
พระรักเกียรติเผยวันติดคุกแม้วโทรปลอบ
พระรักเกียรติ เผยวันที่ติดคุก ทักษิณโทรมาปลอบใจ พอถึงคราวตัวเองกลับหนีคดีไปอยู่เมืองนอก แถมยังมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวายอีก ชี้ต้องติดคุกก่อนถึงขออภัยโทษได้ พร้อมระบุออก กม.นิรโทษฯตัวเองไม่เป็นธรรม ฟันธงเลือกตั้ง 3 ก.ค.ไม่ใช่คำตอบของประเทศ แถมนำเข้าสู่กลี
(24มิ.ย.) หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการเสวนาในหัวข้อเรื่อง “ Vote NO มุ่งสู่การปฏิรูปประเทศ” ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มกุหลาบสีเหลือง ซึ่งช่วงหนึ่ง พระรักเกียรติ รักขิตธัมโม หรือนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีต รมช.สาธารณสุข ได้บรรยายเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเป็นนักการเมืองดาวรุ่ง และเป็นถึงรัฐมนตรี แต่สุดท้ายก็ถูกตัดสินลงโทษในข้อหาทุจริตประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งเป็นผลมาจากความลุ่มหลงมัวเมาในอำนาจ จนกลายเป็นกรรมที่ทำให้ตัวเองต้องกลายเป็นดาวร่วงในที่สุด แม้จะหนีคดีอยู่ 1 ปี แต่สุดท้ายก็ยอมรับความผิดมาชดใช้กรรมในคุก 5 ปีจาก 15 ปีที่ศาลตัดสิน
วันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในตอนนั้นก็เคยโทรศัพท์มาหาและปลอบใจว่าศาลตัดสินอย่างยุติธรรมแล้ว แต่เหตุใดวันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณที่ถูกตัดสินจำคุกในข้อหาเดียวกัน และมีโทษเพียงแค่ 2 ปี กลับหนีไปต่างประเทศ แล้วยังมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวายอีกด้วย
“แม้อาตมาจะผิดพลาดเคยทำความผิด เคยอยู่ในเรือนจำใช้กรรมของตัวเอง แต่ก็ถือว่าอาตมายังมีบุญอยู่บ้างที่ออกมาแล้วได้มาอยู่ในร่มกาสาวพัตร์ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณทำผิดแล้ว ก็มีแต่แก้ตัวว่าไม่เป็นธรรมแล้วหนีไปต่างประเทศ หากพ.ต.ท.ทักษิณคิดที่จะแก้ไขตัวเอง ป่านนี้ยอมมารับโทษ ก็คงได้ปล่อยตัวออกมาแล้ว เพราะโทษแค่ 2 ปีเท่านั้นเอง” พระรักเกียรติ กล่าว
พระรักเกียรติ กล่าวต่อว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณพยายามที่จะขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะตามกฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องติดคุกเสียก่อน แล้วรอให้มีวโรกาสพิเศษเสียก่อนจึงจะสามารถทำได้ เมื่อขอพระราชทานอภัยโทษไม่ได้พ.ต.ท.ทักษิณต้องกลับมารับโทษ วันนี้อาตมาเข้าคุกก็เป็นคนโทรมาบอกอาตมาว่ายุติธรรมแล้ว วันนี้อยากถามว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณมีโทษแค่ 2 ปีแต่หนีไป อย่างนี้เป็นธรรมกับพระรักเกียรติหรือ แม้แต่การออกกฎหมายนิรโทษกรรม ยกเว้นความผิดให้ตัวเอง ก็ถือว่าไม่เป็นธรรมกับอาตมาเช่นกัน เพราะอย่างไรก็ต้องกลับมารับโทษ อาตมาอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณเลิกโทษคนอื่น ขอให้โทษตัวเองที่หลงไหลในกิเลสแล้วยอมมารับโทษเสีย ทำกรรมใดไว้ต้องยอมรับ
ต่อมา พระรักเกียรติยังได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันก่อนการเลือกตั้งด้วยว่า ในสถานการณ์ที่มีการเตรียมการโกงเลือกตั้งทั้ง 2 ขั้วการเมือง ซึ่งแม้ทุกโพลจะให้พรรคเพื่อไทยชนะ แต่ตนยังเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะชนะ เพราะนอกจากจะโกงเหมือนกันแล้วก็ยังมีตัวช่วยให้เข้าสู่อำนาจอีกด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ที่มีวางตัวตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งระดับเขต ซึ่งเป็นข้าราชการที่รอการเลื่อนตำแหน่งทั้งหมด โดยคนเหล่านี้ก็ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายโดยพรรคการเมืองชื่อย่อ น. ที่มีอำนาจในการโยกย้ายข้าราชการท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้ว่าราชการในภาคอีสานที่พรรคการเมืองนี้เป็นผู้แต่งตั้งทั้งหมด จึงเชื่อว่าไม่มีทางที่พรรคเพื่อไทยจะชนะยกจังหวัดได้เหมือนเมื่อการเลือกตั้งปี 50 อย่างแน่นอน อย่างน้อยๆพรรคประชาธิปัตย์ต้องได้ 1 ที่นั่งในทุกจังหวัดของภาคอีสาน และพรรคภูมิใจไทยได้แน่นอน 3 ที่นั่งในแต่ละจังหวัดภาคอีสาน
“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการชิงบ้านชิงเมือง เอาประเทศเป็นตัวประกัน มีการใช้เงินอย่างรุนแรง และมีความรุนแรงถึงขั้นเอาชีวิตกัน โดยวันนี้ฆ่าหัวคะแนนฝ่ายตรงข้าม หลังเลือกตั้งจะมีการฆ่าหัวคะแนนตัวเอง และก็มีการทุจริตโกงเลือกตั้งอย่างโหฬาร จึงทำให้เชื่อว่าหลังเลือกตั้งจะไม่มีการยอมรับผลการเลือกตั้ง จนเกิดกลียุคขึ้นมา บ้านเมืองไม่สงบ ดังนั้นเลือกตั้ง 3 ก.ค.จึงไม่ใช่คำตอบของประเทศ ส่วนทางออกจะเป็นอย่างไรขอให้ประชาชนพิจารณาเอง” พระรักเกียรติ ระบุ



