
แม่อุ้มบุญในแดนภารต(3)
หญิงภารตคนหนึ่งซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาสังคมและวัฒนธรรมในคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคปทาวน์ ในแอฟริกาใต้ และกำลังทำวิจัยเรื่องแม่อุ้มบุญในอินเดีย ได้สัมภาษณ์แม่อุ้มบุญหลายรายถึงเหตุผลที่กล้าหาญชาญชัยทำสิ่งที่ขัดกับความเชื่อ
วัฒนธรรมและประเพณีของสังคมและครอบครัว ปรากฏว่าแม่อุ้มบุญรายหนึ่งในรัฐคุชราช ซึ่งรับจ้างอุ้มท้องให้สามีภรรยาชาวอเมริกันคู่หนึ่งให้เหตุผลว่าเธอมีลูกชายคนหนึ่งที่จะต้องเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ เงินที่เธอได้จากการอุ้มบุญนี้ ทำให้สามารถซื้อบ้านได้หนึ่งหลัง นอกเหนือจากเป็นค่าเล่าเรียนของลูก
"นอกจากนี้ ยังมีแม่อุ้มบุญอีกคนหนึ่งซึ่งมีหนี้สินรุงรังเกือบ 2 แสนบาท รวมทั้งสามีขี้เหล้าอีกหนึ่งคน ตอนแรกเธอคิดจะขายไตมาล้างหนี้ แต่ตอนหลังก็ตัดสินใจเป็นแม่อุ้มบุญแทน โดยได้เงินตอบแทน 3 แสนรูปี"
ส่วนอีกหนึ่งรายยอมรับงานที่ "แปลกประหลาด" นี้ก็เพื่อจะมีเงินก้อนใหญ่เก็บไว้เป็นค่าสินสอดให้ลูกสาวหากต้องแต่งงานเมื่อถึงวัยอันควร อันเป็นภาระหนักหน่วงของพ่อแม่ทุกรายที่มีลูกสาว ทั้งนี้เพื่อประกันความสุขในอนาคตของลูกยามต้องไปอยู่กับครอบครัวของฝ่ายชาย
ขณะที่นายหน้าหาแม่อุ้มบุญรายหนึ่งซึ่งมีรายได้ 1 หมื่นรูปีจากค่านายหน้าในแต่ละครั้งที่สามารถหาหญิงร่างกายแข็งแรงมาเป็นแม่อุ้มบุญยืนยันว่าเธอมาที่ศูนย์นี้ในตอนแรกเพื่อบริจาคไข่ที่สุกแล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากมีอายุมากไป เธอจึงเร่หาผู้หญิงคนหนึ่งที่ยินดีมาเป็นแม่อุ้มบุญแทน ซึ่งหาได้ไม่ยากนัก
ดร.นัยนา ปาเทล ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการศูนย์แม่อุ้มบุญแห่งหนึ่งกล่าวว่า การรับจ้างอุ้มบุญถือเป็นธุรกิจที่ทำให้ทุกฝ่ายได้กับได้เท่านั้น "ครอบครัวที่ไร้ลูกหลานสืบสกุลก็สามารถมีลูกไว้สืบสกุล ส่วนผู้หญิงยากจนก็มีรายได้ก้อนงาม และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงจำนวนไม่ใช่น้อยจึงมาสมัครเป็นแม่อุ้มบุญ
ดร.นัยนาเสริมด้วยว่า ราว 1 ใน 6 ของครอบครัวทั่วโลกมีปัญหาไม่สามารถมีลูกได้เอง ในจำนวนนี้ราว 6-8 เปอร์เซ็นต์ยินดีจ้างแม่อุ้มบุญ ซึ่งในอดีตถือเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ปัจจุบันคนเปิดใจกว้างยอมรับมากขึ้น
ศูนย์ของเธอเริ่มโด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่วเมื่อปี 2547 เมื่อทำคลอดให้ผู้หญิงวัย 46 ปีผู้หนึ่งที่ได้คลอดลูกแฝดให้ลูกสาวที่อยู่ที่อังกฤษ
ดร.นัยนา ยืนยันว่า "คนที่จะมาเป็นแม่อุ้มบุญได้ จะต้องแต่งงานแล้วและมีสุขภาพแข็งแรง แต่ก็ต้องดูอายุของผู้หญิงที่จะเป็นแม่อุ้มบุญรวมทั้งประวัติทางการแพทย์ด้วย ถ้าสุขภาพไม่ดีก็ไม่รับ"
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



