ข่าว

“ตุ่น”ไม่เชื่อชทพ.ภาคอีสานเหลือแค่1ที่นั่ง

“ตุ่น”ไม่เชื่อชทพ.ภาคอีสานเหลือแค่1ที่นั่ง

21 มิ.ย. 2554

“ตุ่น ”ไม่เชื่อชทพ.เหลือแค่ 1 ภาคอีสาน ยังหวังพรรคกวาดเก้าอี้ภาคอีสานได้ 4-5 ที่นั่ง รับกระแสเพื่อไทยมาแรงจริง พร้อมป้องหัวหน้าพรรคหวังดีกระตุ้นผู้สมัครขยันหาเสียงโค้งสุดท้าย น้อยใจเจอคู่แข่งเหน็บอย่าเลือกคนแก่ "ชพน."หาเสียงสีลม เจอคนถามปรองดองได้จริงหรือ

 (21มิ.ย.) นายตุ่น จินตะเวช ผู้สมัครส.ส.เขต 11 จังหวัดอุบลราชธานี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า สำหรับตนการหาเสียงในพื้นที่มาถึงช่วงเข้าถึงโค้งสุดท้ายนี้ ได้เดินเคาะประตูมาถึง 2 รอบแล้ว ถึงแม้ว่ากระแสของพรรคเพื่อไทยแรงมากพอสมควร ซึ่งตนก็ยอมรับว่า กระแสของเพื่อไทยแรงจริงๆ แต่ตนเคยสู้มาแล้วโดยอาศัยลูกขยัน แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่ตอนนี้ คะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อของเราคงจะยากเสียหน่อย ถ้าคนไหนขอได้เราก็ขอ แต่จะให้ขวางเขาเลยคงจะไม่ได้ บอกว่าเราเป็นพรรคเล็กขอให้ช่วยหน่อย แต่บางคนก็มาบอกเราตรงๆ ว่าทางนี้ให้คน ทางนี้ให้พรรค ก็ไม่เป็นไร เพราะรู้ว่าไปขวางเขาไม่ได้

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนากล่าวยอมรับว่า ภาคอีสานทางพรรคจะได้ส.ส.ลดจำนวนลง หรืออาจเหลือเพียงนายตุ่น จินตะเวช สอบผ่านเพียงคนเดียว ตนอยากขอร้องให้พี่น้องประชาชนพิจารณาผู้สมัครของพรรคชาติไทยพัฒนา อย่าให้ตนได้เข้าสภาเพียงคนเดียว ขอพาน้องๆ คนอื่นเข้าไปด้วยเพื่อจะได้ส.ส.มาพัฒนาภาคอีสานของเราให้มากขึ้น และตนขอให้กำลังใจผู้สมัครส.ส.ของพรรคเขตอื่นในภาคอีสานด้วย เพราะเชื่อว่าการที่นายชุมพลพูดอย่างนั้น เพราะต้องการกระตุ้นลูกพรรคให้ขยันในโค้งสุดท้ายมากขึ้น

 "ผมไม่ค่อยเชื่อโพลล์ของแต่ละพรรค เพราะเมื่อหัวหน้าพรรคไหนจะลงไปในพื้นที่ เขาก็จะทำโพลล์พรรคเขาขึ้นมาดีทันที โพลล์พวกนี้เป็นโพลล์ต้มพรรค ผมจึงไม่ค่อยเชื่อ เพราะมันมีประวัติมาก่อน ไม่ว่าโพลล์ไหนที่ผ่านมาชื่อผมก็ไม่เคยติดโพลล์กับเขาเสียที มีแต่เป็นที่ 4 ที่ 5 แต่ก็รอดมาได้ ผมคิดว่าหัวหน้าคงจะเห็นว่า โพลล์ในภาคอีสานพรรคเราไม่ขึ้นเลย จึงอยากให้กำลังใจน้องๆ ที่โพลล์มันไม่ขึ้นเพื่อเป็นการกระตุ้น เพราะในเมื่อเราไม่มีชื่อติดมากับเขาก็ต้องกระตุ้นให้มากขึ้นอีก ” นายตุ่น กล่าว

 นายตุ่น กล่าวว่า แต่สำหรับตนเอง ตนก็ไม่ประมาท เพราะในการเมือง ตนไม่เคยประมาท ไม่ว่าโพลล์จะดีแค่ไหน ตนก็ยังขยันลงพื้นที่ เริ่มตั้งแต่ตี 4 ถึง ห้าทุ่มทุกวัน เพราะช่วงกลางวันชาวบ้านเขาไปทำนา ก็ต้องอาศัยเวลาเช้ามืดกับตอนดึก ตนไม่เคยชะล่าใจว่าตัวเองนั้นแน่ และตนไม่เคยใช้เงิน เพราะถ้าใช้คู่ต่อสู้คงสบายใจ แต่บางพรรคบอกว่า ไม่มีเงิน ตนไม่เชื่อ บอกว่าไม่จ่ายนั้นแหละยิ่งจ่ายหนักกว่าเพื่อน ไอ้พรรคที่บอกว่าไม่มี นั้นแหละไป่ก่อนเพื่อนเลย

 นายตุ่น กล่าวต่อว่า แต่ถ้าเป็นตนในฐานะที่อยู่ภาคอีสาน ประเมินผู้สมัครของพรรคชาติไทยพัฒนา มั่นใจว่า ผู้สมัครที่เป็นส.ส.เก่าของพรรคใช้ได้เลย และเชื่อว่า เลือกตั้งครั้งนี้อีสานของพรรคน่าจะได้ประมาณ 5 คน เพราะส่วนตัวตนไม่เชื่อว่า จะเหลือตนแค่เพียงคนเดียวเพราะน้องๆ ที่เป็นอดีตส.ส.ใช้ได้ 4 - 5 คน แต่ทุกคนก็ต้องขยันกันหน่อย เพราะมันโค้งสุดท้ายแล้ว ต้องออกพื้นที่ต้องออกปราศรัย อย่าท้อว่าโพลล์ไม่ขึ้น แต่เมื่อหัวหน้าพรรคออกมาพูดอย่างนี้เราต้องยิ่งขยัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า บางพรรคจะอัดช่วงโค้งสุดท้ายให้มากขึ้น นายตุ่น กล่าวว่า ตนเองก็รู้สึกหวั่นใจ เพราะในเขตตน ผู้สมัครบางพรรคเขาประกาศเลยว่า เขาจะสู้เต็มที่ไม่ว่าปัจจัยก็ลงมาหมด ข้าราชการก็ช่วยเหลือ ใครจะมาบอกว่า ไม่ได้ให้ข้าราชการช่วยเหลือ ให้ข้าราชการเขาเป็นกลาง ไม่ได้ใช้เงิน พูดอย่างนี้ตนไม่เชื่อ เพราะคนพูดนั้นแหละเป็นคนสั่ง   แต่สำหรับตนพูดได้เลยว่า ถ้าพรรคอื่นสั่งเขาก็รับคำ แต่ผลที่ออกมาคะแนนมาอยู่ที่ตน ตรงนี้ทำให้ตนสบายใจ ตนยอมรับว่า ตนเสียเปรียบเรื่องปัจจัย เพราะบางพรรคเขาเริ่มจ่ายมาตั้งแต่ก่อนยุบสภาแล้ว เมื่อเราเสียเปรียบเราก็ต้องระวัง และต้องอาศัยลูกขยันอย่างเดียว ตนก็บอกชาวบ้านว่า ใครจ่ายก็ให้เอาหมด แต่เวลาเลือกกาบัตรให้มาเลือกตุ่น แต่คู่ต่อสู้ก็พยายามไปบอกว่า ตนแก่จะเลือกไปทำไม ให้เลือกคนหนุ่มเขาสบาย ซึ่งตนก็บอกว่า ถึงแม้ว่า ตนจะแก่แต่ก็เลือกคนหนุ่มมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วผิดหวังหรือไม่

ชพน.หาเสียงสีลมเจอคนถามปรองดองได้จริงหรือ

 นายกรพจน์ อัศวินวิจิตร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจแสะผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พาคณะผู้สมัครส.ส.ของพรรค เดินหาเสียง ขอคะแนนจากประชาชนที่ศูนย์การค้าเดอะสีลมแกลเลอเรีย และตลาดนัดด้านหลังอาคาร ซึ่งมีประชาชนส่งเสียงเชียร์และมอบดอกไม้ให้กำลังใจเป็นระยะ ทั้งนี้ระหว่างเดินหาเสียงภายในศูนย์การค้าได้มีผู้ค้ารายหนึ่งแสดงความไม่พอใจคณะหาเสียง โดยตะโกนถามว่าพรรคอะไร ปรองดองหรือไม่ ขออนุญาตใครหรือยัง โดยนายกรพจน์เข้าไปชี้แจงและยืนยันว่า พรรคสนับสนุนนโยบายปรองดอง ทำให้ผู้ค้ารายดังกล่าวสงบลง

 จากนั้นนายกรพจน์ได้นำคณะเดินหาเสียงในตลาดนัด และแวะปั่นร้านน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยได้โชว์การปั่นน้ำผลไม้ตั้งชื่อสูตรว่า สูตรไม่แบ่งขั้วสลายสี

 ภายหลังเดินหาเสียง นายกรพจน์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยกล่าวกระแสตอบรับต่อนโยบายไม่แบ่งขั้ว สลายสี ที่พรรคได้นำเสนอออกมา 8 ข้อ ว่า ได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด เพราะเล็งเห็นว่าจะเป็นทางออกของปัญหา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และสร้างหลักนิติรัฐนิติธรรมให้เกิดขึ้น โดยในเบื้องต้นทุกคนต้องยอมรับผลการเลือกตั้ง 3 ก.ค. ไม่ว่าฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะ และผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดสมควรได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่าทางพรรคมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่เงื่อนตายทางการเมืองหรือไม่ นายกรพจน์ กล่าวว่า ตรงนี้ทุกคนต้องร่วมกันทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยพรรคการเมืองมีหน้าที่นำเสนอนโยบายเพื่อประชาชนอย่างสร้างสรรค์ ไม่ทำลายกัน ในส่วนของพรรคได้มีการหารือกันบ้าง ก็ได้กำชับให้หาเสียงอย่างเหมาะสม รวมไปถึงในส่วนของการรักษาความปลอดภัยที่หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

 เมื่อถามถึงการประเมินกระแสพรรคช่วงโค้งสุดท้าย นายกรพจน์กล่าวอย่างมั่นใจว่าพรรคจะได้ไม่ตำ่กว่า 20-25 ที่นั่ง โดยเฉพาะใน จ.นครราชสีมา ที่เป็นฐานสำคัญของพรรค