ข่าว

พายุฤดูร้อนถล่มหลายพื้นที่ขอนแก่นป้ายทับรถยนต์หวิดดับ

พายุฤดูร้อนถล่มหลายพื้นที่ขอนแก่นป้ายทับรถยนต์หวิดดับ

21 เม.ย. 2552

เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนราษฎรที่จังหวัดกาฬสินธุ์เสียหายกว่า 150 หลังคาเรือนใน 2 อำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเตือนระวังภัยธรรมชาติปัญหาฟ้าผ่า ส่วนที่ ขอนแก่นป้ายขนาดใหญ่ล้มทับรถยนต์ขณะจอดติดไฟแดงหวิดดับ ต้นไทรอายุกว่า100 ปีล้มทับกุฏิวัดดังเมืองสกล

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 เม.ย.2552 นายนิคม  ปัญจวัฒน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยอาสาป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เข้าตรวจสอบสภาพความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มบ้านเรืองราษฎรในตำบลลำพาน และตำบลไผ่เสียหายกว่า 150 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่ตำบลลำพาน เสียหายมากถึง 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 3,4,12,15 ส่วนที่ตำบลไผ่เสียหายเป็นบริเวณกว้างล่าสุดเจ้าหน้าที่มิสเตอร์เตือนภัยระบุว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมากกว่า 150 หลังคาเรือน

 ขณะที่ อำเภอท่าคันโท ยังมีรายงานว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน มีบ้านเรือนถูกพายุพัดเสียหายมากกว่า 50 หลังคาเรือน ทั้งนี้ ทางอำเภอได้เข้าไปตรวจสอบและเตรียมการช่วยเหลือแล้ว

ด้าน นายเดชา ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาสภาพอากาศที่ร้อนประกอบกับสภาพอากาศที่วิปริต จึงขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวัง โดยให้สังเกตสภาพอากาศที่หากท้องฟ้าสีแดงแล้วมีลมกรรโชกแรงให้ระวัง เพราะอาจจะเกิดปัญหาฟ้าผ่าและพายุฤดูร้อนในช่วงนี้

 ส่วนที่ จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.สุรสีย์  อินอุ่นโชติ สารวัตรเวร สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งเกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มป้ายล้มทับรถยนต์เสียหายที่บริเวณสี่แยก ถนนเฉลิมพระเกียรติ ตัดประชาสโมสร ต.ในเมือง อ.เะมือง จ.ขอนแก่น จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ความสูง 6 เมตร กว้าง 7 เมตร ซึ่งเป็นป่ายโฆษณษชองห้างสรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า ล้มทับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นสันนี่ ซุปเปอร์มีโอ สีดำ หมายเลขทะเบียน กท-4160 ขอนแก่น ซึ่งเป็นรถของ นพ.ธนศักดิ์ วงศ์สาโรจน์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/11 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะจอดติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกดังกล่าว จากนั้นได้มีลมกรรโชกแรง ทำให้ป้ายพังลงมาทำรถจนได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทางห้างสรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า ยินยอมที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้

ต้นไทรอายุกว่า100 ปีล้มทับกุฏิวัดดังเมืองสกลนคร

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 เม.ย. 2552 ได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรงขึ้นในเขตพื้นที่อำเภอเมืองสกลนคร โดยเฉพาะที่บ้านกกกอก หมู่ 12 และ หมู่ 14 ตำบลงิ้วด่อน อำเภอเมือง แรงลมได้พัดต้นไทรขนาดใหญ่อายุประมาณ 100 ปี สูงกว่า 30 เมตร หักโค่นล้มทับต้นโพธิ์ใกล้เคียง และยังล้มทับศาลาสวดมนต์ ตลอดจนศาลาพระพุทธรูป และเต๊นท์ที่อยู่ในบริเวณวัดบ้านกกกอก ได้รับความเสียหาย
 
นอกจากนี้พายุหมุนยังได้พัดกระหน่ำบ้านเรือนราษฎรอีกหลายหลัง รวมทั้งยังมีต้นไม้โค่นทับยุ้งฉางข้าวกลางของหมู่บ้าน ทำให้สายไฟฟ้าแรงสูงขาดสะบั้นลงแช่น้ำ นายบุญส่ง วิจักษณบุญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสกลนคร รวมทั้ง นายจำเนียร คอมแพงจันทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วด่อน นำเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ และสำรวจความเสียหายหมู่บ้านอื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

พระครูสุตปัญญาคุญ เจ้าอาวาสวัดกกกอก กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ ตนยืนอยู่หน้ากุฏิ เห็นว่ามีลมพัดแรงมากโดยมีฝนตกลงมาอย่างหนักด้วย ขณะนั้นได้เห็นต้นไทรที่มีอายุนับร้อยปี โดนเอนไปมาแต่ไม่นึกว่าจะโค่นลงมา สักครู่ต้นไทรดังกล่าวได้ล้มครืนลงมาต่อหน้าและทับบริเวณหลังคาด้านหน้ากุฏิ ด้วยความตกใจและกลัวตนจึงรีบวิ่งหลบเข้าไปด้านใน ทำให้ไม่ได้รับอันตราย ส่วนพระรูปอื่นๆก็ปลอดภัยเช่นกัน และที่น่าสงสัยก็คือต้นไทรที่หักโค่นกลับไม่มีรากแก้วยึดลำต้นไว้ ทำให้หักโค่นง่าย

อย่างไรก็ตามที่ศาลาพระมีพระพุทธรูป ซึ่งเป็นพระประธานประดิษฐานอยู่ 3 องค์ คือพระแก้วมรกตทั้ง 3 องค์ ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด สร้างความอัศจรรย์แก่ชาวบ้านที่มาให้การช่วยเหลือ ส่วนนายบุญส่ง วิจักษณบุญ กล่าวว่า ได้ประสานไปที่การไฟฟ้าเพื่อมาตัดไฟก่อนที่จะเกิดเหตุช็อตชาวบ้าน นอกจากนี้จะได้ระดมเจ้าหน้าที่ออกมาตัดต้นไม้ในวันพรุ่งนี้

แพร่50หลังคาเรือนเสียหาย

เมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ (20 เม.ย.52) ได้เกิดพายุฝนตกลงใน จ.แพร่อย่างหนักเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมง ทำให้บ้านเรือนเรือกสวนของชาวบ้าน ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่เสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะถนนในหมู่บ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้หลายจุด เพราะต้นไม้หักโค่นเนื่องจากแรงลมล้มขวางทางและขณะเดียวกัน บางจุดมีเสาไฟฟ้าหักโค่นขวางเส้นทางสัญจรไปมาอีกด้วย 

นายศรณย์ อภัยกาวี นายกอบต.บ้านถิ่น หลังจากได้ออกสำรวจแล้ว พบว่าบ้านเรือนของชาวบ้านในหมู่ 2และหมู่ 8ได้รับความเสียหายเบื้องต้น 50 หลังคาเรือน นอกจากนี้ยังมีสวนสัก สวนลำใย ถูกพายุพัดจนกิ่งก้านหักจำนวนมาก เสาไฟฟ้าในหมู่บ้านหักขวางถนนอยู่สองแห่ง รถเก๋งถูกหลังคาบ้านพังลงมาทับเสียหาย 1 คัน โรงผลิตเหล้าชุมชนเสียหาย 1 โรง 

จากการสำรวจความเสียหายทาง อบต.บ้านถิ่นได้ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในที่ทำการอบต.บ้านถิ่น และได้แจ้งให้ประชาชนระมัดระวังเกี่ยวกับสายไฟฟ้า ซึ่งทำให้วันนี้ไม่สามารถใช้งานได้หลายจุด และได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.แพร่และสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจ.แพร่เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทางอบต.บ้านถิ่น ได้ให้ชาวบ้านมาแจ้งความเสียหายเพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นไปก่อน  ส่วนที่อยู่อาศัยที่หลังคาถูกพายุพัดก็ขอให้อาศัยอยู่กับญาติพี่น้องไปก่อน และได้แจ้งเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวังพายุฝนที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกทุกเวลาในช่วงนี้

ปภ.ลำปางช่วยเหลือบ้านเรือนถูกพายุพัดถล่มลำปาง

นายสมบูรณ์ ก๋าใจ หัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้นำกระเบื้องหลังคา จำนวน 20,000 แผ่น เข้าแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยเพิ่มเติม ในตำบลแจ้ซ้อน และตำบลหัวเมือง ของอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง จำนวน 600 หลังคาเรือน หลังได้รับความเดือดร้อนจากพายุฝนและลมกระโชกแรง พัดถล่มในพื้นที่ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา

 ทั้งนี้ การช่วยเหลือในเบื้องต้นหลังประสบเหตุ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน และหัวเมือง ได้นำกระเบื้องแจกจ่ายไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนก่อนแล้วแล้วประมาณ 10,000 แผ่น แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากมีกระเบื้องหลังคาได้รับความเสียหายจำนวนมาก

 ดังนั้น ทางสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง จึงได้นำกระเบื้องรุดไปแจกจ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ครบทุกหลังคาเรือน ทั้ง 2 ตำบลดังกล่าวข้างต้น และขณะนี้ผู้ประสบภัยได้รับกระเบื้องเพื่อนำไปซ่อมแซมหลังคาบ้านเรือนครบแล้ว ส่วนบ้าน 4 หลัง ที่พังล้มลงมา ในพื้นที่ บ้านแจ้ซ้อนเหนือ ม. 11 ต.แจ้ซ้อน ซึ่งเป็นบ้านไม้ทั้งหมด ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง จะได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้น โดยการมอบเงินแก่บ้านเรือนที่ประสบภัยหลังละ 30,000 บาท

 ด้านนาย สอง ต๊ะเวที ผู้ใหญ่บ้านแจ้ซ้อนเหนือ ม.11 ต.แจ้ช้อน เปิดเผยว่า วาตภัยที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนราษฎรมากที่สุด ในอำเภอเมืองปาน โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ล้มพังเสียหายทั้งหลัง จำนวน 4 หลัง รวมถึง กุฏิสำนักสงฆ์ประจำหมู่บ้าน สิ่งสาธาณูปโภค และพืชผลทางการเกษตรเสียหายก็ได้รับเสียหายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ส่วนการช่วยเหลือของหน่วยงานที่รับผืดชอบ ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดี และครอบคลุมทั้งหมดแล้ว