
'แม้ว'ขอโทษ'พท.เย้ย'มาร์ค'หนังเก่า
'แม้ว' มุกใหม่ ขอโทษ-ให้อภัย 'จาตุรนต์' ชี้ ปชช.ร่ำไห้ ไม่ใช่ 'มาร์ค' เย้ย ถอนพิษจุดไม่ติด 'ปู-เต้น' หยัน หนังเก่า ให้เกรด 'เอ-วัง'
24 มิ.ย. เวลา 11.00 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง เขียนข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ @chaturon กรณีการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่ราชประสงค์ เมื่อวันที่23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ได้ติดตามข่าวการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่ราชประสงค์แล้ว และดูความเห็นของสำนักข่าวต่างประเทศบางแห่ง ก็พอเห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่จุดพลิกผันของการหาเสียงแน่
"ที่ไม่สามารถเป็นจุดพลิกผันได้ เพราะเนื้อหาที่นำเสนอทั้งหมด เป็นเรื่องที่เคยพูดกับประชาชนมาหมดแล้ว รวมทั้งประเด็นกล่าวหาในช่วงหาเสียงครั้งนี้ สิ่งที่เพิ่มเติม คือ การพยายามทำเรื่องนี้ให้สะเทือนใจด้วยการเล่าว่า คุณอภิสิทธิ์ร้องไห้ทั้งคืน ในวันที่ 10 เม.ย.2553 และการร้องไห้บนเวทีของนายสุเทพ"
นอกจากนั้น ก็มีการเสนอวาทกรรมที่ว่า มาช่วยกัน 'ถอนพิษทักษิณ' ซึ่งดูแล้ว ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่จุดขึ้น เพราะคนได้ทำความเข้าใจเชิงเหตุผลกันมามากแล้ว
นายจาตุรนต์ ระบุว่า จุดอ่อนที่สำคัญของการปราศรัยครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์ อันดับแรกคือ การเลือกสถานที่ที่ผิด เพราะในเชิงสัญลักษณ์ เท่ากับต้องการท้าทาย ตอกย้ำและยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง รวมทั้งทำให้เกิดความเกลียดชังระหว่างคนในชาติ
ส่วนการแก้ต่างให้กับตนเองและพวกที่เพิ่มเติมขึ้นมาเช่น "ที่ราชประสงค์ไม่มีคนตาย" คนมีวิจารณญาณทั้งหลายก็ย่อมรับไม่ได้ ในขณะที่ผู้บาดเจ็บและญาติผู้เสียชีวิต ย่อมโกรธมากขึ้น การพูดแบบที่เคยพูดมาแล้วหลายครั้งว่า ประชาชนและทหารถูกคนชุดดำฆ่าตายทั้งนั้น ไม่มีใครเชื่อแน่ เพราะขัดกับข้อเท็จจริงอีกมากมายที่หลายฝ่ายนำเสนอไปแล้ว
นายจาตุรนต์ ยังทวิตระบุอีกว่า ที่นายอภิสิทธิ์ บอกว่าร้องไห้ทั้งคืน ในวันที่ 10 เม.ย.2553 นั้น ไม่ทราบว่าร้องไห้ด้วยเหตุผลอะไรแน่ แต่นายอภิสิทธิ์ควรทราบด้วยว่า มีประชาชนอีกมากมายที่ร้องไห้ไปอีกนานกว่านายอภิสิทธิ์
"ผมจำเป็นต้องย้ำว่า ถ้าวันนั้นรัฐบาลไม่สั่งให้ยึดพื้นที่คืนให้ได้ ไม่สั่งให้นำอาวุธร้ายแรงนานาชนิดรวมทั้งรถหุ้มเกราะ เข้าไปในบริเวณที่ชุมนุม และไม่ดันทุรังที่จะสลายการชุมนุมให้ได้ ทั้ง ๆ ที่มืดแล้ว ก็คงไม่มีใครต้องร้องไห้ ต้นเหตุของความผิดพลาดของคุณอภิสิทธิ์ที่สำคัญ อยู่ที่การตั้งโจทย์เริ่มต้นรับมือกับการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนว่า คนเหล่านี้ถูกจ้างมา ถูกกะเกณฑ์มา เป็นพวกคิดร้ายทำลายชาติ เมื่อมีการเสียชีวิตแล้วก็พยายามสร้างภาพอย่างเป็นระบบว่า ประชาชนเป็นพวกก่อการร้ายและล้มเจ้า"
นายจาตุรนต์ ระบุว่า นายอภิสิทธิ์กับพวก ได้ถลำเข้าไปสู่จุดที่ต้องแพ้กันไปข้างหนึ่ง คือ ถ้าประชาชนไม่เป็นพวกก่อการร้ายและล้มเจ้า นายอภิสิทธิ์กับพวก ก็ต้องเป็นฆาตกร เรื่องทั้งหมดแก้ยากมาก เพราะคู่กรณีฝ่ายหนึ่ง เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่มีหน้าที่ต้องทำให้เกิดความยุติธรรม ยิ่งนายอภิสิทธิ์แก้ต่างให้กับตนเองมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้การพิสูจน์ความจริงเป็นไปได้ยากเท่านั้น
"น่าเสียดาย ที่คุณอภิสิทธิ์ไม่ฟังคำทักท้วงของใคร ๆ และยังคงไปปราศรัยที่ราชประสงค์ ด้วยเนื้อหาที่แย่กว่าที่ผ่าน ๆ มาเสียอีกด้วย จึงยิ่งทำให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติแก้ยากยิ่งขึ้นไปอีก"
นายจตุรนต์ ทวิตต่อว่า น่าเสียดายที่การแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ถูกทำให้แก้ยากยิ่งขึ้นเพียงเพราะความต้องการให้เกิดการพลิกผันในการหาเสียงเลือกตั้งของนายอภิสิทธิ์กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเขาประเมินว่า ความพยายามจะพลิกกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้จะล้มเหลว
"ในเวลาสั้น ๆ คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า อะไรเป็นอะไร เข้าใจว่า คุณอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ทำอะไร และเมื่อเป็นที่ชัดเจนว่า การปราศรัยที่ราชประสงค์ไม่ประสบความสำเร็จดังคาด มิหนำซ้ำยังอาจเป็นผลลบ ในหมู่ผู้ที่ทำงานด้านปรองดอง และผู้ที่การให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า ถึงเวลานั้นผู้ที่จะรู้สึกเสียดายที่สุด ก็คงจะเป็นคุณอภิสิทธิ์นั่นเอง" นายจาตุรนต์ ย้ำ
สำหรับวาทกรรม "แก้พิษทักษิณ" หรือ "ถอนพิษทักษิณ" นายจาตุรนต์ เชื่อว่า จุดไม่ติดแน่ ปัญหาของประเทศที่ต้องสูญเสียประชาธิปไตยกันไป สูญเสียระบบยุติธรรมและสูญเสียการมีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ มีเสถียรภาพไป ต้นเหตุสำคัญอันหนึ่งก็มาจากการจัดการกับ "ทักษิณ" ทำลายทักษิณ ไม่ใช่หรือ? การจัดการกับทักษิณ ได้ทำให้บ้านเมืองเสียหายไปมาก และฝ่ายที่จ้องทำลายทักษิณก็เสื่อมลงไปมาก
"ในขณะที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นที่ชัดเจนกว่าครั้งที่แล้วเสียอีกว่า เป็นการแข่งขันกันระหว่างฝ่ายจัดการกับทักษิณกับฝ่ายทักษิณ ซึ่งก็หมายความว่าต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีอะไรปิดบังอำพราง และผลจากโพลทั้งหลาย ก็กำลังบอกว่า ฝ่ายที่จ้องทำลายทักษิณกำลังจะแพ้อย่างหมดรูป การมาชูประเด็นถอนพิษทักษิณจึงไม่มีทางจุดขึ้น ที่ปลุกให้คนแก้พิษทักษิณหรือถอนพิษทักษิณนั้น จึงมีเรื่องน่าคิดว่า ถ้ามุขนี้แป๊กและฝ่ายทักษิณชนะถล่มทลาย พวกที่จ้องทำลายทักษิณจะสรุปกันยังไง" นายจาตุรนต์ทวิตทิ้งท้าย
'แม้ว' ทวิต ให้ทุกฝ่ายก้าวข้ามอดีต พร้อมขอโทษและขออภัย
เวลา 11.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ "ThaksinLive" ว่า วันนี้เป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนชาวไทย ให้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงจะขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทย ให้ใช้วันนี้เป็นวันเริ่มต้นที่จิตใจของทุกท่านว่า เราจะเดินหน้าเข้าสู่ความปรองดอง เพื่อความสามัคคีของคนในชาติ เราจะเป็นประเทศที่มีหลากหลายความคิด แต่ความคิดที่แตกต่าง จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่แตกแยกกัน
"ใครที่ผมอาจทำให้ไม่สบายใจ ไม่พอใจ ไม่ชอบใจ หรือขัดใจ มาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ผมขอโทษและขออภัย ส่วนคนที่ด่าผม ทำร้ายผม วิจารณ์ผม ผมให้อภัยไม่ขอถือโทษโกรธกัน ไม่แก้แค้น ไม่ล้างแค้น เราต้องก้าวข้ามอดีตเพื่อพาประเทศก้าวหน้าไปด้วยกันให้ได้ เราต้องไม่ถอยหลังและย่ำอยู่กับที่อีกแล้วครับ" พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุ
'ยิ่งลักษณ์' หยัน ปราศรัยราชประสงค์ ไม่มีอะไรใหม่ เชื่อ คนฟังมีวิจารณญาณ
ที่ดอนเมือง เวลา 11.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นเรื่องที่เคยได้มีการอภิปรายในสภามาแล้ว เป็นข้อมูลเก่า ซึ่งเธอมองว่า ประชาชนอยากฟังว่า หลังการเลือกตั้ง พรรคไหนที่เข้ามาเป็นรัฐบาล จะนำนโยบายที่ทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีอย่างไร
ส่วนกรณีที่มีการปราศรัยพาดพิงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทย เธอและพรรคเพื่อไทย มีความจริงใจที่จะเข้ามาทำงาน และจะชี้แจงว่า ถ้าเป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร และจะไม่ตอบโต้ เพราะอยากเห็นประเทศชาติ มีความสามัคคีปรองดอง และปัญหาของทุกพรรคคงจะต้องตอบว่า จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างไร ส่วนเธอเองนั้น คงจะต้องอดทนเพื่อประเทศเป็นไปอย่างสร้างสรร ค์ และสงบสุข และเชื่อว่า ประชาชนที่ฟังการปราศรัยคงจะใช้วิจารณญาณ และให้ความเป็นธรรมกับเราบ้าง
เมื่อถามว่า โพลของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.ไม่ถึงครึ่ง และขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรติดต่อเพื่อจัดตั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ และขณะนี้ยังอยู่ในโหมดของการเลือกตั้ง การรณรงค์หาเสียง เชื่อว่า ยังเร็วเกินไปที่จะจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่า ยังมั่นใจในโพลที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้่งอยู่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า โพลเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำไปทำงาน แต่ก็ยังมีประชาชนอีกจำนวนหลายล้านคน ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ เรายังต้องทำงานเพิ่ม เพื่อให้ประชาชนพิจารณาในนโยบายของพรรคเรา
เมื่อถามถึงกรณีเหตุระเบิดรถหาเสียงของพรรค น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดูแลความสงบเรียบร้อย อยากให้ทุกพรรคหาเสียงได้ ส่วนเธอเองนั้นไม่ห่วง และเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปอย่างเรียบร้อย และปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เกิดจากสาเหตุของการเมือง
เมื่อถามว่า ขณะนี้ยังมีปัญหาของพรรคเรื่องการกาบัตรเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังมีความกังวลในเรื่องนี้ กลัวว่าประชาชนจะเข้าใจผิด และเราต้องประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการลงคะแนน
ทั้งนี้ จะได้มีการชี้แจงบนเวทีปราศรัย และให้ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขตช่วยชี้แจงไปยังประชาชนอีกด้วย
"อยากให้กกต.ชี้แจงเพื่อให้ความชัดเจน เพราะจะเป็นประโยชน์กับทุกพรรค" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ยกเลิกกำหนดการปราศรัยในพื้นที่ภาคอีสาน ในช่วงเช้าของวันนี้ เพราะต้องเดินทางไปโรงเรียนของเด็กชายศุภเสกข์ อมฉัตร บุตรชาย เนื่องจากในวันนี้ ทางโรงเรียนได้มีพิธีมอบรางวัลให้นักเรียน โดยหลังจากที่ได้เข้าร่วมพิธีของทางโรงเรียนเสร็จสิ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมบุตรได้เดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง
ทั้งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินด.ช.ศุภเสกข์ ได้นำรางวัลที่ได้รับมาโชว์ต่อสื่อมวลชน พร้อมกล่าวว่า หลังจากนี้ จะเดินทางไปลงพื้นที่กับแม่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวเหนื่อยมั๊ย ด.ช.ศุภเสกข์ กล่าวว่า เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็ไหว และเมื่อถามต่อว่า อยากจะให้แม่เป็นนายกฯมั๊ย ด.ช.ศุภเสกข์ กล่าวว่า อยากให้เป็น ถ้าเป็นายกฯเวลาก็จะน้อยลง แต่ก็ไม่เป็นไร วันนี้ รางวัลที่ได้รับ คือ รางวัลภาษาอังกฤษดีเด่น และรางวัลเกี่ยวกับการเรียนดี
เมื่อถูกถามว่า คุณแม่ได้ให้รางวัลอะไรหรือไม่ ด.ช.ศุภเสกข์ กล่าวว่า แม่ให้ไอแพด 2 (เมื่อพูดเสร็จด.ช.ศุภเสกข์ได้หันหน้าไปทางน.ศ.ยิ่งลักษณ์) ผู้สื่อข่าวจึงได้เอ่ยปากแซวว่า ตรงนี้ถือว่าเป็นนโยบายของพรรคหรือไม่ที่จะเริ่มต้นให้บุตรชายใช้ก่อน
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จากนี้บุตรชายจะมีโอกาสลงพื้นที่หาเสียงกับตนเองด้วย เพราะหลังจากนี้จะเป็นช่วงปิดเทอม เพราะจะได้อยู่ด้วยกัน แต่คงจะไม่ได้เดินทางไปทุกที่ เพราะบางพื้นที่ก็จะเป็นการลำบากสำหรับเด็ก และก่อนเดินทางขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปลงพื้นที่ภาคอีสาน เฮลิค็อปเตอร์
'ณัฐวุฒิ' ให้คะแนน ปชป. ปราศรัยราชประสงค์ 'เอ = เอวัง' เย้ยไม่มีอะไรใหม่
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกรณีเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ที่ราชประสงค์ว่า การปราศรัยมีข้อความบางประการ มีข้อความเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสี ทำให้เกิดการเข้าใจผิดมีผลต่อคะแนนนิยมชัดเจน เรื่องนี้จะให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานข้อมูล เพื่อไปยื่นต่อกกต. และมีประเด็นที่นายสุเทพ นำคลิปการปราศรัยของเขา ที่สั่งการให้ไปเผาสถานที่ต่าง ๆ ทั้งที่เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เวทีปราศรัยที่เขาสอยดาวที่ จ.จันทบุรี ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีกำหนดการการชุมนุมใหญ่ เพราะเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมกราคม และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เคยออกมายอมรับว่า คลิปดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการชุมนุมใหญ่ เรื่องนี้จะให้ฝ่ายกฎหมายไปตรวจสอบอีกด้วย
ส่วนข้อเท็จจริงในการปราศรัยของนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ไม่มีอะไรใหม่ เป็นเรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่ และสิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนรับรู้ว่า พูดเรื่องเดิม แต่เป็นการขยายความขัดแย้งให้สังคมแตกแยกมากขึ้น แต่พรรคเพื่อไทยจะไม่มีการตอบโต้ไม่สร้างสงครามน้ำลาย เพราะทุกข้อมูลที่พูดไม่มีความจริงเลย และไม่จำเป็นต้องนำมาพูดในเวทีปราศรัย น่าจะไปใช้ที่หน้าบัลลังก์ของศาล
"ผมพร้อมนำหลักฐานไปสู้กันที่ศาล และพรรคประชาธิปัตย์เตรียมรับผิดชอบต่อความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นด้วย ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะนำเสนอนโยบายให้ประชาชนมากกว่า" นายณัฐวุฒิ กล่าว
เขาบอกด้วยว่า ต่อว่า ถ้าจะให้คะแนนการปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ให้ "เอ" คือ "เอวัง" เพราะตลอดทุกนาที ไม่ปรากฎนโยบาย หรือแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศ ไม่บอกว่า ปรองดองอย่างไร แต่เป็นการตอกย้ำซ้ำเติมผู้เสียชีวิต
ส่วนวาทกรรม ในการปราศรัย น่าจะเป็น "ถอนพิษทักษิณ" แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เป็นผู้สมัคร ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน คู่แข่งของพรรคประชาธิปัตย์คือพรรคเพื่อไทย คู่แข่งของนายอภิสิทธิ์ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สิ่งที่จะต้องเอาชนะคือเรื่องของนโยบาย
"ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีพิษเพราะเป็นนายกฯ ที่มาจากประชาชน ตามระบอบบประชาธิปไตย" นายณัฐวุฒิ ระบุ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวางระเบิดรถหาเสียงของพรรคเพื่อไทยที่ จ.อุดรธานี นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ทราบลายละเอียด แต่เรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปดูแล และอยากให้เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์
เมื่อต่อถามว่า การที่พูดพาดพิงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ จะมีผลอะไรหรือ ไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่มีผลต่อคะแนนของพรรคเพื่อไทย สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์พูดเป็นเรื่องเก่า ประชาชนทราบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องปฏิวัติ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้ยินทุกวัน ใครจะทำต้องทบทวน คนไทยต้องการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ถ้ารักประชาชนและเชื่อมั่นในประชาธิปไตย อย่าทำ เพราะถ้าทำจะนำประเทศไทยสู่ทางตัน และอยากให้ยอมรับผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น



