ข่าว

รับได้ไหมล่ะ

รับได้ไหมล่ะ

22 มิ.ย. 2554

ถือได้ว่า เริ่มเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบแล้วสำหรับกรณี อาจารย์แก้วสรร อติโพธิ และหมอตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) ที่ยื่นเรื่องให้ ดีเอสไอสอบ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพวก ในข้อหาให้การเท็จกรณีซุกหุ้

 ฐานความผิดที่ คนท. ยกขึ้นมาร้องดีเอสไอ แบ่งเป็น 3 ฐานความผิด

 1.พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ มาตรา 278 และ 302 ฐานแจ้งธุรกรรมหรือโครงสร้างผู้ถือหุ้นชินคอร์ปอันเป็นเท็จ

 2.ความผิดฐานให้ข้อมูลการถือครองหุ้นอันเป็นเท็จต่อ คตส. ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 133 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

 และ 3.ความผิดฐานเบิกความในข้อมูลการถือครองหุ้นอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีความผิดมาตรา 177

 เรื่องนี้มองกันได้ต่างมุม แล้วก็เป็นมุมใครมุมมัน ส่วนมุมใครจะทำเพื่อส่วนรวม ก็ต้องไปพินิจพิเคราะห์กันให้ถ้วนถี่

 กลุ่ม คนท.ยืนยันว่า ถ้าไม่ทำเสียแต่ตอนนี้ ก็จะกลายเป็นว่า "กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้" เพราะเจตนาของพรรคเพื่อไทย และ ยิ่งลักษณ์ ที่พูดมาแต่แรกแล้วว่า จะเอา ทักษิณ กลับประเทศ แกนนำพรรคบางรายถึงกับบอกด้วยซ้ำไปว่า ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเอาไว้แล้ว

 ปัญหาก็คือ การให้การของ ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ทักษิณ นั้น ศาลไม่เชื่อ แล้วโยงใยมาถึงเรื่องการแจ้งโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งหากปล่อยให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ทักษิณ ซึ่งทาง คนท.เห็นว่า ขัดกับหลักนิติรัฐอยู่แล้ว และยังจะไปครอบคลุมถึงการให้การเท็จต่อศาลของยิ่งลักษณ์ไปด้วย

 พูดง่ายๆ ถ้าทักษิณรอด ยิ่งลักษณ์ก็จะพ้นไปด้วย !

 แต่ฝ่ายที่เชียร์เพื่อไทย-ยิ่งลักษณ์ ตอบโต้ในเรื่องนี้ว่า นี่คือการเตะตัดขา รังแกผู้หญิง ที่สำคัญมีคำพิพากษาศาลฎีกาก่อนหน้าที่เทียบเคียงได้ว่า ยิ่งลักษณ์มีสิทธิที่จะให้การต่อศาลด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง

 ก็คือ ไม่ได้โต้ว่าโกหกต่อหน้าศาลหรือไม่ แต่บอกว่ามีสิทธิที่จะพูดอะไรที่ไม่ให้กระทบต่อตนเอง

 ดูแล้วยังอีกหลายยก แต่ตอนนี้ถ้ายิ่งลักษณ์ คิดว่า เอาล่ะ...จะเป็นคนของประชาชนแล้ว ก็ย่อมรู้ดีว่า การพูดเท็จ หรือโกหก เป็นสิ่งที่แม้แต่ตัว ยิ่งลักษณ์ เองก็คงจะรับไม่ได้

 ขนาดตนเองยังรับไม่ได้แล้วกับชาวบ้านนั้นคงไม่ต้องพูดถึง

ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]