
ไฟเขียวหั่นงบรายจ่าย2แสนล้านเบรกขรก.ดูงานต่างประเทศ-ยันไม่กระทบแผนฟื้นศก.
ครม.อนุมัติหั่นงบรายจ่ายปี 2553 วงเงิน 2 แสนล้านบาท คงการขาดดุลไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท สั่งทุกกระทรวงลดรายจ่ายเสนอครม. อีก 2 สัปดาห์ งดข้าราชการดูงานต่างประเทศ จ้างที่ปรึกษา ยกเลิกชุมชนพอเพียง "กรณ์" ยันไม่กระทบแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ เร่งมาตรการรอบสอง หวั่นจีด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติการปรับปรุงกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ลดลงจาก 1.9 ล้านล้านบาท เหลือ 1.7 ล้านล้านบาท ลดลง 2 แสนล้านบาท โดยประมาณการรายได้สุทธิอยู่ที่ 1.35 ล้านล้านบาท เพื่อคงระดับการขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐมนตรีทุกกระทรวงจะต้องกลับไปปรับปรุงรายจ่าย เพื่อกลับมารายงานต่อครม.อีกครั้งใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า
นายกรัฐมนตรียอมรับว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มปรับลดลงมาติดลบ 4-5% ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งเงิน เพราะรัฐบาลต้องจำกัดวงเงินหนี้สาธารณะไม่ให้อยู่ในระดับที่สูงเกินไป ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับ 60% กว่าๆ และจะพยายามไม่ให้ตัวเลขไปไกลกว่านั้น โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาที่มาของแหล่งเงินที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจภายใน 2 สัปดาห์
ด้านนายกอบศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีแถลงเพิ่มเติมว่า งบรายจ่ายที่ถูกตัดออกไปนั้น จะไม่กระทบกับการให้บริการแก่ประชาชน โดยงบที่ถูกตัดไปส่วนใหญ่จะเป็นงบที่เกี่ยวกับการฝึกอบรมของส่วนราชการในต่างประเทศ การจ้างที่ปรึกษา หรือ การประชาสัมพันธ์ ที่ไม่ควรดำเนินการ งดเงินอุดหนุน หรือ เบี้ยเลี้ยงต่างๆ นอกจากนี้ ยังยกเลิกโครงการชุมชุมพอเพียงไปก่อน ที่แต่ละปีจะต้องใช้เงินถึง 3 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังยกเลิกงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลังอีกประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ก็คิดเป็นเงินประมาณเกือบ 1 แสนล้านบาท
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า แม้งบประมาณรายจ่ายในปี 2553 จะลดลง แต่รัฐบาลจะยังดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตามแผนเดิม เพียงแต่รัฐบาลต้องจัดหาแหล่งเงินเพื่อมาหนุน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็กำหนดเวลาให้กระทรวงการคลังเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินโดยไม่กระทบต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ
"ปีนี้คาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวติดลบประมาณ 4-5% และทุกๆ 1% ที่จีดีพีลดลง จะทำให้มีคนตกงานประมาณ 2.5-3 แสนคน ซึ่งเราก็หนักใจในเรื่องนี้ จึงเร่งแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองออกมา ซึ่งเราคาดการณ์ว่า มาตรการก๊อกสองนี้ จะช่วยสร้างงานได้ประมาณ 1 ล้านคนใน 2 ปี” นายกรณ์กล่าว
นายศุภรัตน์ ควรหา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม. ว่า กระทรวงการคลังได้รายงานสรุปผลการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2552 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551- 20 มีนาคม 2552) โดยระบุว่า ยังมีหน่วยงานที่เบิกจ่ายงบประมาณต่ำกว่าเป้าถึง 16 หน่วยงาน จาก 25 หน่วยงาน



