
เมืองแปดริ้วศึก2ตระกูล"ตันเจริญ-ฉายแสง"
สนามเลือกตั้งฉะเชิงเทรา ในสถานการณ์เลือกตั้งกรกฎาคม 2554 ถือเป็นการจำลองภาพการต่อสู้ ระหว่าง 2 พรรคการเมือง คือ "พรรคเพื่อไทย" และ "พรรคภูมิใจไทย" ย้อนหลังไปที่การเลือกตั้งธันวาคม 2550 ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ
เขต 1 "พิเชษฐ์ ตันเจริญ" จากพรรคเพื่อแผ่นดิน 85,821 คะแนน และ "อิทธิ ศิริลัทธยากร" จากพรรคพลังประชาชน 75,994 คะแนน ต่อมามีการเลือกตั้งซ่อมในเขตนี้ เดือนมกราคม 2552 แทน "อิทธิ" ผู้ที่ได้รับเลือกคือ "ณัชพล ตันเจริญ" จากพรรคเพื่อแผ่นดิน 52,449 คะแนน
ส่วนเขต 2 "วุฒิพงศ์ ฉายแสง" จากพรรคพลังประชาชน 69,092 คะแนน และ "ฐิติมา ฉายแสง" จากพรรคพลังประชาชน 62,231 คะแนน
ภาพที่ออกมาในการเลือกตั้ง 2550 ต่อเนื่องมาถึง 2554 นั่นก็คือ การแข่งขันระหว่าง "ตันเจริญ" ในนามต้นสังกัด "พรรคภูมิใจไทย" และ "ฉายแสง" ตัวแทนจาก "พรรรคเพื่อไทย"
สำหรับการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 เขต 1 "ฐิติมา" ยังเป็นตัวยืนจากพรรคเพื่อไทย ส่วนคู่แข่งคือ "บุญเลิศ ไพรินทร์" อดีต ส.ว.ฉะเชิงเทรา ครั้งนี้ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยรากฐานของ "ตระกูลฉายแสง" จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ "อดีต ส.ว.ฉะเชิงเทรา" จะล้มเจ้าของเก้าอี้เดิมได้โดยง่าย
เขต 2 "ณัชพล" ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวยืน ขณะที่คู่ท้าชิง จากพรรคเพื่อไทย คือ "สมชัย อัศวชัยโสภณ" เขตนี้ถือว่า "ณัชพล" มีความสดทางการเมืองมากกว่า ขณะที่ฝ่ายหลัง "สมชัย" ก็เจนจัดเนื่องจากเคยผ่านเก้าอี้ ส.ส.มาแล้วจากการเลือกตั้ง 2548 และ 2549 ในนามพรรคไทยรักไทยฐานเสียงเดิมที่ได้รับเลือกเข้ามาในปี 2549 คือ 40,953 ขณะที่การเลือกตั้งธันวาคม 2550 "สมชัย" ก็ยังพ่ายแพ้โดยคะแนนที่ทำได้คือ 49,940 มีคะแนน แต่ก็ถือว่ามีคะแนนเสียงที่เพิ่มขึ้นมาเป็นลำดับ
เขต 3 "พิเชษฐ์" ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย คือตัวยืนขณะที่คู่แข่งในเขต นี้ คือ รส มะลิผล ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย โดยรูปการณ์แล้วยากที่จะต้านทาน "พิเชษฐ์" ผู้สมัครของภูมิใจไทยที่มีพื้นฐานของการเป็นอดีต ส.ส.ได้
ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 "วุฒิพงศ์" ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย มีคู่ท้าชิงที่สำคัญคือ "พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ" ผู้สมัครจากประชาธิปัตย์ การลงสนามแข่งขันครั้งนี้ของ "พล.ต.ท.พิทักษ์" จึงมีภาพของการเป็นตัวแทน "ตระกูลจารุสมบัติ" เป็น "จารุสมบัติ" ที่เคยสร้างฐานเสียงเอาไว้เมื่อครั้งเลือกตั้ง ส.ว.ผ่านบทบาทของ "พรรณี จารุสมบัติ"
สำหรับ พล.ต.ท.พิทักษ์ อีกด้านหนึ่งแล้วคือ พี่ชาย "พินิจ จารุสมบัติ" แกนนำชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน แต่ในทางการเมือง คือการตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะเป็นใหม่ในทางการแต่ฐานเสียงของ "พรรณี จารุสมบัติ" อดีต ส.ว. ที่มีคะแนนอันดับ 1 ของจังหวัด ก็น่าจะเกื้อหนุนให้ ผู้สมัครจากฟากประชาธิปัตย์มีคะแนนเพิ่มขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย
เลือกตั้ง ส.ว. ในปี 2549 "พรรณี จารุสมบัติ" กวาดคะแนนมาที่ 120,586 คะแนน เป็นฐานคะแนนที่เกิดขึ้นในบรรยากาศที่ "พินิจ จารุสมบัติ" ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มาในการเลือกตั้งครั้งนั้น ส่วนการลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อเป็น ส.ส.ในการเลือกตั้ง มกราคม 2550 คะแนนของ "พรรณี" จากเพื่อแผ่นดิน คือ 54,029 คะแนน มีคะแนนมาเป็นอันดับ 3 รองจาก "วุฒิพงศ์" และ "ฐิติมา" ฉายแสง จากพรรคพลังประชาชน ที่กวาดไปกว่า 6 หมื่นคะแนนต่อคน ดังนั้นการเลือกตั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ประเมินแล้ว โอกาสน่าที่จะออกไปในรูปของการแบ่งกันไปพรรคละ 2 ที่นั่ง เป็นการยึดพื้นที่ทางการเมืองเอาไว้ ของบรรดาอดีต ส.ส.จากการเลือกตั้ง มกราคม 2550 เป็นการแบ่งปันกันไประหว่างตระกูล "ตันเจริญ" จากพรรคภูมิใจไทย และ "ฉายแสง" ที่ทำงานการเมืองให้แก่พรรคเพื่อไทย
สนทะนาพร อินจันทร์



