
ความหวาดหวั่นที่รู้ได้ล่วงหน้า
ในที่สุดสิ่งที่ทุกฝ่ายคาดการณ์เอาไว้แล้วสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ก็บังเกิดขึ้นจนได้ !?!
แม้จะมาช้าไปบ้าง แต่สุดท้ายก็มาและดูเหมือนจะทวีความรุนแรงหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
คดีอาชญากรรมการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้จะเป็นบททดสอบการทำงานของตำรวจ ทั้งด้านการป้องปราม ปราบปราม และติดตามสืบเสาะให้ได้ตัวคนร้าย
สำคัญกว่านั้นคือรู้ตัวคนบงการ ?!!
คดีลักษณะนี้มีปัจจัยต่างกับคดีอาชญากรรมทั่วไปอยู่เล็กน้อย คือ มือปืนส่วนใหญ่ล้วนอยู่ใต้ชายคานักการเมืองและกลุ่มคนมีสี
อย่างดีอาจจะได้แค่ตัวมือปืน นั่นก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำคดีแล้ว แต่อย่างเลวร้ายที่สุดเลยก็คือรู้ตัวมือปืน รู้ตัวคนบงการ แต่พยานหลักฐานสาวไปไม่ถึง
นี่ก็ปิดคดีได้เหมือนกัน แต่ต้องอาศัยวันเวลามาช่วยลบเลือนการรับรู้ของสังคม
คดียิง สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี ดูเหมือนญาติๆ เหยื่อจะปักใจเชื่อแล้วว่า การเมืองขั้วตรงข้ามเป็นคนลงมือ
เข้าใจไปแล้วด้วยว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ?!!
อย่างที่เคยบอกครับ แผนประทุษกรรมนั้น เปรียบไปก็เหมือนลายมือลายเซ็นคนทำ ตำรวจเก๋าๆ ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีอยู่หลายคน ดูปุ๊บก็บอกได้ทันทีใคร ซุ้มไหน เป็นคนทำ
ทำไมคดีนี้ตำรวจถึงพุ่งเป้าไปที่คนมีสี ก็เพราะถนนข้าวสารผู้คนพลุกพล่าน ตรอกซอกซอยเยอะแยะไปหมด แถมอยู่ห่างจาก สน.ชนะสงคราม ไปไม่เท่าไร
มือไม่ถึงจริง ไม่เก๋าจริง ทำไม่ได้
40 กว่าจังหวัดในลิสต์เฝ้าจับตาความรุนแรง แรกๆ ไม่มีลพบุรีเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้คงต้องกากากบาทตัวแดงใหญ่ๆ ไว้เลย
คล้อยหลังยิงนายก อบจ.ไม่กี่วัน หัวคะแนนอีกคนก็ถูกปาบึ้มใส่ โชคดีไม่มีคนเจ็บตาย ก่อนที่ความรุนแรงจะขยายไปอีกหลายจังหวัด
สิ่งนี้สะท้อนถึงบางแง่มุมได้หรือไม่ ?
ประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืน แต่ทำไมคนทั่วบ้านทั่วเมืองถึงพกพาไปไหนมาไหน โกรธเคืองใครก็ยิง ไม่พอใจใครก็ยิง อย่างกับประเทศยุทธภัณฑ์เสรี
สำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศจังหวัดเฝ้าจับตาความรุนแรง ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ยังเกิดขึ้นจนได้
ไม่อยากจะเข้าใจว่า มาตรการไร้ผล แต่ก็จนด้วยไม่รู้จะคิดให้เป็นอย่างอื่นได้
ฝากถึงตำรวจที่รักครับ ประชาธิปไตยไม่เคยเบ่งบานบนกระบอกปืน หากการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้วก็ต้องตามติด อย่าต้องให้วันเวลามาช่วยปิดคดีเลย !?!
อนลัส
[email protected]



