
หมอมุกตอบสนอง-แนะตรวจคราบเลือด
นายกแพทยสภา เยี่ยมอาการ 'หมอมุก' แม่ เผย บีบมือมีอาการตอบรับ 'หมอพรทิพย์' แนะ ตรวจคราบเลือดหมอมุก จากรถต้องสงสัย
ศ.คลีนิก นพ.อำนาจ กล่าวว่า วันนี้ทางแพทยสภาได้มาเยี่ยมคุณหมอมุก เพื่อให้กำลังใจเจ้าตัวและคุณแม่ เนื่องจากคุณหมอมุก ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของแพทย์ซึ่งได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและประเทศชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม จะปกป้องคุ้มครองดูแลหมอมุกให้หายดีเป็นปกติโดยเร็ว เพื่อให้กลับมามีโอกาสช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนอีกครั้ง วันนี้หมอเจ้าของไข้ก็รายงานแล้วว่าอาการดีขึ้นถือเป็นข่าวดีของพวกเรา ส่วนความช่วยเหลือที่ทางแพทยสภาจะมอบให้แน่นอนคืออันดับแรกเรามามอบกำลังใจให้กับครอบครัว และกำลังดูว่ามีอะไรที่จะช่วยเหลือกันได้อีกบ้าง ในเรื่องทางคดีเพิ่งทราบจากสื่อว่าคู่กรณีเข้ามามอบตัวกับตำรวจและกล่าวอ้างว่าหมอมุกวิ่งใส่รถตัวเอง ตรงจุดนี้มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้อยู่แล้วเชื่อว่าคดีคงจะดำเนินการไปตามกฎหมาย
ศ.คลีนิก นพ.อำนาจ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการความช่วยเหลือทางคดีนั้นทางแพทยสภาจะติดตามดำเนินการด้วยการทำหนังสือนำไปยื่นให้กับ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. กองพิสูจน์หลักฐานไล่ลงมาจนถึงพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยจะมีการยื่นหนังสือและเดินทางไปพบด้วยตัวเองโดยจะทำทั้งสองอย่างเพื่อให้ทางตำรวจดูแลและให้ความเป็นธรรมกับหมอมุกอย่างเต็มที่ เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนต่างก็รู้สึกว่าสมควรจะแสวงหาความเป็นธรรมให้แก่หมอมุกกับครอบครัว อย่างไรก็ตามขอขอบคุณคณะแพทย์ พยาบาล ทั้งจาก รพ.พระมงกุฎเกล้า และ ศิริราชพยาบาล รวมถึงสื่อมวลชนที่ให้การช่วยเหลือประสานงานกันอย่างเต็มที่ต้องขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วย
ด้าน นพ.บุญโชติ แพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า คณะนี้อาการด้านความดันสมองอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นปกติแล้ว แต่ยังถือว่าโคม่าอยู่ ส่วนไข้เริ่มลดลง และกำลังให้ยาปฏิชีวนะทางกระแสเลือด เบื้องต้นก็กำลังรอคอยผลการเพาะเชื้อจากห้องปฏิบัติการ ส่วนเรื่องที่คณะแพทย์ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคืออาการแทรกซ้อนจากภาวะการติดเชื้อ ภาวะชักจากเกลือแร่ต่ำเพราะจะทำให้สมองเกิดบวมขึ้นมาอีกเนื่องจากขาดเลือด แม้คุณหมอมุกจะลืมตาและขยับแขนได้บ้างในตอนนี้ซึ่งถือว่ามีปฏิกิริยาขึ้นมาบ้างแต่ยังไม่รู้สึกตัวคงต้องดูแลกัน
อย่างใกล้ชิดต่อไป แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะออกจากห้องไอซียูได้เมื่อไหร่และจะกลับมาหายเป็นปกติหรือไม่
ขณะที่ พญ.พรรณพร ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เข้ามาเยี่ยมลูกสาวถึงในห้องไอซียู รู้สึกดีใจที่ได้จับมือลูกและลูกมีอาการตอบรับโดยการบีบมือตอบประกอบกับอาการไข้ก็ลดลงแล้วเหลือเพียง 37.5 องศา ทำให้ตนรู้สึกมีความสุขมากๆ ส่วนทางคู่กรณีเพิ่งทราบจากสื่อมวลชนว่ามีการเข้ามอบตัวแล้วนั้น ตนคงจะไม่ถือโทษโกรธแค้นกันแต่อย่างใด ตอนนี้ตนอายุ 70 แล้ว ยังไงก็ขอให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการปล่อยเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย คงจะไม่เดินทางไปโรงพักเพราะต้องการจะอยู่กับลูกสาวเนื่องจากคงมีความสุขมากกว่า
“หมอพรทิพย์” แนะนิติวิทยาฯหาคราบเลือดหมอมุก
พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวถึงการตรวจสอบพยานหลักฐานกรณี พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา อายุ 34 ปี แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ รพ.พระมงกุฎเกล้า หรือหมอมุก ซึ่งถูกรถชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสว่า ตามหลักการทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบหาหลักฐานได้แน่นอน แม้รถคันที่คาดว่าใช้ก่อเหตุจะมีการทำความสะอาดแล้วก็ตาม
โดยหลักต้องตรวจสอบ 3 จุดสำคัญคือ ผู้บาดเจ็บ จุดเกิดเหตุ และรถที่ก่อเหตุ เนื่องจากทั้ง 3 จุดนี้จะต้องมีหลักฐานที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ เช่น ตัวผู้บาดเจ็บสามารถตรวจสอบเสื้อผ้าในวันเกิดเหตุมีอะไรบางอย่างที่อาจชี้ได้ว่าถูกชนโดยรถของผู้ต้องหาหรือไม่ ส่วนที่เกิดเหตุทราบว่ามีวงจรปิดที่ตรวจสอบได้ ขณะที่รถคันก่อเหตุกรณีที่ชนจะต้องมีหลักฐานบางอย่างของผู้บาดเจ็บติดอยู่ และแม้จะมีการทำความสะอาดแล้วแต่ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ ยังมีเครื่องมือที่สามารถนำมาตรวจสอบหาหลักฐานได้ โดยเฉพาะคราบเลือดที่แม้จะล้างออกแล้วแต่เชื่อว่าน่าจะยังหลงเหลือไว้ตรวจสอบ โดยใช้น้ำยาทดสอบหาคราบเลือดไปตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับผู้บาดเจ็บ
สำหรับกรณีที่ผู้ต้องหาปฏิเสธไม่ได้ขับรถชนแต่เป็นการกระโดดเข้าหารถของผู้บาดเจ็บเองนั้น พญ.คุญหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวสามารถประเมินจากอาการของผู้บาดเจ็บได้ อีกทั้งตามหลักเวชศาสตร์จราจรก็สามารถบ่งบอกได้ว่าเกิดจากการวิ่งไปชนหรือถูกวิ่งชน



