
ลุ้นราคาปาล์มดิบลงรอจังหวะหั่นน้ำมันขวด
พาณิชย์จับตาราคาน้ำมันปาล์มดิบ ชี้หากอ่อนตัวลงเหลือ กก.ละ 30-31 บาท เตรียมทบทวนราคาปาล์มขวด ลดเหลือขวดละ 45-56 บาท เผยผู้ประกอบการปุ๋ยยื่นขอปรับราคาแล้ว 5 ราย พบ 3 รายมีต้นทุนต่ำกว่าเดิม ยันพิจารณาตามต้นทุนจริง และรอรัฐบาลใหม่พิจารณา
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบขณะนี้เริ่มอ่อนตัวลง เนื่องจากใกล้ครบกำหนดที่คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) กำหนดราคาซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกรที่กิโลกรัมละ 6 บาท ในวันที่ 30 มิถุนายน ประกอบกับราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศมาเลเซียเริ่มอ่อนตัวลงเช่นเดียวกัน โดยราคาในประเทศขณะนี้อยู่ที่ 33 บาท ส่วนราคาในมาเลเซียอ่อนตัวลงเหลือ 32 บาท ดังนั้น หากราคาน้ำมันปาล์มดิบอ่อนตัวลงมาอีก ทางกระทรวงพาณิชย์จะทบทวนปรับราคาน้ำมันปาล์มสำหรับการบริโภค
"หากปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด คาดว่าจะได้เห็นราคาน้ำมันปาล์มดิบลดลงมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-31 บาท ประมาณช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งทางกรมการค้าภายในจะทบทวนราคาน้ำมันพืชเพื่อการบริโภคทันที โดยคาดว่าจะลดราคาลงมาได้อยู่ที่ขวดลิตรละ 45-46 บาท จากราคาเพดานที่กำหนดไว้ในปัจจุบันที่ขวดละ 47 บาท" แหล่งข่าวกล่าว
อย่างไรก็ตาม การประชุม กนป.ครั้งก่อน ทางกระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้เสนอปรับลดราคาน้ำมันปาล์มขวด เนื่องจากต้องขอดูต้นทุนก่อน อีกทั้งรัฐบาลยังคงประกันราคาผลปาล์มดิบไว้ที่กิโลกรัมละ 6 บาท ยังทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการยังสูงอยู่ จะมีแต่บางแบรนด์ที่เป็นเฮ้าส์แบรนด์เท่านั้นที่ขายตัดราคาได้
ส่วนเรื่องปุ๋ยที่ก่อนหน้านี้ทางสมาคมผู้ค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทยร้องขอปรับราคานั้น แหล่งข่าวกล่าวว่า มีผู้ประกอบการปุ๋ยยื่นขอปรับราคามาแล้ว 5 ราย แต่ก็พบว่าในจำนวนนี้มี 3 รายที่พบว่ามีต้นทุนต่ำกว่าการยื่นขอปรับราคาครั้งก่อนด้วยซ้ำ ส่วนอีก 2 รายมีต้นทุนสูงขึ้นจริง แต่สูงกว่าเดิมไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงพาณิชย์ก็จะพิจารณาตามต้นทุนเป็นรายๆ ไป แต่ก็จะยังไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาในขณะนี้ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงต้องรอนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาข้าวถุงว่า จะยังไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาข้าวถุงในขณะนี้ เนื่องจากราคาข้าวยังปรับตัวขึ้นลงผันผวนอยู่ โดยราคาข้าวเปลือกที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ราคาข้าวสารยังไม่ปรับตัวสูง ประกอบกับการแข่งขันก็ยังมีสูง จึงยังไม่มีเหตุผลในการปรับขึ้นราคาในขณะนี้



