
เติ้งโล่งปชป.ปราศรัยราชประสงค์ไม่บาน
"บรรหาร" โล่ง ปชป. ปราศรัยราชประสงค์ไม่บานปลาย แต่ระบุเป็นการตอกย้ำความรู้สึก ยังมั่นใจ ชทพ.ได้ ส.ส. 30 เสียง แย้ม "หลานเนวิน" ยังยืนที่ 70 เสียง เผยตั้งแต่ยุบสภา "น้องสุเทพ" ไม่โทรหา ระบุอีกสองวันจะโทรเอง บอกวันที่ 3 ก.ค. ให้เตรียมตัวเกาะหัวหน้าพรรคเพ
(24มิ.ย.) นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์นายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ทางสถานีโทรทัศน์ช่องสามถึงการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่แยกราชประสงค์ว่า มาจากโพลล์ที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังตามทำให้ทีมงานเป็นห่วงและไปเปิดเวทีที่ราชประสงค์ เพื่อชี้แจง นี่คงเป็นไพ่ใบสุดท้ายหากคะแนนนิยมไม่เกิดก็คงทำอะไรไม่ได้ ขณะที่อีกฝ่ายก็โต้ตอบ ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้ยอมรับยว่าก่อนการปราศรัยกลัวว่าเหตุการณ์จะบานปลายแต่ดีที่ไม่เกิดอะไรขึ้นก็ไม่บานปลาย แต่การกระทำดังกล่าวจะเป็นการตอกย้ำความรู้สึกคนที่มีอยู่หรือไม่
นายบรรหารกล่าวต่อว่า ส่วนไพ่ใบสุดท้ายนี้จะทำให้ความนิยมเพิ่มหรือลดตนคงบอกไม่ได้นั้น เพราะไม่ใช่คน กทม. และไพ่ใบนี้เพื่อคน กทม. ส่วนพรรคเพื่อไทยเขาก็ตอบโต้ เขาก็ถ่ายทอดทางเอเชียอัพเดท และให้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อพูดต่อ และยังมีในเฟซบุ๊คอีก ทีนี้ก็ขึ้นกับประชาชนจะตัดสิน
นายบรรหารกล่าว่าต่อว่าในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา อยากจะปรองดอง แต่การจะปรองดองได้ต้อง "ละ" "ลืม" หากเราไม่ลืมบ้างบ้านเมืองก็เป็นอย่างนี้ไม่มีทางปรองดอง เราน่าจะลืมซะบ้าง ตนเองก็ลืม อย่างตอนเป็นนายกฯ พรรค ปชป.เล่นตนเสียงอมพระราม เล่นถึงปู่ย่าตายาย ตนก็ลืม แต่ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่เห็นว่าจะปรองดองอย่างไร อย่างเมื่อคืนก็คงขยายความขัดแย้งอีก ส่วนที่วันนี้แต่ละพรรคไม่พูดเรื่องนโยบายแล้วส่วนหนึ่งก็มาจากโพลล์
"พรรคชาติไทยพัฒนาตามที่ผมคำนวนไว้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเราน่าจะได้เกิน 5 คนขึ้นไป ส่วแบบแบ่งเขตก็น่าจะได้ 25 คนขึ้นไป รวมแล้วประมาณ 30 วันนี้ก็มานั่งคำนวนใหม่และไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องดูอาทิตย์หน้าว่า มีการเคาะประตูแค่ไหน วิ่งราวอย่างไร"นายบรรหารกล่าว
เมื่อถามว่าเคาะประตูคืออะไร นายบรรหารกล่าวว่า "เคาะประตูก็คือ เคาะแล้วเหวี่ยงอะไรขึ้นไป ผมก็สั่งให้ระวังคืนหมาหอน ให้ระวัง สามสี่คืนสุดท้าย"
นายสรยุทธ์ถามถึงกรณีที่ 2 พรรคใหญ่ระบุว่าจะได้ ส.ส.รวมกัน 400 เสียง นายบรรหารกล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นก็เหลืออีก 100 เสียง พรรคภูมิใจไทยในฐานะที่ทำเอ็มโอยูกันคุยกันเมื่อวันอาทิตย์แล้วเขายืนยันว่า "ได้ 70 เสียง แล้วอาบรรหารได้เท่าไหร่" ซึ่งตนก็ยืนยันว่า "ได้ไม่ต่ำกว่า 30 ให้หลานเนวิน (ชิดชอบ) ทำได้ 70 ก็พอ"
หากเป็นไปตามนี้ก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเพราะเท่ากับว่าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินและพรรคมาตุภูมิไม่มีเลย ที่ว่าสองพรรคได้รวมกัน 400 คงไม่ใช่ ส่วนใครจะเป็นผู้จัดรัฐบาลก็ต้องได้เสียงข้างมาก หากไม่เกินครึ่งมีปัญหาในการจัดแน่นอนเพราะต้องเชิญพรรคร่วม ยิ่งหากทั้ง ปชป และ พท. ห่างกันแค่ 20 แต้มก็มีปัญหาแน่นอน
นายสรยุทธ์ถามอีกว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคขนาดกลางที่มี 100 เสียงถ้าเกาะกันได้จะเป็นผู้ตั้งรัฐบาลตัวจริงนายบรรหารตอบทันทีว่า "แน่นอน แต่เรายืนยันว่าเราได้ไม่ต่ำกว่า 30 ส่วนจะร่วมกับพรรคคอันดับหนึ่งหรือไม่ต้องดูว่าเขาจะเชิญหรือไม่ ส่วนจะร่วมเฉพาะกับพรรคอันดับหนึ่งเท่านั้นไหม ถ้าเชิญต้องคุยกันว่านโยบายไปด้วยกันได้หรือไม่ และที่สำคัญพูดและต้องทำตามที่พูด เรื่องการคืนสิทธิ์เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค อันนี้เป็นอีกเงื่อนไข"
เมื่อถามอีกว่าหากแก้ไขแล้วจะกลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ตนยังไม่กลับนอนสองปีครึ่งแล้วค่อยกลับเพราะหากกลับมาก็ต้องยุบสภา อย่างนี้ไม่ดีกว่า รอให้หมดวาระค่อยกลับมา
เมื่อถามเรื่องการนิรโทษกรรม นายบรรหารกล่าวว่า การเป็นรัฐบาล ต้องทำให้รัฐบาลมั่นคงก่อนแล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่าจะกลับมาในช่วงเดือน ธ.ค. ตนบอกจริงๆว่าเป็นเรื่องของการเรียกคะแนนิยมของประชาชน แต่ก็น่าเห็นใจเพราะเขาอยู่ต่างประเทศมานาน เขาเลยจะเอากลับมา แต่กลับมาจะรับโทษไหมอยู่ตรงนี้ แต่ตนก็ยังมั่นใจว่ายังไงก็ยังไม่ทำจนกว่าจะบริหารประเทศให้มั่นคง
เมื่อถามต่ออีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้โทรหาบ้างหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า "สองปีแล้วยังไม่ได้ยินเสียงเลย อย่าว่าคนอยู่ไกลดูไบ คนอยู่ใกล้ยังไม่โทรมาตั้งแต่ยุบสภา"
เมื่อถามว่าคนไกลคือใคร นายบรรหารจึงกล่าวต่อว่า "น้องสุเทพ" แต่อีกอีกวันสองวันตนจะโทรไปหาเองเพราะท่านเป็นผู้จัดการรัฐบาล และโทรไปเพื่อแสดงความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่โทร เพราะท่านอยู่ไกล แต่หลังวันที่ 3 ก.ค. มีมาแน่ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่าายหนึ่งโทรมาแน่แต่ถ้าไม่มีก็เป็นฝ่ายค้าน
"ขณะนี้ส่วนตัวไม่มีใครติดต่อมา แต่คนอื่นไม่รู้ มีแต่คนข้างนอกพูดกัน การจะพูดต้องรอวันที่ 3 ก.ค. วันนั้น ตามหัวหน้าพรรคให้ดี หายตัวกันหมด แต่ผมไม่หาย จะไปอยู่ที่บึงฉวาก"นายบรรหารกล่าว
เมื่อถามว่าคราวนี้มีโอกาสที่พรรคเล็กจะเป็นนายกหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า คราวที่แล้วตนก็เสนอชื่อ พล.ต.สนั่น ขจรประศาน์ ไป แต่เขาไม่ยอมรับ สุดท้ายก็ไปโผล่ที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก



