
มรดกโลกเมินสุวิทย์แถลงไทยถอนตัว
"สุวิทย์" สุดทนกรรมการมรดกโลกไม่ให้ความสำคัญกับอำนาจอธิปไตยและเขตแดนไทย ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกภาคีมรดกโลกกลางที่ประชุมใหญ่ที่ฝรั่งเศส ย้ำหากบูรณะพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทยต้องขออนุญาต เผยหารือนายกฯ
ในที่สุดประเทศไทยก็ตัดสินใจถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของคณะกรรมการมรดกโลก หลังความพยายามจะเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการปราสาทพระวิหารของกัมพูชาในที่ประชุมไม่ประสบความสำเร็จ
เมื่อเวลาประมาณ 23.45 น. วันที่ 25 มิถุนายน นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก แถลงที่กรุงปารีส ว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นภาคีอนุสัญญามรดกโลกและกรรมการมรดกโลก หลังจากศูนย์มรดกโลกและยูเนสโกไม่ได้ฟังข้อทักท้วงของไทย ทั้งนี้ในร่างมติที่มีการเสนอให้มีการพิจารณา มีเรื่องการเลื่อนแผนบริหารจัดการของเขมรออกไป ซึ่งเป็นไปในแนวทางที่รัฐบาลต้องการ แต่ในร่างมติของยูเนสโกที่เสนอเข้ามา ยอมให้มีการเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการของเขมรออกไปจริง แต่มีข้อความและข้อกำหนดที่อาจทำให้ไทยเสียเปรียบ
ทั้งนี้มีการเจรจาล็อบบี้กับสมาชิกมาตลอดตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน มีการหารือกันมาตลอด แต่ก็เห็นได้ชัดว่ายูเนสโกพยายามผลักดันแผนตัวเอง ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้คือ แผนบูรณะตัวปราสาทพระวิหาร ซึ่งในแผนที่ยูเนสโกเสนอได้ระบุเรื่องการเข้ามาในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ในอธิปไตยของไทย อยู่นอกเหนือจากตัวปราสาทพระวิหาร ขณะเดียวกันพื้นที่รอบตัวปราสาทกัมพูชาก็ได้ยึดครองบางส่วน เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีข้อยุติชัดเจนว่าแนวเขตแดนอยู่ตรงไหน
ก่อนหน้านี้ฝ่ายไทยยังได้นำโมเดลของทางทหารไปชี้แจง เพื่อให้เห็นสภาพที่เกิดขึ้นว่า ถ้าหากมีการขึ้นทะเบียนและรับรองแผนบริหารจัดการของกัมพูชาจะนำไปสู่ความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น
นายสุวิทย์ยังย้ำระหว่างแถลงข่าวว่า หากไทยลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลกแล้ว ผลใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกก็จะไม่มีผลผูกพันต่อประเทศไทย หมายความว่า ทางคณะกรรมการมรดกโลกจะให้กัมพูชาเข้าดำเนินกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของไทยไม่ได้เป็นอันขาด หากว่ามีการประกาศขึ้นทะเบียนพระวิหารเป็นมรดกโลก และยอมรับแผนการจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารของกัมพูชา บางส่วนที่รุกล้ำเข้ามาในฝ่ายไทยนั้น ต้องมีการขออนุญาตรัฐบาลไทยก่อน จะกระทำการใดๆ ไม่ได้ เนื่องจากไทยไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการมรดกโลก และไม่มีผลผูกพันใดๆ
อย่างไรก็ตาม การลาออกของไทยคาดว่าจะเกิดปัญหาตามมา เนื่องจากเราไม่เคารพมติของที่ประชุมมรดกโลก ซึ่งน่าจะมีการอภิปรายปัญหาเรื่องนี้กัน ซึ่งทางไทยได้ยื่นหนังสือลาออกก่อนที่จะมีมติตามมา
ผลกระทบที่เกิดขึ้นถือเป็นการหยุดปฏิสัมพันธ์ที่มีกับกรรมการมรดกโลก ไม่ข้องเกี่ยวกับภาคีอนุสัญญามรดกโลกอีก เมื่อกรรมการมรดกโลกไม่ให้ความสำคัญกับไทย การขึ้นทะเบียนมรดกโลกที่ผ่านมาทำให้เกิดการเผชิญหน้า ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ยูเนสโกประกาศว่าเป็นเรื่องของความร่วมมือ
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า การตัดสินใจลาออกในครั้งนี้ ได้ไตร่ตรองและผ่านการศึกษาอย่างรอบคอบ รวมถึงได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบการตัดสินใจและเห็นว่ารัฐบาลไทยไม่มีทางเลือกในการลาออกจากกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ ซึ่งจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 27 มิถุนายนนี้
ทั้งนี้ นายสุวิทย์ได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @SuwitKhunkitti เมื่อเวลา 23.24 น. ระหว่างร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่า "ที่ประชุมบรรจุวาระ ผมไม่มีทางเลือกครับ คงต้องถอนตัว" "ผมได้เคยพูดกับสื่อไทยไปว่า หากสังคมใดดำเนินการตามใจตนเอง ไม่คิดถึงกฎระเบียบที่ลงมติโดยสมาชิกแล้ว ก็ไม่มีประโยชน์ใดๆ ที่เราจะอยู่ในสังคมแบบนี้" และ "คกก.มรดกโลกนำวาระเขาพระวิหารเข้าที่ประชุม จึงเป็นที่มาของการถอนตัวของไทยออกจากกรรมการและสมาชิกภาคีอนุสัญญา"
จากนั้นเวลา 23.55 น. นายสุวิทย์ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ว่า ได้ถอนตัวออกเรียบร้อยแล้ว โดยได้พยายามพูดคุยกับคณะกรรมการมรดกโลกที่จะให้เข้าใจถึงความอ่อนไหวของเรื่องนี้ และปัญหาความเป็นห่วงเรื่องเขตแดน แต่เมื่อได้พูดคุยกันแล้ว คณะกรรมการมรดกโลกก็ยังไม่สนใจและไม่มองถึงความสำคัญกับอำนาจอธิปไตยและเขตแดน คณะกรรมการมรดกโลกจะมองในเรื่องเดียวคือ เรื่องของอนุรักษ์ และการปกป้องมรดกโลก
"จริงๆ เราก็บอกเขาว่า การอนุรักษ์เกิดขึ้นทันที ถ้าทางเขมรถอนทหารออกจากตัวปราสาท ซึ่งตรงนี้จะทำให้การดูแลอนุรักษ์ตัวปราสาทไม่มีใครไปแตะต้อง และไม่เกิดความเสียหาย ถ้าไม่ยิงปืนออกมาจากที่นั่น เราก็อธิบายให้เขาฟังในส่วนนี้ แต่เมื่อเขาไม่ฟัง เราก็พยายามที่จะบอกเขาว่า การพิจารณา ถ้าเผื่อว่าจะมีการเลื่อนไปก่อน ก่อนที่จะมีการพิจารณาก็น่าจะเป็นการดี และจะทำให้เกิดปัญหาความตึงเครียดและเกิดผลกระทบระหว่าง 2 ประเทศ" นายสุวิทย์ กล่าว
ดังนั้นจึงคิดว่า กระบวนการขั้นตอนทั้งหมด วันนี้ไทยไม่อยากจะเสี่ยง ถ้าเสี่ยงไปแล้วมันมีปัญหาขึ้นมากับการลงมติจะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทยด้วย ถ้ากระทบต่ออำนาจอธิปไตยในเขตแดนไทยจะเป็นปัญหาค่อนข้างมาก ดังนั้นเมื่อคุยกับทางคณะทำงานแล้วก็เห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะถอนตัวจากการเป็นภาคีสมาชิก เพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยไม่ต้องไปรับผิดชอบกับข้อมติที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งข้อมติที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ก็ยังมีประเด็นที่จะต้องถกเถียงกันอยู่ ถึงแม้ดูแล้วเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่
ส่วนผลจากการถอนตัวจะมีผลอะไรบ้างนั้น นายสุวิทย์กล่าวว่า คงไม่มี ถ้าจะมีผลตามมติใดๆ ของคณะกรรมการมรดกโลกก็ไม่สามารถจะมาบังคับประเทศไทยได้ เรามีความจำเป็นที่จะไม่ปฏิบัติตามมติของเขา ส่วนที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไร ก็ต้องขึ้นทะเบียนอยู่
ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า การถอนตัวดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว ส่วนผลกระทบบริเวณชายแดนก็ต้องดำเนินการผ่านกรอบที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) หรือการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี ) ทั้งนี้ยืนยันว่าทหารไทยพร้อมจะปกป้องอธิปไตยของชาติอยู่แล้ว



