ข่าว

สอน.เตือนรับมือผลผลิตอ้อยทะลัก

สอน.เตือนรับมือผลผลิตอ้อยทะลัก

22 มิ.ย. 2554

สอน.เตือนรับมือผลผลิตอ้อยฤดูกาลผลิตนี้หวั่นตัดไม่ทันเหมือนปีก่อน คาดมีปริมาณมากถึง 95 ล้านตัน พร้อมมองเป็นปีทองอุตฯ เหตุราคาน้ำตาลในตลาดโลกยังพุ่งสูง

 นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวถึง การเตรียมการสำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในฤดูการผลิตปี 2554/2555 ว่า จากฤดูการผลิตปีนี้ที่ทั้งอุตสาหกรรมได้ผลผลิตอ้อยรวมกันมากถึง 95.35 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลได้รวม 9.64 ล้านตัน ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) มีความเห็นว่าหากมีผลผลิตอ้อยออกมามากจึงมีความจำเป็นต้องเตรียมการรับมือ เพราะฤดูการผลิตอ้อยปี 2553/2554 ปรากฏว่า มีอ้อยค้างไร่มากถึง 2 แสนตัน ทำให้การตัดอ้อยไม่ทันกับช่วงเวลาเปิดหีบ ดังนั้น ฤดูการผลิตปีนี้ต้องมีช่วงเวลาเปิดหีบเพียงพอสำหรับการทยอยตัดอ้อยทั้งหมดคาดเปิดหีบเร็วสุดได้สัปดาห์แรกเดือนพฤศจิกายน 2554 และอย่างช้าสุดสัปดาห์ที่ 2 เดือนพฤศจิกายน ขณะที่ผลผลิตไม่น่าจะน้อยกว่า 95 ล้านตันอ้อยขึ้นไป

 ทั้งนี้ จากการสำรวจราคาน้ำตาลตลาดโลกพบว่า ระดับราคาดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 26 เซนต์ต่อปอนด์น้ำตาลทรายดิบในเดือนกรกฎาคมนี้ และราคาในช่วง 3 ปีข้างหน้ายังคงอยู่ในเกณฑ์สูงที่ระดับ 21-22 เซนต์ต่อปอนด์ ซึ่งเป็นระดับราคาที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นฤดูการผลิตปี 54/55 จะยังคงเป็นอีกปีทองของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ฉะนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรีบทำการขายล่วงหน้าให้ได้ราคาที่ดีที่สุด ขณะนี้ประเทศไทยขายน้ำตาลล่วงหน้าออกไปแล้วมากถึง 50% ในราคา 24-25 เซนต์ต่อปอนด์ จึงเชื่อมั่นว่าระดับราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 จะสูงกว่าปีนี้แน่นอน โดยน่าจะอยู่ที่ 1,100 บาทต่อตันอ้อย จากที่ฤดูการผลิตปี 2553/2554 ที่มีราคา 945 บาทต่อตันอ้อย

 อย่างไรก็ตาม สอน.มีความมั่นใจว่าราคาน้ำตาลทรายเพื่อการบริโภคในประเทศจะไม่ปรับขึ้น เนื่องจากยังไม่มีสัญญาณที่จะปรับขึ้นในระยะยาว เพราะคาดการณ์กันว่า 3 ปีข้างหน้าน้ำตาลจะล้นตลาดโลก และราคาขณะนี้ก็เป็นช่วงขาลงจากช่วงก่อนที่ราคาตลาดโลกอยู่ในระดับสูง อีกทั้งมองว่าน้ำตาลเป็นสินค้าการเมือง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการดูแลสินค้านี้เพราะเป็นสินค้าพื้นฐานจำเป็นในการบริโภคในประเทศ ดังนั้น ราคาจะปรับขึ้นจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยาก