
นายกฯเฉพาะกิจรัฐบาลเฉพาะกาล
พฤษภาคม 2554 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับสมัครคนไทยที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 หมวด 6 รัฐสภา ส่วนที่ 2 สภาผู้แทนราษฎร มาตรา 101, ผลปรากฏว่ามีพรรคการเมืองส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบเขตรวมทั้ง
มีจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 3,821 คน ในจำนวนนี้มีทั้งพรรคการเมืองเก่าแก่ คือ พรรคที่จัดตั้งมาแล้วอย่างยาวนาน และพรรคการเมืองที่เพิ่งได้รับการรับรองจาก กกต.ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้งคละกัน ในสนามเลือกตั้งจึงประกอบด้วยนักการเมืองเก่าๆ ที่เคยเป็น ส.ส.มาแล้ว และนักการเมืองหน้าใหม่ที่เพิ่งลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ในจำนวนนักการเมืองหน้าใหม่เหล่านี้ หลายคนคือ ลูก หลาน หรือสาม ภรรยา บิดา มารดา หรือเครือญาติ ของนักการเมืองเก่าๆ บางคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่ให้ลงรับสมัครเป็นเวลา 5 ปี การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่น่าจะเป็นตัวชี้วัดว่า ประเทศไทยจะมีรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี ที่จะเข้ามาทำงานให้แก่ประเทศชาติอย่างเต็มที่
พฤษภาคม 2555 คือห้วงเวลาที่นักการเมืองเก่าๆ จำนวน 111 คน ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจะหลุดจากพันธะ, พฤษภาคม 2554 นักการเมืองเหล่านั้นได้ส่ง “ตัวแทน” (นอมินี) ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อตรึงพื้นที่ของตัวเองเอาไว้ มิให้นักการเมืองอื่นจากพรรคการเมืองอื่นแย่งชิงไป, จึงเชื่อได้ว่าพฤษภาคม 2555 น่าก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่อีกครั้ง, ส.ส.บางคนที่ลงเป็น “ตัวแทน” หลายพื้นที่ อาจต้องลาออก เพื่อให้ “ตัวจริง” กลับเข้าสู่ศูนย์อำนาจ หรือมิเช่นนั้นก็อาจจะมีการ “ปรับรัฐมนตรีหุ่น” บางคนออกจากตำแหน่ง เปิดทางให้นักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลหรือมากบารมีในแต่ละพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล ขึ้นนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นตัวจริง, รัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง จึงไม่ต่างไปจาก “รัฐบาลเฉพาะกาล” และนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่ง ก็ไม่ต่างไปจาก “นายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจ” ผู้มีหน้าที่ในการ “ดูแลและรักษาอำนาจในการปกครองบ้านเมือง” ไว้ให้นักการเมืองเก่าๆ ที่ช่ำชองการโกงกินบ้านเมืองนั่นเอง
ช่างน่าอนาถเสียยิ่งนัก ที่วันนี้ “ประเทศไทย” ซึ่งเป็นสมบัติเก่าแก่ที่บุรพมหากษัตริย์ไทยทรงรักษาไว้ให้ลูกหลาน กำลังจะกลายเป็น “สมบัติ” ที่นักการเมืองผลัดกันชม และที่บัดซบอย่างยิ่งคือ ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามารุมทึ้ง อาศัยคำว่าประชาธิปไตยที่นานาชาติให้การยอมรับ เป็นเครื่องมือในการหากินรุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่หยุดหย่อน
คลี่ข่าวคลายปม
ภาณุมาศ ทักษณา



