ข่าว

 พิรุธคำให้การ"พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์"ไม่ได้ชน"หมอมุก"

พิรุธคำให้การ"พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์"ไม่ได้ชน"หมอมุก"

22 มิ.ย. 2554

แม้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย จะเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท โดยอ้างว่าเป็นบุคคลที่ขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่คำให้

 ตามคำให้การของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ อ้างว่า ในวันเกิดเหตุได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารสามเสนวิลล่า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ พร้อมกับภรรยา ลูกสาว และเพื่อนของลูกสาว รวม 4 คน หลังรับประทานอาหารเสร็จได้ออกจากร้านเพื่อกลับบ้านแต่พบว่ารถยนต์ของ พ.ต.พญ.หทัยพร จอดขวางอยู่ลูกสาวจึงเขียนข้อความด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายไว้ที่กระจกข้างรถ ขณะนั้นผู้บาดเจ็บมาพบเข้าพอดีจึงมีปากเสียงกัน

พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์อ้างว่า ขณะนั้นตนพยายามขับรถออกแต่ผู้บาดเจ็บได้ทุบกระโปรงท้ายรถ เพื่อให้หยุดรถจึงได้กลับรถไปจอดฝั่งตรงข้ามแล้วโทรศัพท์แจ้งไปยัง 191 แต่ไม่ติดจึงกลับรถไปยังจุดที่เกิดเหตุอีกครั้งพร้อมกับหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายภาพรถยนต์ของ “หมอมุก” ไว้ เมื่อเสร็จแล้วจึงขับรถออกจากจุดดังกล่าวแต่ผู้บาดเจ็บกลับกระโดดเข้ามาขวางหน้ารถพร้อมกับกระโดดขึ้นกระโปรงหน้ารถพร้อมกับคว้าเอาที่ปัดน้ำฝนติดมือไว้ก่อนจะตกจากรถไป เขาจึงเบรกและถอยหลังแล้วกลับรถขับออกจากที่เกิดเหตุ
แต่จากการสอบปากคำ พญ.พรรณพร อิ่มวิทยา มารดาของ “หมอมุก” ซึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์ และพยานในที่เกิดเหตุอีกหลายปากต่างให้การไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งล้วนแล้วแต่ขัดแย้งกับคำให้การของนายทหารรายนี้

  แหล่งข่าวในชุดคลี่คลายคดีเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ “หมอมุก” และมารดา ขับรถกลับจากทำธุระนอกบ้านในเวลา 2 ทุ่มเศษ แต่ไม่สามารถนำรถเข้าไปเก็บในบ้านได้เนื่องจากมีรถยนต์นิสสัน ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร จอดขวางอยู่ “หมอมุก” จึงจอดรถไว้ในลักษณะประกบข้างเพราะรีบจะไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่มารดาได้ลงจากรถและจดทะเบียนรถยนต์คันที่จอดขวางทางไปให้พนักงานร้านอาหารสามเสนวิลล่าช่วยประกาศตามหาเจ้าของให้
จากนั้นเกือบ 1 ชั่วโมงมีชายคนหนึ่งมาเคลื่อนรถยนต์นิสสันคันนี้ออกจากจุดที่จอดไว้ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ “หมอมุก” และมารดา เดินออกมาจากบ้านพอดี รถคันนี้ได้ขับวนไปจอดรออยู่ฝั่งตรงข้าม โดยทั้ง “หมอมุก” และมารดา สามารถเห็นใบหน้าของคนขับได้อย่างชัดเจนซึ่งมีสีหน้าท่าทางที่ดุดัน “หมอมุก” เห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้มารดารีบเข้าไปในบ้าน

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อชายคนดังกล่าวได้กลับรถขับพุ่งชนร่างของ “หมอมุก” จนกระเด็น พร้อมกับถอยรถกลับมาทับซ้ำ แถมยังไม่หนำใจได้กลับรถย้อนกลับมาพยายามทับร่างของผู้บาดเจ็บซ้ำอีกแต่ถูกพนักงานร้านอาหารและบุคคลที่เห็นเหตุการณ์เข้าขวางไว้ รถยนต์นิสสันคันก่อเหตุจึงได้รีบขับออกจากจุดเกิดเหตุ
แหล่งข่าวรายเดิมเปิดเผยด้วยว่า หลังเกิดเหตุ พญ.พรรณพร ได้พยายามติดต่อนายทหารเพื่อนร่วมรุ่นของสามีซึ่งเสียชีวิตไปในสมรภูมิร่มเกล้า ปรากฏว่ามีอดีตทหารยศพลเอกซึ่งเป็นเพื่อนของบิดา "หมอมุก" รายหนึ่งเดินทางมาที่ สน.พญาไท เพื่อตรวจสอบรถยนต์คันก่อเหตุและเมื่อทราบอดีตนายทหารผู้นี้ถึงกับหน้าถอดสี และได้หยิบโทรศัพท์โทรไปหาใครบางคน ซึ่งทั้งตำรวจและ พ.ญ.พรรณพร ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวในทำนองว่า อดีตทหารยศพลเอกรายนี้ได้สอบถามปลายทางว่าเอารถไปทำอะไรมา หลังจากนั้นคดีก็ไม่มีความคืบหน้า

 หลัง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เข้ามอบตัว ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ได้สอบถาม พญ.พรรณพร ว่าใช่ผู้ที่ขับรถชน “หมอมุก” จริงหรือไม่ ซึ่ง พญ.พรรณพร ยืนยันว่า นายทหารยศพันเอกรายนี้ไม่ใช่บุคคลคนเดียวกับที่ขับรถชนบุตรสาวอย่างแน่นอน 
แหล่งข่าวในชุดคลี่คลายคดีเปิดเผยด้วยว่า แม้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ จะเข้ามอบตัวและรับเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยล่าสุดทราบตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงแล้ว เป็นนายทหารสายบู๊ซึ่งทันทีที่มีพยานหลักฐานครบถ้วนก็จะสามารถออกหมายเรียกผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหาได้ทันที