
พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์โชว์รูปหมอมุกขวางรถ
พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์นำภาพถ่ายของหมอมุกยืนขวางรถเตรียมมอบตำรวจ โอกาสพาเมียเข้าให้การกับตำรวจแต่ไร้เงาลูกสาว ผบก.น.1 " กำชับ " ตำรวจพญาไท " ทำคดีตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐาน จ่อแจ้งข้อหา แจ้งความเท็จ หากคำให้การลูกสาว-ภรรยา ไม่สอดคล้องกัน ประวิตรยันกองทัพไม่ปกป้อ
เมื่อเวลา 11.30น.วันที่ 23 มิ.ย. พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กองกลางสำนักงานบัญชีทหาร ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ รพ.พระมงกุฎเกล้าได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางมาที่สน.พญาไท พร้อมด้วย นางสภาวัน ภู่กลั่น ภรรยา อายุ 44 ปีโดย โดยนางสภาวันแต่งกายในชุดเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีชมพู หมวกกั้นแดดปีกกว้างสีชมพู มีผ้าปิดบังใบหน้าลายลูกไม้สีเข้ม สวมแว่นตาสีดำ พร้อมด้วยทนายความและนายทหารพระธรรมนูญ จากนั้นได้เดินทางขึ้นไปที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 โดยชุดพนักงานสอบสวน ประกอบด้วยพ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พงส.(สบ2) สน.พญาไท เจ้าของคดี พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท
โดยมี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังประไพ ผบก. 1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เข้าร่วมทำการสอบปากคำในครั้งนี้ด้วย ขณะที่สอบปากคำทางเจ้าหน้าที่ยังได้เชิญตำรวจหญิงนำกล้องวีดีโอ มาทำการบันทึกการสอบปากคำในครั้งนี้ด้วยโดยก่อนที่จะทำการสอบปากคำ ทาง พล.ต..ต.วิชัย ได้เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เชิญพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์มาให้ปากคำเพิ่มเติมและทางเราได้เชิญนางสภาวันมาให้ปากคำในฐานะพยานผู้ให้ถ้อยคำซึ่งขณะเกิดเหตุได้อยู่ภายในรถ ส่วนรายละเอียด เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ลูกสาวของพ.อ.ศักดิ์สิทธิจะมาให้ปากคำเมื่อไร พล.ต.ต.วิชัย ตอบว่า ขณะนี้ลูกสาว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เรียนหนังสือและเพื่อนลูกสาว ซึ่งทางเราจะนัดมาให้ปากคำในวันหลัง ซึ่งขณะนี้ทางเรายังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากต้องมีการพิสูจน์ตัวบุคคลว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด และสังคมเคลือบแคลง ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดตัวจริงและคดีนี้ มีความคืบหน้าไปมาก มีพยานแวดล้อม ประจักษ์พยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยนำหลักฐานทั้งหมดนำมาเปรียบเทียบ กับหลักฐานทั้งหมดกับหลักฐานที่มีอยู่ ซึ่งถ้าข้อมูลตรงกันก็จะแจ้งข้อกล่าวหากับ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ และถ้า พยานหลักฐานไม่ตรงกัน ก็จะต้องสืบสวนไปถึงผู้กระทำความผิดตัวจริง
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเรื่องกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ เป็นอย่างไร พล.ต.ตวิชัย ตอบว่า ตอนนี้ เราได้ทำการตรวจสอบ ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุ ก็สมบูรณ์มาก และเป็นพยานหลักฐานที่ดี และเมื่อ ถามเรื่อง ทหารยศ. พ.ท..ที่มีกระแสข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ พล.ต.ต.วิชัย ตอบว่า ยังไม่ได้เรียกมาสอบแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันเมื่อผู้สื่อข่าวได้ทำการสอบถามนางสภาวันว่ามีอะไรจะพูดหรือไม่ นางสภาวัน ได้เปิดเผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาให้การในฐานนะผู้อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนรายละเอียด จะแจ้งให้กับพนักงานสอบสวนเท่านั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรจะพูดไปถึง หมอมุกผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือไม่ นางสภาวัน ตอบว่า ขอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ยืนยันหรือไม่ ว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ขับขี่ชนหมอมุก นางสภาวัน ได้ตอบว่า ขอให้การกับตำรวจค่ะ
ด้านพล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่าเบื้องต้นจากการสอบปากคำนางสภาวัน ให้การว่าอยู่ในเหตุการณ์จริง และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งยืนยันตรงกันกับคำให้การของทางพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ที่ได้ให้การไว้ก่อนหน้า พร้อมกันนี้ทางพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ยังได้นำภาพถ่ายในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายไว้ก่อนเกิดเหตุซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ
หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่รอผลตรวจจากทางนิติวิทยาศาสตร์โดยกองพิสูจน์หลักฐานส่งมาให้เพื่อรวบรวมประกอบสำนวนคดี ในส่วนของลูกสาวพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ทีได้ให้การว่าอยู่ในเหตุการณ์ทางเจ้าหน้าที่จะนัดมาให้ปากคำใน 1-2 วันนี้
ทั้งนี้ได้ทางชุดพนักงานสอบสวนได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานให้เดินทางมา เก็บรอยนิ้วมือ กับ พ.อ.ศักด์สิทธิ์ และ นาง สภาวัน และเนื้อเยื่อที่บริเวณริมฝีปาก เพื่อนำไปเปรียบเทียบ กับหลักฐานที่อยู่กับบริเวณรถโตโยต้า แคมรี่ สีบอรน์ทอง หมยเลขทะเบียน สต 4065 กรุงเทพ ของหมอ มุก
ต่อมาเวลา 16.00 น. หลังพนักงานสอบสวน ทำการสอบปากคำนาน กว่า 4 ชั่ว โมง พล.ต.ต.อำนวย ได้เปิดเผยภายหลังสอบสวนเสร็จว่า ทางพนักงานสอบสวนได้เชิญ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ และภรรยา มาให้การเพิ่มเติม ส่วนลูกสาวและ เพื่อนที่อยู่ในรถจะเชิญมาให้การภายหลัง ซึ่งการสอบสวนในวันนี้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามตำรวจก็ยัปักใจเชื่อไม่ได้ ต้องให้พยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน ทั้งพยานแวดล้อม พยานบุคคล พยานวัตถุ รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยในวันนี้ก็ได้เก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอจากส่วนต่างๆของร่างกาย พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์และภรรยา ไปตรวจเทียบดีเอ็นเอเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ก็ตรวจพบบ้างแล้วแต่ยังไม่บอกว่าเจอในรถคันไหน
“การสอบสวนคดีนี้คืบหน้าไปมากแล้ว รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เ.ซ็นแล้ว และยังจะมีการสอบพยานคนกลางเพิ่มเต็มอีก ซึ่งเป็นพยานที่หน้าชื่อถือ นอกเหนือจากการสอบพยานของทั้งสองฝ่ายแล้ว” พล.ต.ต.อำนวยกล่าว
ด้าน พ.อ. ศักดิ์สิทธิ ได้เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า วันนี้ ได้มาให้ปากคำเพิ่มเติม และยืนยันว่าเป็นคนขับ พร้อมกับกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอยอมรับผิด และบอกว่าในวันเกิดเหตุได้กลับรถเพื่อไปถ่ายภาพหมอมุกไว้เป็นหลักฐานก่อนเกิดอุบัติเหตุขึ้น จากนั้นได้นำภาพถ่ายให้สื่อมวลชนได้ดู ซึ่งเป็นภาพที่หมอมุกยืนอยู๋ด้านหน้ารถ โดยได้มอบให้กับพนักงานสอบสวบ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วได้ยกมือขึ้นไหว้ สื่อมวลชนและพล.ต.ต.อำนวย จากนั้นก็เร่งรีบออกจากห้องไปขึ้นรถเดินทางกลับบ้านทันที โดยไม่ตอบข้อซักถามแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ และนางสภาวันภรรยา มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด พูดจาติดขัด โดยเฉพาะช่วงที่นางสภาวันเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามก่อนเริ่มการสอบปากคำ จะมีเสียงสั่นเครือเหมือนคนจะร้องไห้ และกุมมือแน่นคล้ายกับคนไม่มีสมาธิ และมีความกังวลใจเป็นอย่างมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23มิ.ย.) พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้นำภาพถ่ายของหมอมุกที่ยืนขวางรถเพื่อเตรียมมอบให้กับตำรวจด้วย
ผบก.น.1กำชับทำคดีตรงไปตรงมา
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า กำชับให้พนักงานสอบสว สน.พญาไท ทำคดีอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ ซึ่งขณะนี้ภรรยาและบุตรสาว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ได้เข้าพบตำรวจเพื่อสอบปากคำแล้ว หลังจาก พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ระบุว่า ในคืนเกิดเหตุทั้งสองร่วมเดินทางไปด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำคำให้การทั้งหมดไปประมวลกับคำให้การของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพิสูจน์ว่า เป็นการสมอ้างรับแทนกันหรือไม่ เพราะตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มากนัก หากพบว่าเป็นการรับสมอ้างแทน ก็จะแจ้งข้อหาให้การเท็จในทันที
ผบก.น. 1 กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนได้ขอให้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์นำหลักฐานที่อ้างว่า มีการชำระเงินค่าอาหารด้วยบัตรเครดิต มามอบให้ตำรวจ เพื่อนำไปตรวจสอบกับภาพจากกล้องวงจรปิดว่า เวลาที่ใช้บัตรเครดิตตรงกันหรือไม่ พร้อมกันนี้ยังขอให้กองพิสูจน์หลักฐานนำภาพวงจรปิดในวันเกิดเหตุ ไปปรับความคมชัด เพื่อใช้ตรวจสอบร่วมกับการพิสูจน์คำให้การของผู้ถูกกล่าวหาว่าสอดคล้องกันมากน้อยเพียงใด
ประวิตรยันกองทัพไม่ปกป้องลูกน้อง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และฝ่ายทหารได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ตนได้กำชับไปยัง รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ ให้ดูแลหมอมุกอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ทหารที่เข้ามารับสารภาพเป็นตัวจริงหรือไม่นั้น ตนไม่ขอพูดดีกว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน เราอย่าเข้าไปก้าวก่าย เพราะเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่รู้ เมื่อถามว่า กองทัพยืนยันจะไม่ปกป้องลูกน้อง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานอย่าเอาไปผูกกัน ทั้งนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์ที่ก่อเหตุ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงสอบสวนและรายงานตามขั้นตอน
อาการของหมอมุกทรงตัวเหมือนเมื่อวาน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าห้องไอซียู รพ.พระมงกุฎเกล้า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีบุคคลนำกระเช้าดอกไม้มาให้กำลังใจ พ.ต.พ.ญ.หทัยพรอย่างต่อเนื่อง อาทิ นักเรียนจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพมหานคร นักเรียนจากสถาบันเทคโนโลยีสยาม และเพื่อนๆ ข้าราชการทั้งที่รู้จักคุ้นเคยและไม่รู้จักแต่ทราบข่าวจากทางสื่อมวลชน
พ.ญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของหมอมุก เปิดเผยว่า วันนี้เตรียมนิทานมาอ่านให้ลูกฟังหลายเรื่องแต่ลูกมีไข้สูงขึ้นเอาแต่หลับอย่างเดียวไม่ค่อยยอมเล่นกับแม่เหมือนเมื่อวาน จึงทำให้ยังไม่ได้อ่านให้ฟัง อย่างไรก็ตามช่วงบ่ายวันนี้ทางญาติจะนิมนต์พระญาณทีปาจารย์ หรือหลวงปู่ท่อน ญาณธโร แห่งวัดศรีอภัยวัน จ.เลย มาสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวหมอมุก ให้หมอมุกหายป่วยเร็วๆ และอยากฝากบอกคณะนักเรียนที่เดินทางมาเยี่ยมด้วยว่าหากหมอมุก หายเมื่อไหร่จะกลับไปเยี่ยมที่โรงเรียนบ้าง ส่วนกรณีรูปถ่ายของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์คู่กรณีที่ตำรวจนำเข้ามาให้ดูนั้นถึงเวลานี้แม่พูดได้คำเดียวว่า “ไม่ขอยืนยัน”
ด้าน นายกอสล้าง วรรณรสพากย์ ลูกพี่ลูกน้องของหมอมุก กล่าวว่า ทางญาติของหมอมุก รวมทั้ง พญ.พรรณกร ผู้เป็นมารดา ไม่เคยให้ข่าวว่าใครเป็นผู้ขับรถชนหมอมุก ไม่ทราบว่าสื่อมวลชนเอามาข้อมูลมาจากไหน แต่หากจะถามว่าครอบครัวของหมอมุกกับทาง พล.อ.อำพล ตุ้มทอง พ่อของ พ.อ.ศิริศักดิ์ ตุ้มทอง นั้นสนิทกันหรือไม่ก็ต้องตอบว่าสนิท และนับถือกันเสมือนญาติผู้ใหญ่จริงๆ ที่ผ่านมามีการติดต่อพูดคุยกันตลอด โดย พญ.พรรณกร ก็เคยรักษาอาการป่วยให้ พล.อ.อำพล ส่วนในวันที่ พญ.พรรณกร เดินทางขึ้นโรงพักไปแจ้งความเรื่องนี้ ทาง พล.อ.อำพล ก็เดินทางไปเป็นเพื่อนด้วย แต่ตนขอไม่พูดว่าผู้ใดที่เป็นผู้ต้องสงสัยกันแน่เนื่องจากอยากให้คดีนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมมากกว่าและไม่อยากพูดอะไรออกไปให้เสียรูปคดี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังพูดคุยกับ พญ.พรรณกร แล้วเชื่อหรือไม่ว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ก่อเหตุจริง นายกอสล้าง ตอบว่า พญ.พรรณกร เล่าให้ฟังว่าไม่ได้เห็นจังหวะที่หมอมุกถูกชน แต่ก่อนเกิดเหตุได้เดินออกจากบ้านไปดูเหตุการณ์แล้วเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินเข้าบ้าน จังหวะนั้นเป็นเวลาที่คู่กรณีกลับรถเข้ามาจอดแล้วออกตัวเคลื่อนที่รถอย่างรวดเร็วจนเสียงยางถูกับถนนดังลั่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังโครมพร้อมกับเห็นร่างหมอมุก ลอยละลิ่วหลังถูกรถชน ซึ่งเท่าที่พูดคุยกัน พญ.พรรณกร บอกตนว่า เห็นคนร้ายลดกระจกรถลงมาแต่หน้าตาก็ไม่เหมือน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ที่เข้ามอบตัวกับตำรวจแต่อย่างใด ทั้งนี้ตนอยากบอกว่าครอบครัวหมอมุกถือเป็นครอบครัวทหารที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติมาโดยตลอดดังนั้นเชื่อว่าทางกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติน่าจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวนี้อย่างถึงที่สุด
ส่วนอาการของหมอมุกในวันนี้ พ.อ.นพ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน รพ.พระมงกุฎเกล้า เปิดเผยว่า วันนี้อาการของหมอมุก ยังทรงตัวคล้ายกับเมื่อวานนี้สามารถลืมตาตอบสนองตามเสียงเรียกของคนรอบข้างได้และบีบมือคุณแม่ได้เป็นบางครั้ง แต่ว่าเรายังเป็นห่วงเรื่องไข้และโรคติดเชื้อเพราะยังมีไข้สูงอยู่จึงได้ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ มาตรวจสอบอาการประกอบกับผลเลือดทราบว่าขณะนี้ยังไม่พบอาการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนใดและทีมแพทย์ก็ได้ให้ยาปฏิชีวนะครอบคลุมเอาไว้แล้ว สำหรับอาการทางสมองยังทรงตัวอยู่คิดว่าจะดีขึ้นตามลำดับต้องดูวันต่อวันเพราะสมองเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อนที่สุดของร่างกาย หากไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อนระยะฟื้นตัวของสมองก็จะเร็วขึ้น ซึ่งผู้ป่วยสมองส่วนใหญ่หากไม่รุนแรงก็มักจะใช้เวลาการฟื้นตัวเป็นแรมเดือนอยู่แล้ว หากรุนแรงก็จะใช้เวลาเป็นปี ทางด้านเรื่องระบบการหายใจนั้นหมอมุก มีอาการดีขึ้นมากเราสามารถลดปริมาณการช่วยเหลือของเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว ทีมแพทย์กำลังวางแผนว่าเราจะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้
ต่อมา พระญาณทีปาจารย์ หรือหลวงปู่ท่อน ญาณธโร แห่งวัดศรีอภัยวัน จ.เลย ก็ได้เดินทางมาถึง รพ.พระมงกุฎเกล้า โดยนั่งรถเข็นให้ลูกศิษย์พาขึ้นลิฟท์มาบนชั้น 3 ห้องไอซียู เพื่อเยี่ยมคุณหมอมุก โดยหลวงปู่ท่อน ได้ใช้ไม้เท้าสัมผัสตามใบหน้า แขน ขา และตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย พร้อมเจริญพระพุทธมนต์สลับกับพูดอวยพรให้หมอมุก หายไวๆ ซึ่งระหว่างที่ทำพิธีอยู่นั้นหมอมุก ได้ลืมตาและเอียงคอมองไปที่หลวงปู่ จากนั้นทางญาติก็ได้นำผ้าไตรจีวรมาวางให้หมอมุก ถวายแก่หลวงปู่ท่อนก่อนเดินทางกลับอีกด้วย



