ก่อนแล้วกัน แต่กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม.ก็มีอยู่แค่ 200 นายดูแลทั่วประเทศ ก็คงไม่ทั่วถึง
อยากฝากให้ประชาชนรู้จักสิทธิของตัวเองและต้องรู้จักเลือกซื้อเลือกใช้ศึกษาจากฉลาก ไม่ซื้อสินค้าที่ดูไม่น่าไว้ใจ ถ้าเจอกรณีที่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ก็ขอให้ช่วยแจ้งตำรวจเข้าไปดำเนินการ หรือ อาจเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยแพร่กระจายข่าวสารสู่สื่อมวลชน เพื่อให้ผู้บริโภคคนอื่นๆ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อซ้ำ ทั้งนี้ การไม่เรียนรู้ในการบริโภคของประชาชน และความไม่ละเอียดรอบคอบในการบริโภคของประชาชน กลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มคนที่ฉวยโอกาสเข้ามาแสวงประโยชน์ เราต้องรักษาสิทธิตัวเอง และตระหนักถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน



