ข่าว

ชงเลิกตรึงราคาดีเซลหลังรายได้ภาษีส่อวูบเล็งเก็บเพิ่มก่อมลพิษ

ชงเลิกตรึงราคาดีเซลหลังรายได้ภาษีส่อวูบเล็งเก็บเพิ่มก่อมลพิษ

23 มิ.ย. 2554

สรรพสามิตค้านรัฐบาลใหม่ตรึงราคาน้ำมันดีเซล หลังสิ้น ก.ย.นี้ อ้างรายได้สูญปีละแสนล้าน ยิ่งหนุนใช้ดีเซลมากผิดปกติ พร้อมเล็งขึ้นภาษีสินค้าที่ปล่อยมลพิษทันที ทั้งแอร์ แบตเตอรี่ ยางรถยนต์ น้ำมันหล่อลื่น ยาฆ่าแมลง บรรจุภัณฑ์

 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ให้ยกเลิกมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ด้วยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนนี้ เนื่องจากทำให้รัฐสูญเสียรายได้ปีละ 1 แสนล้านบาท อีกทั้งยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะตัวเลขเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าประชาชนหันมาใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มสูงขึ้นแบบผิดปกติถึง 20% จากเดิมที่เพิ่มขึ้นเพียงเดือนละ 10% เท่านั้น นับเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด ส่วนหลังจากนั้นจะใช้อัตราภาษีเท่าใด ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล แต่ต้องมีเพดานว่าจะต้องลดต่ำสุดได้ไม่เกินอัตราเท่าใด ไม่ใช่ลดทั้งหมด ซึ่งกรมจะเสนอการปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันใหม่ให้พิจารณาด้วย โดยจะให้นำการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาพิจารณากำหนดอัตราภาษี ซึ่งหากปล่อยก๊าซน้อยก็จะเสียภาษีอัตราต่ำ 

 “รายได้กรมตกต่ำลงอย่างมาก ต่ำกว่าเป้าหมายเดือนละเป็นหมื่นล้านบาท จากการลดภาษีน้ำมันดีเซล ทำให้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และส่งสัญญาณเตือนไปยังรัฐบาล ขณะเดียวกันผลกระทบจากภัยพิบัติประเทศญี่ปุ่นทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราวด้วย แต่คาดว่าอีก 2-3 เดือนที่เหลือในงบประมาณ 2554 นี้ ภาษีรถยนต์จะกลับมาอยู่ระดับปกติได้” นายพงษ์ภาณุกล่าวและว่า กรมจะทบทวนการจัดเก็บภาษีสำหรับสินค้าที่ไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาทิ รถยนต์ น้ำมัน แบตเตอรี่ เครื่องปรับอากาศ ยาฆ่าแมลง ยางรถยนต์ น้ำมันหล่อลื่น และบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังมีแผนระยะกลาง คือการแก้กฎหมายสรรพาสามิต พ.ศ.2527 ให้เก็บภาษีสิ่งแวดล้อมตามปริมาณการปล่อยของเสีย ส่วนเงินภาษีที่ได้จะนำจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เบื้องต้นจะเป็นการจัดสรรเป็นงบประมาณลงในแต่ละพื้นที่ท้องถิ่น ทั้งในระดับตำบลและหมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ใช้จ่ายในกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม