ข่าว

โหวตโปร่งใส พลังหญิงช่วยได้

โหวตโปร่งใส พลังหญิงช่วยได้

24 มิ.ย. 2554

พูดคุยกันหนาหูมาหลายยุคสมัยว่า สตรีมีบทบาทสำคัญในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ซึ่งตัวเลขประชากรโลกหรือแม้แต่ในประเทศไทยพบว่าเพศหญิงมีมากกว่าเพศชายเกินครึ่งก็น่าจะสนับสนุนแนวคิดนี้ได้ดี หากในสภาพความเป็นจริงที่ดูเหมือนจะขัดแย้งบ้างก็ด้วยกิจกรรมสำคัญโดยเฉพาะด้านก

 เพื่อลบล้างทัศนคติดังกล่าวสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดยประธานใหญ่ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล จึงประสานมือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มหาวิทยาลัยศรีปทุม และมูลนิธิฟรีดริชเนามันในประเทศไทย จัดเสวนาหัวข้อ "พลังหญิงกับการเลือกตั้งใสสะอาด" ขึ้น บริเวณอีเวนท์ ฮอลล์ ชั้น 1 อาคาร 11 ภายใน ม.ศรีปทุม ระดมผู้รู้ อย่าง วิสุทธิ์ โพธิ์แท่น กรรมการการเลือกตั้ง อ.คมสัน โพธิ์คง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการภายใน ม.สุโขทัยธรรมมาธิราช อาธิศักดิ์ จอมสืบวิสิฐ ผู้ตรวจการ กกต. เครือข่ายสตรี รวมถึงเยาวชนรักประชาธิปไตยมาแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นที่สังคมกำลังตื่นตัว

 เปิดเวทีเสาวนาด้วย วิสุทธิ์ ที่เห็นว่าผู้หญิงทั่วโลกมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตย มีกฎหมายหลายฉบับเชิดชูบทบาทหญิงทัดเทียมชาย จะกีดขวางเสรีภาพไม่ได้ สำคัญที่เมื่อประธิปไตยให้เสรีภาพแล้ว ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ถ้าเข้าใจหลักการแล้วก็ต้องทำความคิดความเชื่อให้สอดคล้องกัน ขณะที่การเลือกตั้งอย่างไรให้ใสสะอาดนั้น อาธิศักดิ์ กล่าวว่าช่องทางตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ได้เปิดโอกาสให้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด ตั้งแต่การส่งผู้สมัครแบบเขต โดยเฉพาะแบบบัญชีรายชื่อที่ระบุให้สัดส่วนผู้สมัครหญิงชายต้องมีจำนวนใกล้เคียงกัน แต่ในทางปฏิบัติไม่ว่าพรรคเล็กหรือใหญ่ไม่กลับให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ทั้งๆ การเลือกตั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาพบว่าจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์เพศหญิงมีมากกว่าชายโดยตลอด นั่นสะท้อนบทบาทผู้หญิงด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น  

 "จำนวนสมาชิกสภาไม่ว่าระดับไหน มีสัดส่วนผู้หญิงน้อยมาก เมื่อสมัครน้อยโอกาสได้รับเลือกก็น้อยกว่า ส่วนหนึ่งสังคมไทยมีความเชื่อว่าชายเป็นผู้นำ จึงต้องคิดใหม่ว่าหญิงชายมีสิทธิ์เป็นเจ้าบ้าน หรือผู้นำโดยเท่าเทียม ที่ผ่านมาปัญหาการจัดเลือกตั้งไม่มี แต่หนักใจเรื่องประชาชนที่จะทำหน้าที่ให้การเลือกตั้งใสสะอาดแบบไม่มีพันธะ เพราะทุกวันนี้บางพรรคเสนอนโยบายเกินงบประมาณแผ่นดินสูง 4-5 เท่าที่สามารถจ่ายได้ ประชาชนต้องคิดก่อนเลือก และการเป็นพลังหญิง เพศที่มีความละเอียดอ่อน คิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจก็น่าจะช่วยได้" อาธิศักดิ์ เผย

 ด้าน อ.คมสัน โพธิ์คง มองว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญต้องระบุสัดส่วนการเพิ่มจำนวนผู้สมัครหญิงในสภาต่างๆ ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20 ก่อนที่จะไปถึงร้อยละ 50 ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ผู้หญิงต้องแสดงออกให้เป็นที่ยอมรับด้วย "สตรีบางกลุ่มก้อนเวลารณรงค์ไม่ได้เรียกร้องสิทธิ์เท่าเทียมกัน แต่อยากได้สิทธิ์เหนือกว่าจึงคุยกันลำบาก คงต้องปรับกลยุทธ์ในการบริหารจัดการใหม่ เมื่อสตรีรู้เท่าทันการเมือง ก็จะเป็นประโยชน์และเป็นพลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง" อ.คมสัน เสนอแนะ

 สอดคล้องกับความเห็นของผู้ร่วมฟังเสวนาอย่าง วัลยรัชต์ จันทร์สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ธุรการส่วนกลาง กรมคุมประพฤติ และกลุ่มเยาวชนสตรีที่มีโอกาสแสดงออกทางการเมือง ที่ยอมรับว่าการเป็นสตรีเพศมีบุคลิกโดยเฉพาะเรื่องความอะเอียดรอบคอบในการตัดสินใจต่างจากชาย และเมื่อมีโอกาสเลือกแล้วก็จะใช้สิทธิ์วิเคราะห์ พิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อจะได้ไม่เลือกผิดบ่อยๆ ที่สำคัญมีศักดิ์ศรีที่จะไม่ขายเสียง