ข่าว

'ณัฐวุฒิ'โต้'กอร์ปศักดิ์'ปัด'แม้ว'บงการ

'ณัฐวุฒิ'โต้'กอร์ปศักดิ์'ปัด'แม้ว'บงการ

22 มิ.ย. 2554

'ณัฐวุฒิ' โต้ 'กอร์ปศักดิ์' ปัด 'แม้ว' บงการ ปูด 'มือมองไม่เห็น' ป่วน ปชป. ปราศรัย 'ราชประสงค์' แน่ 'เทือก' ยัน ชี้แจงความจริง

กรณีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนเริ่มต้นการปรองดอง พร้อมอธิบายขั้นตอนการเจรจาต่าง ๆ ในช่วงชุมนุมทางการเมือง และได้กล่าวหาคนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและพรรคเพื่อไทย เป็นฝ่ายสร้างสถานการณ์สร้างความวุ่นวายนั้น

นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตอบโต้ว่า เป็นการพูดเท็จ ที่บอกว่า นายอภิสิทธิ์ เป็นคนเริ่มต้นการปรองดอง สถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ได้เกิดในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แต่เกิดมาก่อนหน้านั้นสมัยปี 2548 จนมาถึงช่วงชุมนุมที่ประชาชนออก มาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย แต่นายอภิสิทธิ์มีคำสั่งใช้กำลังทหาร ทำให้ประชาชนบาทเจ็บ ล้มตาย จากนั้นนายอภิสิทธิ์จึงเริ่มพูดคำว่าปรองดอง

'ก่อนหน้านี้ เราได้เรียกร้องความสามัคคีมาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการสนองตอบ ไม่ทราบว่า คำว่าปรองดองของนายอภิสิทธิ์ การทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไม่เลือกวิธีการ ใช้อำนาจรัฐจัดการแล้วมาพูดปรองดองอย่างนั้นใช้หรือไม่' นายณัฐวุฒิ ระบุ

เขาบอกด้วยว่า ในช่วงชุมนุม ในฐานะตัวแทนนปช. ได้ไปเจรจากับบุคคลต่าง ๆ ในรัฐบาล แต่ที่นายกอร์ปศักดิ์ ระบุว่า การเจรจาล่ม เกิดจากคนที่ดูไบ ส่งสัญญาณมาว่า ถ้าเป็นอย่างนั้น 'ผมก็ไม่ได้อะไร' ไม่รู้ว่า เป็นคำกล่าวอ้างจากอะไร ยืนยันได้ว่า ไม่เคยได้ยินจากปากพ.ต.ท.ทักษิณ แม้ช่วงชุมนุมได้มีโอกาสคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณบ้าง แต่เป็นแค่ความห่วงใยต่อประชาชนที่มาชุมนุม ไม่เคยออกเป็นคำสั่งหรือให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใด

'แต่มีคำพูดหนึ่งคำ หลังจากเจรจากับตัวแทนรัฐบาลไม่สำเร็จ ผมได้ประสานไปยังพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหาตอนนั้น ให้นัดหมายวันที่ 19 พ.ค. 2553 ผมจะไปเจรจากับรัฐบาลอีกครั้ง โดยที่มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาในขณะนั้น เป็นคนกลาง วันนั้น ควรเป็นวันเจรจา ไม่ใช่วันสังหาร เป็นวันที่เลือดประชาชนควรหยุดไหล ไม่ใช่เพิ่มการเสียชีวิต แต่พอถึงเวลาดังกล่าว มีข่าวว่า ทหารได้เคลื่อนกำลังออกมาแล้ว ผมจึงประสานไปยังส.ว.อีกครั้ง แต่ได้รับคำตอบกลับมาว่า 'มันสายไปแล้ว' อยากถามว่า คำพูดนี้เป็นของรัฐบาลใช้หรือไม่ รัฐบาลมองประชาชนเป็นเหยื่อ ที่ปิดล้อมแล้วต้องขย้ำใช่หรือไม่' นายณัฐวุฒิ ระบุ

ปูด มีชายฉกรรจ์ เตรียมก่อเหตุ วาง 'บึ้ม'

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยวันที่ 23 มิ.ย.ที่ราชประสงค์นั้น แม้เขารู้สึกเจ็บปวด แต่ไม่ขอตอบโต้สร้างสงครามการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะถูกยั่วยุใด ๆ จะไม่ขอตอบโต้บนกองเลือดประชาชน แต่หากมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง จะใช้ช่องทางกฎหมายดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ได้รับข่าวมาว่า จะมีบางกลุ่มเตรียมสร้างสถานการณ์ และไม่ได้คิดแค่พรรคประชาธิปัตย์เพียงฝ่ายเดียว

'มีมือที่มองไม่เห็น มือที่มองเห็น ปากที่มอง และปากที่มองไม่เห็น จึงขอส่งสัญญาณให้ประชาชนที่เป็นเสื้อแดง และไม่ว่า เสื้อสีไหน ขอให้ตั้งสติให้ดี ขอให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะคนเสื้อแดงหากไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องออกมาเคลื่อนไหว เพราะอาจจะเป็นสัญญาณอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย'

ทั้งนี้ เขาได้รับรายงานว่า อาจจะมีชายฉกรรจ์จากอีสานใต้มาสร้างสถานการณ์ ทั้งขับมอเตอร์ไซค์ ขวางระเบิด ขวางขวดน้ำมัน ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นจริง ขอบอกเลยว่า ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย แต่เป็นฝีมือของคนบางกลุ่ม ต้องการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น

นายณัฐวุฒิ ระบุด้วยว่า การปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างว่า จะดับไฟประเทศ ทั้งที่ไฟที่ลุกขึ้นได้มอดไปแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับโหมไฟในใจประชาชน ให้ลุกขึ้นมาอีก เพื่ออะไร สถานการณ์ความขัดแย้งวันนี้ รอคลี่คลาย แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังโหมไฟในใจประชาชน เพียงเพื่อคะแนนเสียงประชาชนใช่หรือไม่ ขอยืนยันจะอดทนให้ถึงที่สุด พรรคเพื่อไทยจะจับมือประชาชนทั้งประเทศนำไปสู่การเลือกตั้ง ไม่ว่าฝ่ายตรงข้างจะเล่นงานหรือเล่นเกมทางการเมืองพุ่งมาที่พรรคเพื่อไทยอย่างไรก็ตาม

พท. ออกแถลงการณ์ แจงประชาชน

เวลา 10.30 น . วันเดียวกัน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคได้ออกแถลงการณ์ใกล้ถึงโค้งสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้งส.ส.วันที่ 3 ก.ค 54 พรรคการเมืองได้นำเสนอนโยบายต่าง ๆ ต่อประชาชนเพื่อประกอบการตัดสินใจ ภาพรวมของการหาเสียงที่ผ่านมาถือว่า เป็นไปอย่างเรียบร้อย แต่ข้อแท็จจริงได้ปรากฎว่า มีบางกลุ่มต้องการสกัดการขัดขวางพรรคเพื่อไทยด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ทำวีซีดีแจกจ่ายตามเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ในพื้นที่กทม. กล่าวหาใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยโดยปราศจากมูลความจริง

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า มีนักการเมืองระดับแกนนำบางพรรค พยายามลุกกระแส เพื่อจูงใจให้ประชาชนไม่เลือกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาพรรคเพื่อไทยในเวทีหาเสียงต่าง ๆ การให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน และยังมีสถานีโทรทัศน์ของรัฐบางแห่ง ปล่อยให้มีการออกอากาศโจมตรีพรรคเพื่อไทยตลอดเวลา จึงขอชี้แจงต่อประชาชนดังต่อไปนี้

1.ขอเน้นย้ำว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้ถือหลักการในการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ ไม่โจมตีใส่ร้ายใด ๆ กับผู้สมัครและพรรคการเมืองอื่น โดยมุ่งการนำเสนอนโยบายต่อประชาชนเป็นหลัก ตามแนวปรองดองของพรรค

2.ขอให้ทุกพรรคการเมืองได้หาเสียงอย่างสร้างสรรค์ โดยนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ไม่โจมตีใส่ร้ายหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ในคะแนนนิยมของพรคการเมืองอย่างอื่น

3.ขอเรียกร้องไปยังบุคคลหรือกลุ่มคน ที่ร่วมกันผลิตและเผยแพร่ซีดีโจมตีพรรคเพื่อไทยว่า ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว และหันมาร่วมกันสร้างบรรยากาศในการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม เพื่อนำพาประเทศไปสู่การปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง

4.ขอให้สื่อของรัฐโดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ยุติการออกอากาศรายการที่สร้างความแตกแยกในสังคม และโจมตีพรรคเพื่อไทย เพื่อประโยชน์ของบางพรรคการเมือง เพราะการกระทำดังกล่าวจะไม่สามารถชี้แจงการตัดสินใจของประชาชนได้

5.พรรคเคารพการแสดงออกของประชาชนภายใต้ขอบเขตแห่งสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการกระทำอันผิดกฎหมาย และมีลักษณ์ของการขัดขวางการหาเสียงเลือกตั้งในทุกรูปแบบ

6.ขอความร่วมมือกรรมการบริหาร ผู้สมัครส.ส.ของพรรค เข้าหน้าที่พรรค และสมาชิกพรรค ไม่ให้เข้าไปบริเวณพื้นที่ปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 23 มิ.ย. 2554 บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจมีบุคคลสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความไม่สงบขึ้น แล้วโยนความผิดให้กับพรรค

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขอความร่วมมือผู้สนับสนุนของพรรค หากหลีกเลี่ยงได้ขอให้งดการ่วมฟังการปราศรัยดังกล่าว สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งที่เหลืออยู่ จะไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ อันกระทบต่อการเลือกตั้งเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประชาธิปไตยอันแท้จริงได้ตัดสินใจเลือกตั้งอย่างอิสระเสรี

ย้ำ 'มือมืด' เตรียมป่วน ปราศรัยประชาธิปัตย์

นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า กรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่แยกราชประสงค์วันที่ 23 มิ.ย. นั้น พรรคได้รับการข่าวจากเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงว่า อาจจะมีการสร้างสถานการณ์ ก่อความวุ่นวายเกิดขึ้น ดังนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งตำรวจ ทหาร ป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น โดยที่จะมีบางหน่วยงานฉวยประกาศพรก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมเหตุการณ์ ซึ่งอาจทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาได้

ทั้งนี้ ที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ระบุเวทีปราศรัยว่า จะเน้นเนื้อหาดับไฟประเทศ แต่เกรงว่า จะเป็นการเติมเชื้อ จุดไฟให้ประเทศมากกว่า

ด้าน พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเปิดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีคนจำนวนมาก ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยร่วมด้วย รวมถึงผู้ไม่หวังดีเข้ามาร่วมสร้างสถานการณ์ ขอให้หน่วยงานความมั่นคงเอาใจใส่ตรวจตรา ป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้น อย่าทำให้มีคนล้มตายเกิดขึ้นอีก

ขณะที่ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายขื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่มาร่วมงานเป็นหูเป็นตา ร่วมกันบันทึกภาพ เพราะถ้ามีการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาจริงจะได้ทราบว่า ใครเป็นคนทำ

'เทือก' อ้าง ใช้เวที 'ราชประสงค์' ตีแผ่ความจริง

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงกรณี ที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุ หากประชาธิปัตย์ปราศรัยที่สี่แยกราชประสงค์ พาดพิงพรรคเพื่อไทย ทางพรรคก็จะหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ว่าจะสามารถฟ้องร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ว่า ได้เลยไม่มีปัญหา เขาพูดความจริง ไม่รู้สึกกังวลใจอะไร

'ผมยืนยันจะไปพูดความจริงที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ข้อกล่าวหา ที่พรรคเพื่อไทยและบริวารพวกพ้องของเพื่อไทยออกมาโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเป็นฆาตกร สั่งฆ่าประชาชน และแก้ข้อกล่าวหา ที่ว่า ทหาร หรือกองทัพฆ่าประชาชน  ดังนั้น จึงจำเป็นต้องชี้แจง เพราะเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ทำงานนี้มากับมือ ผมเห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด' นายสุเทพ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ พยายามโหมกระแสไฟ ที่กำลังจะมอดให้คุขึ้นมาอีกครั้ง  เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงไม่ใช่ เขาไม่ได้พูดเพื่อให้เกิดกระแสอะไร หรือให้ไฟลุกโชนขึ้น แต่พูดเพื่อให้ประชาชนได้ทราบความจริง เพราะพวกเขามาใส่ร้ายนายกฯ เขาต้องปกป้องตัวเองและนายกฯ เอาความจริงมาตีแผ่ให้เห็นว่าที่เขาพุูดนั้นพูดโกหก พูดใส่ร้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ตอนนี้การพูดในวันที่ 23 มิ.ย. ของพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นการปลุกระดมมวลชนขึ้นมา และอาจมีเหตุการณ์ทำให้ไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในวันที่ 3ก.ค. รองนายกฯมั่นคง ย้อนถามนักข่าวว่า เป็นข่าวของใคร

'ผมคงไม่ล้มการเลือกตั้ง รัฐบาลจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ใครจะมาล้มการเลือกตั้งไม่ได้ ยืนยันได้ว่า ในวันที่ 3 ก.ค. มีการเลือกตั้งแน่นอนไม่มีเป็นอย่างอื่น' นายสุเทพ ย้ำ

ส่วนการที่ กกต. เดินทางไปดูงานต่างประเทศกลับมา และยืนยันว่า ไม่มีกระบวนการล้มการเลือกตั้งนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เขาไม่ขอวิจารณ์ กกต. เจานเป็นนักมวยจะไปวิจารณ์กรรมการได้หรือ วิจารณ์ไม่ได้

ส่วนกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ระบุว่า กรณีที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เดินสายปราศรัยหาเสียง เป็นการเรียกคะแนนสงสาร เล่นบทเป็นดาวพระศุกร์ ไม่มีการพูดถึงนโยบายของพรรคตัวเองนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มี

'ผมไม่ใช่คนขี้หกตอแหล เหมือนนายณัฐวุฒิ ผมพูดเรื่องจริง ไม่ต้องไปตีบทอะไร ผมมีบทจริง' นายสุเทพ กล่าวตอบโต้

ส่วนการรักษาคาวมปลอดภัย ในระหว่างการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ดี พี่น้องประชาชนให้การสนับสนุน มีคนมาฟังตามเวทีต่าง ๆ หลายพันคน เขาก็ชื่นใจ ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ในเรื่องการพยายามหาความปรองดอง จะชวนพรรคการเมืองอื่นที่ไม่กล้ามาลงพื้นที่หาเสียงในภาคใต้มาลงพื้นที่บ้าง นายสุเทพ กล่าวว่า เชิญแล้ว และเขามาแล้ว เห็นแล้ว

'คนบ้านผมจิตใจสูงส่ง คนที่เป็นแฟนของพวกผม เครือข่ายพวกผมไม่เคยไปข่มเหงรังแก หรือไม่กลั่นแกล้งเขาเลยมา และกลับได้โดยปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่ในใจจริงคนปักษ์ใต้จำได้ว่า เขาทำอะไรกับคนใต้ไว้บ้าง แต่ไม่มีใครไปแสดงกิริยาที่ไม่ดีงาม มาแล้วไม่เหมือนพวกเขาที่ทั้งขว้างทั้งถีบสารพัด ยกป้าย แต่เราก็อดทน” นายสุเทพ กล่าว

ส่วนกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนักศึกษาที่ออกเดินแจกแผ่นซีดีโจมตีพรรคเพื่อไทย ในกทม.  นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เขายังไม่ทราบแน่ชัด จากที่ได้อ่านข่าวเห็นมีแต่ซีดี ยังไม่ทราบว่า เป็นซีดีอะไร แต่กฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย ใครทำอะไรผิดก็ต้องดำเนินคดีทุกฝ่าย กกต.จะต้องเข้ามาดูในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของ กกต.

สำหรับการเสียชีวิตของนายสุวโรช พะลัง ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์นั้น   เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า เขาทราบข่าวในช่วงที่ลงพื้นที่หาเสียง ก็เสียใจ เขารักษาตัวมานาน และในฐานะเลขาธิการพรรค ต้องไปทำหน้าที่เคารพศพ สมาชิกพรรค ส่วนลำดับสัดส่วนจะต้องขยับอะไรอย่างไรหรือไม่ คงต้องรอหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น