
"ชาวเรือ" สมุทรสาคร ดักจับเรือนถ่านหินปากอ่าว จ่อฟ้องผู้ว่าฯ
สมุทรสาคร-ชาวตังเกสมุทรสาครรวมตัวจับเรือขนถ่านหิน ขณะแอบทิ้งน้ำโสโครกลงทะเล ทำลายสิ่งแวดล้อม พร้อมแจ้งตำรวจจับทันที และยื่นเรื่องถึงผู้ว่าฯ ช่วยแก้ปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากปัญหาแตกแยกกรณีท่าเรือและผู้ประกอบการค้าถ่านหินริมฝั่งท่าจีน ถูก 8 กลุ่มภาคประมง องค์กรภาคเกษตร และชาวบ้าน ร้องเรียนการฝ่าฝืนกฎหมาย และก่อปัญหามลพิษกระทบแหล่งน้ำ และอากาศ เรื้อรัง จนกระทั่งออกรวมตัวประท้วง ก่อนออกมาต่อต้านเพื่อให้รัฐเอาผิด แต่ยังไร้ข้อยุติ
ล่าสุด นายชูชัย สุดดี แกนนำกลุ่มต่อต้านถ่านหิน อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อคุณภาพชีวิตสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายนิกร แซ่เอี๊ยบ ส.อบต.บางกระเจ้า ฐานะแกนนำประมงชายฝั่งสมุทรสาคร และนายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร ฐานะประธานกลุ่มต่อต้านถ่านหิน พากันออกเรือเฝ้าตระเวนเพื่อหาหลักฐานยืนยันว่า เรือขนาดใหญ่บรรทุกถ่านหินเกินน้ำหนักกฎหมายควบคุมเข้ามาจำหน่ายกว่า 2,000 ตันกรอส
นายนิกร แซ่เอี๊ยบ ส.อบต. ฐานะแกนนำกลุ่มประมงชายฝั่ง พิทักษ์สายน้ำ ต.บางกระเจ้า ในฐานะผู้เฝ้าระวัง กล่าวว่า ครั้งนี้ตนและพวกสามารถดักจับกุมเรือบาสขนถ่านหินดังกล่าวได้ 4 ลำ หนักเกินกว่า 500 ตันกรอส ขณะลอยตัวบริเวณปากอ่าวช่วง ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง บางลำกำลังสูบน้ำทิ้งออกจากเรือลงแม่น้ำ ส่วนอีก 2 ลำเป็นกะลาปาล์ม และกากถั่ว น้ำหนักเกินเช่นกัน
จึงได้ประสานไปยังตำรวจน้ำ สาขาสมุทรสาคร มาตรวจสอบและควบคุม ปรากฏว่า เบื้องต้นยังไม่มีรายใดรับเป็นเจ้าของ พร้อมกับได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน และบันทึกข้อมูลก่อนประสานไปยังผู้ว่าฯ เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบ และหาทางแก้ไขปัญหานี้เพราะขึ้นมานานแล้ว โดยแจ้งว่าจะรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 13 กรกฎาคม เพื่อเคลื่อนไหวต่อไป
เรือที่บรรทุกถ่านหินน้ำหนักเกิน จะเข้ามาในช่วงค่ำและวันหยุด ขณะที่ขนถ่านหินหนัก จึงทำให้รอดใต้สะพานได้ แต่หลังขนถ่ายถ่านหินเรียบร้อยแล้ว ลำเรือจะลอยตัวสูงขึ้นจากผิวน้ำ 7-8 เมตร ส่งผลให้ติดสะพาน ผู้ขับเรือจึงต้องคอยสูบน้ำในอ่าวเข้าตัวเรือเพื่อให้ถ่วงเรือให้หนักจมลงเช่นเดิม จนรอดใต้สะพานและกลับไปได้ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมีมลภาวะเป็นพิษ เพราะมีน้ำโสโครกปะปน ทั้งฝุ่นและคราบถ่านหิน ไหลวนเวียนตกลงค้างอยู่ในทะเล
ขณะที่ ดร.วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว ล่าสุดได้เตรียมนักกฎหมาย สำหรับต่อสู้เพื่อชาวบ้าน อาทิ มีทั้งข้อเสนอและการแก้ไขกฎกระทรวง ประเภทสินค้าให้โทษเข้าควบคุมมากขึ้น พร้อมกับพยายามผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายบางฉบับที่ล้าหลังให้เป็นปัจจุบันเหมือนกับประเทศอื่น โดนจะเน้นสำคัญสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคต และสุขภาพประชากร ไม่ใช่เห็นแต่ธุรกิจเพียงอย่างเดียว



