ข่าว

พาณิชย์ใช้ยาแรงหลังส่งออกวูบหนัก 20%

พาณิชย์ใช้ยาแรงหลังส่งออกวูบหนัก 20%

22 เม.ย. 2552

ส่งออกมีนาคมวูบหนักติดลบ 23.1% ฉุด 3 เดือนติดลบแล้ว 20.55% ระบุกระทบทุกกลุ่มสินค้า พาณิชย์เดินหน้าใช้ยาแรงกระตุ้นเล็งหารือคลังขอชดเชยภาษีมุมน้ำเงินคาดใช้เงินกว่าแสนล้านบาท หวังดันส่งออกเพิ่ม 9.6 แสนล้าน

 นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการค้าระหว่างประเทศของไทยช่วงไตรมาสแรกปี 2552 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 33,787.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 20.55% โดยสินค้าส่งออกลดลงในทุกหมวด ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 26,732.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 37.6% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าช่วง 3 เดือนแรก 7,054.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ขณะที่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาการส่งออกมีมูลค่า 11,555.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 23.1% ลดลงทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยกเว้นไก่และน้ำตาล รวมไปถึงสินค้าอุตสาหกรรม ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 9,454.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 35.1% ลดลงในทุกหมวดสินค้าเช่นเดียวกัน

  "การส่งออกต้นปีนี้ถือว่าใกล้เคียงกับปี 50 ที่ตัวเลขเฉลี่ยเดือนละกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ขณะที่ปี 51 การส่งออกดีขึ้นจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งหลังจากนี้จะหารือกับกรมส่งเสริมการส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์การส่งออกปีนี้ใหม่อีกครั้งซึ่งอาจจะมีการทบทวนตัวเลขคาดการณ์ใหม่ด้วย" นายศิริพล กล่าว

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกะทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมออกมาตรการเร่งด่วนที่จะเห็นผลทันทีสำหรับกระตุ้นการส่งออกทั้งปี โดยเน้นเสริมสภาพคล่องและลดต้นทุนการผลิตให้แก่ผู้ส่งออกด้วยมาตรการคืนภาษีและการดูแลภาษีซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการจ่ายเงินชดเชยให้ผู้ส่งออกที่ผลิตสินค้าในประเทศในรูปของบัตรภาษี หรือภาษีมุมน้ำเงินในอัตรา 2-5% ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมโดยรัฐจะต้องแบกภาระเงินชดเชย 9.2 หมื่นล้านถึง 1.28 แสนล้านบาท แต่คาดว่าจะได้เงินกลับมาจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นถึง 9.6 แสนล้านบาท เน้นใน 2 กลุ่มหลักคือ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์และส่วนประกอบ ที่คิดเป็น 40% ของการส่งออกกลุ่มนี้จะให้อัตรา 3-5% รัฐต้องจ่ายคืนภาษี 5-8 หมื่นล้านบาท ส่วนผู้ส่งออกที่เหลือ 60% คืนภาษีมุมน้ำเงิน 2% รัฐต้องจ่ายคืนภาษี 4.8 หมื่นล้านบาท

 “มาตรการนี้ถือว่าเป็นยาแรงที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยจะนำไปหารือกับรมว.คลังก่อนนำเข้าครม.สัปดาห์หน้า แต่หากที่ประชุมไม่อนุมัติมาตรการดังกล่าวก็คาดว่าจะทำให้การส่งออกติดลบไปถึง 15%” นางพรทิวากล่าวหากผลักดันมารตรการได้ทั้งหมดยอดส่งออกปีนี้จะกลับมาอยู่ที่ 0-3% รวมถึงผลักดันจีดีพีให้ดีขึ้น 1-2%