
หลี่ น่า:การจุดกระแสคลั่งเทนนิสในหมู่เด็กแดนมังกร
ทันทีที่หลี่ น่า นักหวดสาววัย 29 ปีได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าแรกให้วงการเทนนิสในแดนมังกรเมื่อต้นเดือนมิถุนายนนี้เมื่อสามารถโค่นฟรานเชสกา สเคียโวเน แชมป์เก่าชาวอิตาลี คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวรายการแกรนด์สแลม เทนนิสเฟรนช์ โอเพ่น
คนแรกของจีนและชาติเอเชีย เสียงโทรศัพท์ของฟาน เวินเถา ครูสอนเทนนิสแห่งเมืองจิวเจียง มณฑลเจียงสีก็ดังระรัวไม่ขาดสายเมื่อบรรดาพ่อแม่ของเด็กๆ สายเลือดมังกรที่ชมการแข่งขันเทนนิสนัดประวัติศาสตร์ต่างทนเสียงรบเร้าของลูกๆ ไม่ได้ต้องรีบติดต่อกับครูสอนเทนนิสให้ช่วยสอนทักษะกีฬาที่เพิ่งจะเป็นกีฬาฮิตในประเทศนี้ให้ลูกด้วยที
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชัยชนะของหลี่ น่าผสมผสานกับการโหมประโคมของสื่อที่รายงานข่าวนี้อย่างครึกโครมได้จุดประกายกระแสคลั่งไคล้กีฬาเทนนิสไปทั่วทุกพื้นที่ในแดนมังกร โดยเฉพาะในหมู่เด็กๆ ที่ฝันหวานว่าจะก้าวตามรอยหลี่ น่าบ้าง
"บรรดาผู้ปกครองทุกคนที่โทรหาผมต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าลูกๆ ไม่เคยชมการแข่งขันเทนนิสมาก่อนจนกระทั่งเมื่อสถานีโทรทัศน์แห่งชาติได้ถ่ายทอดสดการแข่งขันรอบสุดท้ายรายการแกรนด์สแลม เทนนิสเฟรนช์ โอเพ่น ที่หลี่ น่าต้องดวลแร็กเกตกับฟรานเชสกา สเคียโวเน แชมป์เก่าชาวอิตาลี ทุกคนต่างส่งเสียงเชียร์ลั่นไปหมด....นอกจากจะดีใจที่หลี่ น่า สามารถเอาชนะแชมป์เก่าได้แล้ว เด็กๆ ทุกคนต่างอดทึ่งไม่ได้เมื่อเพิ่งรู้ว่าเงินรางวัลที่หลี่ น่าได้รับนั้นสูงถึง 11.37 ล้านหยวน (ราว 57 ล้านบาท)" ครูฟานเล่าอย่างออกรส ปรากฏว่าการถ่ายทอดสดครั้งนั้น มีชาวจีนเปิดเครื่องชมถึงกว่า 16 ล้านคน
ซ่ง หนานสี วัย 13 ปีซึ่งกำลังเรียนเทนนิสกับครูฟานยอมรับว่าชัยชนะของหลี่ น่าครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจเป็นที่สุด สาวน้อยผู้นี้พร้อมด้วยเพื่อนเพิ่งจะคว้าแชมป์เทนนิสรุ่นเยาว์ที่เจียงสีเมื่อปีที่แล้วนี้เอง
"พวกเพื่อนๆ ที่โรงเรียนแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเทนนิสเลยและก็ไม่คิดว่ากีฬานี้จะได้รับความนิยมเหมือนกับบาสเกตบอล พวกเพื่อนๆ มักจะพูดถึงเหยา หมิง ซึ่งไปเล่นเอ็นบีเอที่อเมริกา แต่เกือบทุกคนไม่รู้จักมาเรีย ชาราโพวา นักเทนนิสชาวรัสเซียซึ่งเป็นคนต้นแบบของหนู หรือไม่ได้ประทับใจอะไรกับการที่หนูได้แชมป์เทนนิส"
"แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ใช่แค่ภูมิใจกับหลี่ น่า ซึ่งเป็นคนต้นแบบคนใหม่ของหนู แต่เพื่อนบางคนยังขอให้หนูช่วยสอนการตีเทนนิสด้วย ตอนนี้หนูเลยดังไปทั่วโรงเรียน"
พ่อแม่มีส่วนช่วยส่งเสริม
สาวน้อยซ่ง หนานสี เริ่มหัดเรียนเทนนิสกับครูฟานเมื่อตอน 7 ขวบ จากนั้นเป็นต้นมาเธอก็หลงใหลในกีฬาประเภทนี้เป็นชีวิตจิตใจ ขณะที่ครูฟานวัย 42 ปีเป็นโค้ชเทนนิสอยู่ที่สโมสรกีฬาจิวเจียงอีกทั้งยังเป็นนักเทนนิสอาชีพของทีมเทนนิสเจียงสีด้วย ตอนนี้มีนักเรียนกว่า 30 คนอายุตั้งแต่ 5-13 ขวบ มาฝึกเล่นเทนนิสหลังโรงเรียนเลิกวันละ 2 ชั่วโมงสัปดาห์ละ 5 วัน ขณะเดียวกัน สโมสรก็สอดส่ายสายตามองหาดาวรุ่งใหม่ๆ ผู้มีพรสวรรค์เป็นพิเศษในกีฬาเทนนิส
"ชัยชนะของหลี่ น่า สร้างแรงบันดาลใจให้พวกเด็กๆ จำนวนไม่ใช่น้อยโดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองให้หันมาสนใจกีฬานี้บ้าง" ครูฟานเล่าด้วยว่า ก่อนหน้านี้ พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนไม่ยอมให้ลูกๆ ที่มีพรสวรรค์เป็นพิเศษเล่นเทนนิสเพราะไม่เชื่อว่าจีนจะสามารถก้าวไกลไปแข่งขันบนสนามระดับโลกได้
ตอนที่ครูฟานเริ่มต้นสอนเทนนิสเมื่อปี 2541 นั้น ทั่วทั้งเมืองจิวเจียงไม่มีคอร์ตเทนนิสแม้แต่คอร์ตเดียว นักเรียนต้องใช้สนามบาสเกตบอลซึ่งเป็นคอนกรีตเป็นที่เรียนกัน แต่ขณะนี้โรงเรียนส่วนใหญ่ต่างมีสนามเทนนิสที่ได้มาตรฐานและก็มีการชักชวนเด็กๆ ให้มาเรียนเทนนิสตั้งแต่อายุยังน้อย
ครูฟานสารภาพว่า ลูกศิษย์แทบจะไม่มีโอกาสไปหาประสบการณ์นอกมณฑลเจียงสี ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์เนื่องจากขาดสปอนเซอร์ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ไปคงจะมีบริษัทใหญ่ๆ ยินดีให้เงินสนับสนุนให้นักเรียนไปหาประสบการณ์เพิ่มเติมในต่างเมืองต่างมณฑลได้
ในส่วนของกลวิธีการสอนเทนนิสนั้น ครูฟานให้ความเห็นว่าตัวเองพยายามสอนแบบสไตล์ตะวันตกเพราะเชื่อว่าดีต่อนักเรียนที่จะมีโอกาสพัฒนาไปอีกนานเมื่อโตขึ้น ซึ่งไม่เหมือนกับครูจีนคนอื่นๆ ที่จะเน้นเรื่องเทคนิคของผู้เล่น...ที่หลี่ น่าประสบความสำเร็จนั้นถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวเพราะเชี่ยวชาญทั้ง 2 แบบ
เส้นทางยาวไกล
ด้านถัง เจี่ยอิง รองผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสที่เมืองเทียนสิน บ้านเกิดของเผิง ส่วย นักเทนนิสหญิงที่เข้ารอบ 3 ของศึกเทนนิสเฟรนช์ โอเพ่นในปีนี้กล่าวว่า ผู้ปกครองต่างหันมาสนับสนุนให้ลูกๆ เล่นเทนนิสมากขึ้น ขณะนี้ทั่วทั้งเมืองมีโรงเรียนสอนเทนนิสที่ได้มาตรฐานถึง 8 แห่ง แต่ละแห่งมีนักเรียนราว 20-40 คนซึ่งจะตระเวนแข่งไปทั่วเมืองในนามของทีมเทียนสิน
"การสอนเด็กๆ นั้นเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลายาวนานและไม่ควรเน้นแต่เรื่องเทคนิค พวกเด็กๆ ต้องพัฒนาสัญชาตญาณเช่นการตอบโต้ ซึ่งมาจากการสั่งสมประสบการณ์จากการแข่งขันตามที่ต่างๆ โรงเรียนพยายามจะกระตุ้นเด็กที่มีแววให้หาโอกาสไปเล่นเทนนิสในต่างประเทศ นอกเหนือจากแนะนำให้หาโค้ชดีๆ หรือถ้าเป็นไปได้ต้องไปเรียนเพิ่มเติมที่ต่างประเทศ โดยศูนย์จะออกค่าตั๋วไป-กลับให้ขณะที่ครอบครัวจะออกเงินสำหรับค่ากินอยู่และค่าใช้จ่ายอื่นๆ"
แค่จุดเริ่มต้นของการปีนภูเขาสูง
ทอม แมคคาร์ธี ประธานกลุ่มเทนนิสระหว่างประเทศแห่งปักกิ่ง (บีไอจี) ซึ่งเป็นโปรโมเตอร์ของสมาคมเทนนิสจีนให้ความเห็นว่าความสำเร็จของหลี่ น่าเท่ากับวางรากฐานให้ผู้เล่นรุ่นหลังๆ ซึ่งต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากเดินตามรอยหลี่ น่า จากเดิมที่อยากจะเป็นอย่างหลิว เซียง แชมป์โอลิมปิกหรืออย่างเหยา หมิง นักบาสเกตบอลร่างโย่งที่ไปสร้างชื่อในอเมริกา "พูดกันตามตรง วงการเทนนิสในจีนเพิ่งจะอยู่ในจุดเริ่มต้นของการปีนเขาสูง ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะปีนถึงยอด"
ในส่วนของบีไอจีเองได้เป็นสปอนเซอร์ให้รายการค้นหาดาวรุ่งดวงใหม่มาตั้งแต่ต้นทศวรรษนี้ จนถึงขณะนี้ได้จัดคอร์สสอนนักเทนนิสสมัครเล่นรุ่นเยาว์อายุไม่เกิน 12 ปีแล้วกว่า 2,500 คนซึ่งเป็นกลุ่มที่หมายตามากเป็นพิเศษ นอกจากนี้ก็ยังช่วยสอนเทนนิสให้ตามโรงเรียนประถมอีกกว่า 3,000 คนและนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วประเทศอีกกว่า 3 หมื่นคน
อย่างไรก็ดี สมาคมเทนนิสจีนยอมรับว่าทั่วทั้งประเทศมีเด็กอายุระหว่าง 12-18 ปีขึ้นทะเบียนเป็นนักเทนนิสแค่ 500 คนเท่านั้น ต่อกรณีนี้แมคคาร์ธี ให้เหตุผลเสริมว่าเป็นเพราะการฝึกสอนซ้อมต้องใช้ความอดทนมากเป็นพิเศษ ประกอบกับคนจีนส่วนใหญ่เคยมองว่ากีฬานี้เป็นกีฬาของพวกปัญญาชน หรือบรรดาอภิสิทธิชนเท่านั้น แม้ว่าจะเริ่มได้รับความนิยมมาากขึ้น แต่จำนวนนักกีฬาอาชีพยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับกีฬาอื่นๆ โดยเฉพาะฟุตบอล บาสเกตบอล หรือเทเบิลเทนนิส เป็นต้น
แต่กระแสลมนี้กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากชัยชนะของหลี่ น่า ซึ่งแสดงความหวังว่าบรรดาเด็กรุ่นหลังเมื่อเห็นการเล่นของเธอแล้ว จะเริ่มใฝ่ฝันอยากจะเดินตามรอยเธอและถ้าให้ดีกว่านั้นก็ควรจะเล่นได้ดีกว่าเธอ
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
ที่มา:ไชน่าเดลี่



