
แฉจีนโม้สปีดรถไฟความเร็วสูงสูงสุดวิ่งได้ไม่ถึง350กม.ต่อชม.
เซี่ยงไฮ้-อดีตวิศวกรอาวุโสจีนแฉ กระทรวงรถไฟจีนพูดเกินจริงเรื่องความเร็วรถไฟความเร็วสูงเชื่อมปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ สูงสุดวิ่งได้น้อยกว่าที่อ้าง
นิตยสารการเงิน ไคจิง ในจีน อ้างคำกล่าวของนายเจ้า อี้หมิน รองหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม กระทรวงรถไฟของจีนว่า ความเร็วสูงสุดที่รถไฟความเร็วสูง เชื่อมระหว่างกรุงปักกิ่งกับนครเซี่ยงไฮ้วิ่งได้นั้น น่าจะอยู่ที่ 300 กม.ต่อชม. แทนที่จะเป็น 350 กม.ต่อชม.ตามที่ตั้งเป้าไว้แต่แรก
นายหลิว จื้อจุน รัฐมนตรีรถไฟที่ถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อไม่นานมานี้ขณะถูกสอบสวนข้อกล่าวหาทุจริต ดึงดันที่จะกล่าวอ้างว่า รถไฟความเร็วสูงขบวนนี้ เป็นสุดยอดแห่งเทคโนโลยีด้านรถไฟ และเรียกร้องให้เพิ่มความเร็วเป็น 380 กม.ต่อชม. ทั้งที่รู้ดีว่าตามสัญญาออกแบบสร้างโครงการรถไฟมูลค่า 215,000 ล้านหยวนนี้ ตั้งความเร็วสูงสุดไว้ที่ 300 กม.ต่อชม.
กระทรวงรถไฟแถลงเมื่อเร็วๆ นี้ว่า รถไฟสายปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ จะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่ 300 กม.ต่อชม.แทนที่จะเป็น 350 กม.และนายหวาง ผิง โฆษกกระทรวงรถไฟ ยืนยันว่าไม่ใช่การตัดสินใจที่ตั้งอยู่บนเหตุผลเรื่องความปลอดภัย แต่ด้วยเหตุผลด้านประสิทธิภาพ ส่วนความเห็นของนายเจ้านั้น โฆษกกล่าวว่า นายเจ้าเกษียณไปก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร
แม้ยังไม่เคยมีปัญหาด้านความปลอดภัยหรืออุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น แต่การออกมาเปิดเผยของอดีตวิศวกรผู้นี้ สร้างความเคลือบแคลงใจในโครงการรถไฟสร้างชื่อของจีน ที่ถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของชาติเทียบได้กับโครงการอวกาศ และจีนก็กำลังทำตลาดอย่างขะมักเขม้นขายเทคโนโลยีด้านนี้ให้แก่ต่างประเทศ
รถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างสองนครหลักของจีน ระยะทาง 1,318 กิโลเมตร ช่วยร่นเวลาเดินทางเหลือเพียง 5 ชม.จากปกติ 12 ชม. เริ่มทดลองให้บริการเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่พิธีเปิดใช้อย่างเป็นทางการคาดว่าจะมีขึ้นใกล้วันที่ 1 กรกฎาคม ครบรอบ 90 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน
คนในแวดวงอุตสาหกรรมรถไฟความเร็วสูง แอบวิจารณ์จีนที่อ้างว่าเป็นผู้นำในโลกรถไฟความเร็วสูง เพราะความสำเร็จของจีนมาจากองค์ความรู้ของต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งนายเจ้าเห็นด้วยว่า จีนมีความก้าวหน้าอย่างสำคัญ แต่ยังขาดการวิจัยและการพัฒนาของตนเอง และกล่าวด้วยว่า
เหตุขัดข้องเป็นเรื่องปกติในโครงการรถไฟความเร็วสูงหลายแห่ง บางเรื่องก็เล็ก บางเรื่องก็ไม่ใช่ แต่ทั้งหมดมักถูกปิดเป็นความลับ
ถึงแม้ยังเป็นคำถามอยู่ว่ารถไฟแพงๆ เช่นนี้ สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของชาวจีนส่วนใหญ่หรือไม่ แต่รัฐบาลปักกิ่งก็ตั้งเป้าที่จะขยายเครือข่ายเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเป็น 1.3 หมื่น กม.ภายในสิ้นปี และเพิ่มระยะทางเป็นสองเท่าภายในปี 2563



