
ชลเฉือนอาร์มี่4-3กิเลนทัพใหญ่รับแข้งกูปรี
"ฉลามชล ชลบุรี การันตีรองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก เลกแรก หลังบุกไปเฉือนชัย วงจักรพิฆาต อาร์มี่ ยูไนเต็ด ถึงสนามทัพบก 4-3 ด้านเกมวันนี้ (26 มิ.ย.) ด้านเกมในวันนี้ กิเลนสุดปึ้กรับศรีสะเกษ
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ที่สนามกองทัพบก เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน “วงจักรพิฆาต” อาร์มี่ ยูไนเต็ด อันดับ 10 เล่นเกมนัดตกค้างกับ “ฉลามชล” ชลบุรี รองจ่าฝูงที่ฝืดมา 4 นัดติด ก่อนเริ่มเกมเจ้าบ้าน เปิดตัว 2 นักเตะใหม่จากบราซิล ได้แก่ เคลสลี ริไบโร กองกลางที่จะมาสวมเสื้อหมายเลข 10 และยาโก เปไรรา เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ที่ได้เสื้อหมายเลข 28 ขณะเดียวกันต้องเสีย วินิซิอุส คาร์วัลโญ กองกลางรูปหล่อที่ทนแรงคิดถึงบ้านไม่ไหวกลับแดนแซมบ้าไปแล้ว
เริ่มเกม ทั้งคู่เหมือนเก็บกดจากไม่ได้เล่นมาหลายวัน เดินเกมรุกขยี้กันทันที นาทีที่ 11 ราฟาเอล ซานตานา โยกขึ้นกราบซ้ายก่อนเปิดให้ เลอันโดร ดอส ซานโตส ดาวยิงประจำทีมพุ่งเข้าดีดด้วยขวาระยะไม่ถึง 5 หลาตามน้ำบอลพุ่งวาบ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายทวารทีมเยือนดีที่สุดแค่ก้นจ้ำเบ้า อาร์มี่ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 เกมยังเล่นกันเร็ว เปิดหน้าแลกแบบไม่มีหยุด นาทีที่ 17 ชลบุรี ตามตีเสมอสำเร็จ อนุชา กิจพงษ์ศรี โยนจากซ้าย พิภพ อ่อนโม้ ยืนจังก้ากลางประตู แต่ไม่มีจังหวะขวิดเลยโหม่งตั้งให้ เนย์ ฟาเบียโน ทะยานขึ้นโขกเต็มกบาลสุดปัญญาของ นราธิป พันธุ์พร้อม นายทวารเจ้าถิ่นจะป้องกัน 1-1
เกมริมเส้นทางกราบซ้ายของชลบุรี แม้จะยังขาด ณัฐพงษ์ สมณะ ที่เจ็บยาวแต่ยังได้ อนุชา ที่เติมอย่างวูบวาบป่วนแนวรับวงจักรพิฆาตอย่างได้ผล ขณะที่เจ้าถิ่นใช้ โทนี เดอ ปินโญ กับ อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ เก็บแดนกลางรอโต้กลับให้ เลอันโดร ใช้ความสามารถเฉพาะตัวกดดัน แต่ยังไม่มีสกอร์เพิ่มกระทั่งก่อนหมดเวลานาทีเดียว ฟาเบียโน ชิ่งทำให้ สุรีย์ สุขะ แบ็กขวาที่เติมขึ้นมาหลุดเดี่ยวแตะหลบ นราธิป ก่อนแปด้วยขวาเข้าประตู ชลบุรี นำ 2-1
ครึ่งหลังเล่นไปไม่ถึง 40 วินาที ชลทิตย์ จันทคาม วางยาวจากกลางสนามข้ามศีรษะ อเลสซานโดร อัลเวส แนวรับอาร์มี่ ไดกิ ฮิงูจิ แตะอกไปยิงเดี่ยวกับ นราธิป ติดเซฟปลายมือออกหลัง แต่จากเตะมุม ฮิงูจิ เปิดจากขวาเสาแรก พิภพ ขวิดย้อยเข้าเสาไกล 3-1 ของฉลามกระหายเลือด เสียประตูเร็วเกมของอาร์มี่ ยูไนเต็ด ต่อกันไม่ติด บอลจากเท้าสู่เท้าทำได้ดีแค่ในแดนตัวเอง แต่เมื่อข้ามเส้นกลางสนามถูกชลบุรีไล่บีบจนเสียกันง่ายๆ นาทีที่ 70 เจ้าถิ่นชวดโอกาสกลับสู่เกม เลอันโดร ไหลให้ มงคล ทศไกร ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงไปแทน ธาตรี สีหา 9 นาทีก่อนหน้า ดันจับบอลแล้วขาอ่อนล้มในเขตโทษ สินทวีชัย ปราดออกมาบล็อกก่อนกองหลังเก็บไปกิน แต่นาทีที่ 73 ดาวุฒิ ดินเขต แบ็กซ้ายหนุนขึ้นมาโยน เอ็มมานูเอล มาเด็นเก ขวิดเข้าเสาสองสุดมือของสินทวีชัย สกอร์ไล่มา 2-3
อย่างไรก็ตาม ในนาทีสุดท้ายทีมเยือนมายิง 4-2 จาก สราวุธ แต่ในช่วงทดเจ็บนาที 94 เจ้าถิ่นมายิงไล่ 3-4 จากการที่ อภิสทธิ์ อ้นรักษ์ เชิ้ตดำเป่าจุดโทษแบบค้านสายตา เพราะนักเตะมาเด็นเกล้มเอง แต่กลับไปพิจารณาว่า อนุชา ไปรั้งทั้งที่ไม่ได้แตะตัวแม้แต่น้อย เลอันโดร สังหารให้แพ้ 3-4 เหลือตามหลัง บุรีรัมย์-พีอีเอ 7 แต้ม
ส่วนเกมวันที่ 26 มิถุนายน "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด อับดับ 4 แข่ง 16 นัดมี 31 แต้ม เปิดยามาฮ่า สเตเดี้ยม รับการมาเยือน "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เมืองไทย อันดับ 10 แข่ง 16 มี 24 แต้ม โดยเกมนี้ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ ยูไนเต็ด จะใช้ชุดเก่งลงสนามครบครันทั้ง กวิน ธรรมสัจจานันท์, ปกาศิต แสนสุข, เซช เรห์มาน, ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์, วีระวุฒิ กาเหย็ม, ภานุพงษ์ วงศ์ษา, ดาโญ เซียกา, ดัสกร ทองเหลา, คริสเตียน คัาคู และคู่กองหน้า ธีรศิลป์ แดงดา ยืนกับ อานนท์ สังสระน้อย
ขณะที่ "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เมืองไทย ไม่แพ้ใครมา 7 นัดติดต่อกัน นับตั้งแต่ "ป๋ารอย" รอยเตอร์ โมไรรา ขยับขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่ นัดนี้จะไม่มี เอกพันธ์ จันดากรณ์ ที่ติดโทษแบน แต่จะได้ อัศวิน บุญมั่น ที่ฤดูกาลนี้โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรง พ้นโทษกลับมาช่วยทีมได้ทันเวลา ขณะนี้นักเตะตัวหลักๆ อย่างนายทวารจอมเหนียว วัชรพงษ์ กล้าหาญ, ธีรชัย งามเจริญ, วิชา นันทะศรี, วิคเตอร์ อมาโร ซึ่งเป็นหัวใจในแดนกลางที่ยิงไปแล้ว 4 ประตู รวมทั้งยิงบุรีรัมย์-พีอีเอ ด้วย นอกจากนี้ยังมี ธนา ชะนะบุตร, อัศวิน บุญมั่น ส่วนกองหน้า วุฒิชัย ทาทอง เป็นตัวทีเด็ดไล่ล่าประตู



