
คืนความเป็นธรรมให้หมอมุก
สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับ "หมอมุก" พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่ถูกทหารขับรถพุ่งชนจนบาดเจ็บสาหัสว่าจะออกมาในรูปใด เธอจะฟื้นกลับมามีสภาพปรกติหรือไม่
จะได้รับความเป็นธรรมมากน้อยเพียงใด และเรื่องราวตอนจบของคดีนี้จะออกมาเช่นใด ตัวการจะรอดพ้นความผิดหรือไม่ หลังจากกบดานเงียบไม่ยอมออกมารับผิดชอบเป็นเวลานานกว่าจะยอมเผยโฉมอย่างมีเงื่อนงำหลังสื่อมวลชนทุกแขนงได้ประโคมเป็นข่าวใหญ่แล้ว
กรณีที่เกิดขึ้นกับหมอมุก ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องกระทบกระทั่งส่วนตัว แต่บานปลายกลายเป็นปัญหาของคนในเครื่องแบบและการพยายามดึงสถาบันทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้สังคมสะเทือนอารมณ์ไม่ใช่น้อยพอๆ กับกรณีของเยาวชนหญิงอายุ 17 ปี ที่ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนท้ายรถตู้โดยสารบนทางด่วนโทลล์เวย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน หรือกรณีของนายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ นักศึกษาหนุ่มวัย 20 ปีเศษ ลูกชายของนางสาวิณี ปะการะนัง (ปัจฉิมสวัสดิ์) อดีตนางสาวไทยปี 2527 ที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับคนขับรถเมล์แล้วขับรถเบนซ์พุ่งชนผู้โดยสารที่ยืนรอเปลี่ยนรถจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แม้จะเกิดต่างกรรมต่างวาระและต่างสาเหตุก็ตาม
นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ชี้ว่าต้นเหตุที่คนขับรถมีอารมณ์เปราะบางจนไม่สามารถควบคุมอารณ์ได้หากมีเหตุกระทบกระทั่งแม้เพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่มาจากความเครียดหรือภาวะอีคิวที่น้อย ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ นำไปสู่การใช้อาวุธปืนหรือทำร้ายร่างกายกัน
ในยุคที่ภาคประชาสังคมมีบทบาทสำคัญในการสร้างสังคมใหม่ที่โปร่งใส ยุติธรรมและตรวจสอบได้นั้น สิ่งที่ภาคสังคมจะต้องตรวจสอบโดยเทียบเคียงทั้ง 3 เหตุการณ์ไม่ได้อยู่เพียงแค่ว่าสามารถนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมได้หรือไม่ โดยเฉพาะหากผู้ก่อเหตุยังพยายามปัดความความรับผิดชอบ หรือไม่สำนึกผิดในเหตุที่ก่อทั้งโดยเจตนาหรือไม่เจตนา
สิ่งที่สังคมควรจะร่วมกันตรวจสอบต่อไปก็คือหามูลเหตุที่ทำให้การกระทบกระทั่งเพียงเล็กน้อยนำไปสู่เหตุรุนแรงจนอาจทำให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหรือบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัวได้ จากเดิมที่เพียงแค่ต่อว่าต่อขานหรือชกต่อยกันเท่านั้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการบังคับใช้กฎหมายหย่อนยานหรือไม่ หรือเป็นเพราะปล่อยปละละเลยให้ผู้มีปัญหาทางจิตไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้หรือยังไม่บรรลุภาวะสามารถขับรถยนต์ได้เหมือนคนปรกติทั่วไปโดยไม่มีใครนั่งเป็นเพื่อน หรือเป็นเพราะสังคมเปลี่ยนไปกลายเป็นสังคมตัวใครตัวมัน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถป้องกันได้เนิ่นๆ หากทุกคนจะร่วมมือกันอย่างจริงจัง



