
โสภณปราศรัยบุรีรัมย์อย่าให้ใครแม้แต่คะแนนเดียว
โสภณ ปราศรัย บุรีรัมย์ อย่าให้ใครแม้แต่คะแนนเดียว โวหากเป็นรัฐบาลจะพัฒนให้เจริญ จนสุพรรณบุรีชิดซ้าย อ้างคลิปซื้อเสียงเป็นแค่ค่าตอบแทนอาสาสมัครที่มาช่วยงานพรรค
(24มิ.ย.) นายโสภณ ซารัมย์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่ปราศรัยใหญ่ ที่ ที่บริเวณสนามกีฬาฟุตบอลโรงเรียนพุทธไธสงค์ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่เลือกตั้งของตนเอง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้าร่วมรับฟังการปราศัยจำนวนมาก โดยนายโสภณได้กล่าวบนเวทีปราศรัยว่าวันนี้ใครก็อิจฉาคนบุรีรัมย์ จึงเป็นโอกาสดีของชาวบุรีรัมย์ ที่จะรักษาพรรคภูมิใจไทยเอาไว้ คะแนนเดียวก็อย่าไปให้ใคร เราต้องมาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ความเจริญรุ่งเรืองของบุรีรัมย์ ดังนั้น หากได้เข้าไปเป็นรัฐบาลจะผลักดันเพิ่มค่าตอบแทนของอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ให้1,000บาท เบื้อยังชีพผู้สูงอายุ ให้อีก 1,000 บาท และนโยบายทำดีมีรางวัลให้อีกหนึ่ง1,000บาท สำหรับ มีนโยบายประกันราคาข้าวตันละ 20,000 บาท ดีกว่าการจำนำแน่นอน และล่าสุดก็ล้างหนี้กองทุนหมู่บ้านที่ดีกว่าบางพรรคไปเพิ่มหนี้ให้ประชาชน
“วันนี้พรรคภูมิใจไทยขอ 70คน คะแนนเดียวก็อย่าให้พรรคอื่น เพราะพรรคอื่นด่าอย่างเดียว แต่พรรคเราพัฒนาบ้านเมือง มีพรรคภูมิใจไทยมีคนของจังหวัด พวกผมสร้างบุรีรัมย์2ปีกว่าที่มีพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่นายบรรหาร ศิลปอาชา สร้างความเจริญให้จ.สุพรรณบุรี ใช้เวลา 30-40ปี คราวหน้าเลือกเราเข้าอีกรับรอง จ.สุพรรณบุรีชิดซ้ายท่านบรรหารอย่าปวดหัวก็แล้วกัน ความเป็นภูมิใจไทย ท่านต้องหวงแหนเหมือนที่ภาคใต้มีพรรคประชาธิปัตย์” นายโสภณ กล่าว
อ้างคลิปซื้อเสียงเป็นแค่ค่าตอบแทนอาสาสมัครที่มาช่วยงานพรรค
นายโสภณ กล่าวว่า พรรคจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 70 คน ส่วนจะจับมือกับพรรคที่ได้เสียงอันดับ1หรือไม่นั้น ต้องดูว่าได้ตามที่ตั้งเป้าไว้หนือไม่ เพราะเชื่อว่าไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง และไม่สามารถจะอ้างฉันทามติจากประชาชนได้ ส่วนแต่หากได้เสียงข้างมากแต่ไม่ถึงครึ่ง ก็มีสิทธิ์ตั้งรัฐบาล ใครจะมาเชิญภูมิใจไทยหรือไม่ ก็ไม่เป็นอะไร แต่จะตั้งรัฐบาลได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมีการนำคลิปซื้อเสียงอ้างว่าเป็นพื้นที่บุรีรัมย์ เขต5 ไปลงในยูทูปนั้น นายโสภณ กล่าวว่า จ.บุรีรัมย์ไม่จำเป็นต้องมีการซื้อเสียง เพราะผลงานที่ทำมาโดยเฉพาะงบประมาณที่ลงพื้นที่มีมากกว่า ชาวบ้านออกเงินคนละ 1 หมื่นบาทก็ยังสร้างถนนไม่ได้ จึงขอท้าให้พรรคอื่นหากนำเงินมาซื้อเสียงก็ยังไม่สามารถซื้อได้ ส่วนจะเป็นการใส่ร้ายหรือไม่ ยังต้องดูหลักฐานก่อน แต่จากการสอบถามผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ พบว่า เป็นการให้เงินแก่อาสาสมัครของพรรคที่มาช่วยหาเสียง ซึ่งตนก็ทำเช่นนั้น และได้ทำบัญชีค่าใช้จ่ายเลิอกตั้งแจ้งไปยังกกต.ต่อไป
นายโสภณ กล่าวถึงสถานการณความรุนแรงในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า ตนอยากขอความเป็นธรรม แม้ภาพการแข่งขันในจังหวัดจะดูรุนแรง แต่คน จ.บุรีรัมย์รักสงบ ไม่มีอิทธิพล และหากมีการแสดงอานาจจริงประชาชนก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำอำนาจบาดใหญ่ และจะลงโทษบุคคลนั้นเอง



