
หนุนจยย.ปรับเครื่องยนต์หันใช้อี85ชี้ลงทุนแค่คันละ350บาท-2ค่ายเร่งผลิตรถยนต์ป้อน
พพ.หนุนปรับเครื่องยนต์รถมอเตอร์ไซค์ใช้อี 85 คาดสิ้นปีจะมีเพิ่ม 1.6 หมื่นคัน ระบุใช้เงินลงทุนดัดแปลงคันละ 350 บาท ขณะที่ค่ายรถยนต์ "จีเอ็ม-ฮอนด้า" กระโดดเข้าร่วม เร่งผลิตรถ อี 85 ป้อนตลาดต้นปีหน้า เล็งเพิ่มเป้าไฟฟ้าแสงอาทิตย์เป็น 1,500 เมกะวัตต์
นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า กระทรวงพลังงานกำลังเร่งขยายการใช้น้ำมัน อี 85 เพิ่มขึ้น โดยปีนี้จะมีปั๊มเพิ่มเป็น 26 แห่ง จากเดิมมีอยู่ 22 ปั๊ม และในส่วนของค่ายรถยนต์ก็จะมีผู้ผลิตเพิ่มอีก 2 รายคือ จีเอ็ม เตรียมเปิดตัวรถยนต์ อี 85 ในปลายเดือนนี้ และในช่วงต้นปีหน้าฮอนด้าจะเปิดตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้มีจำนวนรถยนต์ที่ใช้อี 85 เพิ่มขึ้น จากเดิมมีอยู่ 2 ค่ายคือ มิตซูบิชิ และวอลโว่
นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้รถจักรยานยนต์หันมาใช้ อี 85 เพิ่มขึ้น โดยจะรณรงค์ร่วมกับมหาวิทยาลัยสุรนารีให้ความรู้เรื่องการปรับเครื่องยนต์ ซึ่งใช้เงินลงทุนดัดแปลงประมาณคันละ 350 บาทเท่านั้น และในอนาคตเมื่อมีการใช้ อี 85 มากขึ้น ต้นทุนก็จะเหลือเพียง 150 บาทต่อคัน โดยขณะนี้มีรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศประมาณ 15 ล้านคัน ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะมีรถจักรยานยนต์มาใช้ อี 85 ประมาณ 1.65 หมื่นคัน
ในส่วนของรถยนต์นั้น สามารถปรับเครื่องยนต์มาใช้อี 85 ได้เช่นกัน ใช้เงินทุนประมาณ 4,000-5,000 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบของรถยนต์ที่ปรับเครื่องยนต์อยู่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในครึ่งปีนี้ ถ้าผลที่ได้ไม่ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์และระบบต่างๆ กระทรวงก็จะส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ราคาอุปกรณ์ติดตั้งจะถูกลงเรื่อยๆ ตามความต้องการของตลาด
นายไกรฤทธิ์กล่าวว่า ปริมาณการขายอี 85 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มียอดจำหน่าย 2.5 หมื่นลิตรต่อวัน สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณ 4,000 ลิตรต่อวัน ส่วนน้ำมัน อี 20 ก็ขยายตัว 30% ขณะที่ยอดการผลิตเอทานอลก็ยังโตอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มียอดการผลิต 3 ล้านลิตรต่อวันและในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านลิตรต่อวัน
นอกจากนี้ ในส่วนการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ขณะนี้เตรียมที่จะขยายเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จาก 500 เมกะวัตต์ เป็น 1,000-1,500 เมกะวัตต์ โดยปริมาณดังกล่าวยังไม่กระทบต่อความมั่งคงทางไฟฟ้า เพราะเทคโนโลยีการกักเก็บไฟฟ้าพัฒนาไปมาก ทำให้ปัญหาการจ่ายไฟฟ้าในช่วงกลางคืนลดลง แต่ยังต้องคำนวณต่อว่าจะกระทบต่อค่าเอฟทีมากน้อยเพียงใด เนื่องจากมีเอกชนยื่นขอเข้ามามากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ อย่างไรก็ตามเป้ารวมของพลังงานทดแทนทั้งหมดยังคงอยู่ที่ 20% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เพราะสัดส่วนของไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์จะเข้ามาชดเชยไฟฟ้าชีวมวลที่คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้



