ข่าว

น.ต.ประสงค์เตือนดันแก้รธน.เปิดประตูปฎิวัติ

น.ต.ประสงค์เตือนดันแก้รธน.เปิดประตูปฎิวัติ

21 เม.ย. 2552

“อดีตกมธ.50”เตือน“นายกฯอภิสิทธิ์”ดันแก้รธน.เปิดประตู“ปฎิวัติ” ย้ำถ้ายังเดินหน้าจะก่อวิกฤตซ้อนวิกฤต นำประเทศเข้าสู่กาลียุคและขัดแย้งครั้งใหญ่ ลั่นชาวบ้านไม่โง่ รู้ดี นักการเมืองฉวยโอกาสปลดโซ่ตัวเอง ตำรวจพัทยาออกหมายจับ"ทักษิณ" แล้ว “อนุพงษ์”เรียก“ผบ.พัน”

(21เม.ย.) น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 50 กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐธรรมนูญปี 50 เปิดช่องให้สามารถแก้ไขได้ แต่ต้องตระหนักว่ารัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดของประเทศ ดังนั้นการจะแก้ไขต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่แก้เพื่อปลดโซ่ตรวนให้นักการเมืองเพียงหยิบมือเดียวที่สุมหัวสมคบกันจะแก้ไขอยู่ในเวลานี้

ส่วนที่อ้างกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการนิรโทษกรรมคืนสิทธิทางการเมืองให้กับนักการเมือง 220 คนจะเป็นทางออกไปสู่ความสมานฉันท์นั้นเป็นการเข้าใจผิดอย่างยิ่ง เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องของนักการเมืองที่ติดโซ่ตรวนพยายามช่วงชิงอำนาจทางการเมือง และคนๆนั้นเป็นระดับถุงเงินถุงทอง

ดังนั้นการที่รัฐบาลสรุปว่าความขัดแย้งทางการเมืองครั้งนี้ต้องแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นความที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง ต่อไปคนมีปัญหาคนตีกันบนถนน แท็กซี่ทะเลาะกับตำรวจ หรือกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกลอบยิง ต้องให้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อยุติปัญหาใช่หรือไม่

“ขอฝากไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และพรรคประชาธิปัตย์ ถ้ายังดึงดันที่จะแก้รัฐธรรมนูญโดยนักการเมือง จะเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ในบ้านเมือง เพราะประชาชนเขาไม่ได้โง่ เขารู้ว่านักการเมืองอาศัยช่วงชุลมุนวุ่นวายของบ้านเมือง หาประโยชน์เพื่อคนพวกเดียว นายอภิสิทธิ์ จะกลายเป็นคนที่ได้ทำลายกระบวนการยุติธรรม อย่างน่าละอายที่สุด ไม่เคารพเหตุผล คำตัดสินของตุลาการ เป็นการสร้างตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับการเมืองไทย ต่อไปนักการเมืองที่ทำผิดกฎหมายก็รวมหัวกันออกกฎหมายมายกโทษความผิดให้ตัวเอง การแก้รัฐธรรมนูญจะเป็นชนวนทำให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต นายอภิสิทธิ์ อย่าพาสังคมเดินเข้าสู่จุดนั้น ซึ่งอาจจะเป็นกลียุค หรือมิคสัญญี และสุดท้ายกลุ่มพลังฝ่ายความมั่นคงก็จะออกมาใช้อำนาจนอกระบบมายับยั้งเหตุการณ์อาจจะเป็นการปฎิวัติหรือรัฐประหาร ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด”น.ต.ประสงค์ กล่าว

ส่วนที่นักการเมืองเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้นั้น ประธานกมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 50 ได้อุดช่องว่างของรัฐธรรมนูญปี 40 ที่ปล่อยให้รัฐใช้อำนาจแทรกแซงกลไกต่างๆจนกลายเป็นเผด็จการ ขณะเดียวกันก็ให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่า ดังนั้นคนที่ได้ประโยชน์จากการใช้ช่องโหว่ต่างๆของรัฐธรรมนูญปี 40 จึงออกมาเรียกร้องเช่นนี้

ตำรวจพัทยาออกหมายจับ"ทักษิณ"

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 2 ส่วนหน้า การรักษาความปลอดภัยและอำนวยการจราจร (สภ.บางละมุง) พล.ต.ต.ปราโมช ปทุมวงศ์ รอง ผบช. ภ 2 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดทำงานได้ขออำนาจศาลจังหวัดพัทยา เพื่อขอหมายจับ อดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร โดยศาลจังหวัดพัทยา ได้อนุมัติหมายจับที่ 353/2552 ลงวันที่ 21 เมษายน 25 52 โดย พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร (เลขประจำตัวประชาชน 3-1006-01824-83-4)

 กระทำผิดฐาน “มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง , ร่วมกันกระทำการด้วยประการใดๆให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่การจราจร , ร่วมกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่แสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่ก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร

 เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินหรือเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล , ร่วมกันบุกรุกโดยขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ,ร่วมกันเดินแถวหรือขบวนแห่ใดๆในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร และร่วมกัน วาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือการกระทำด้วยประการใดๆในลักษณะเป็นการกีดขวางจราจร ในคดีอาญา 1895/2552 วันที่ 12 เมษายน 2552 สถานีตำรวจภูธรตำบลพัทยา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ปฎิบัติการต่างระดมพนักงานสอบสวนเพื่อสรุปคดีต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นในพื้นที่ จ.ชลบุรี มีคดีรวมทั้งสิ้นในระหว่างการชุมนุมทั้งหมด 11 คดี มีการออกหมายจับต่างวาระ และสถานที่ โดยพนักงานสอบสวนได้ประชุมเพื่อสรุปไล่เหตุการณ์ไปตามระดับ เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบในส่วนรายละเอียดต่อไป

“อนุพงษ์”เรียก“ผบ.พัน”เคลียร์เหตุสลายม็อบเสื้อแดง
 
เมื่อเวลา 17.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงระดับกองพันทั่วประเทศ โดยมี พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมว่า ผบ.ทบ. ได้เชิญผู้บังคับกองพันมารับทราบข้อมูลที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการของกองทัพบกในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยในที่ประชุมได้มีการบรรยายสรุปถึงเหตุการณ์การก่อความไม่สงบในช่วงในวันที่ 12-14 เม.ย.ที่ผ่านมา โดย พล.ท. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสนาธิการฝ่ายยุทธการได้บรรยายสรุปเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ปัญหา และการใช้ความรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ทหาร รวมถึงอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติของทหารต่อผู้ชุมนุมให้กับที่ประชุมให้ได้รับทราบ

 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า การบรรยายสรุปได้ชี้ให้เห็นว่าการปฏิบัติงานของทหารได้อยู่ในสายตาของสื่อมวลชน และฝ่ายการแพทย์ ซึ่งการปฏิบัติของทหารเราปฏิบัติงานไปตามกรอบของกฎหมายใช้กำลังตามหลักสากล ทั้งนี้ พล.ท.ดาว์พงษ์ ยืนยันว่า ประชาชนทุกคนเป็นเพื่อนร่วมชาติจะไม่มีการทำร้าย ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับพื้นที่มีการเผชิญหน้ากัน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์มาชี้แจงเกี่ยวกับภาพเหตุการณ์ที่นำเสนอทางสื่อต่าง ๆ ในเว็ปไซต์ โดยไม่ตรงกับความเป็นจริง รวมถึงภาพที่มีการแอบอ้างว่าทหารทำร้ายประชาชนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทุกภาพเจ้าหน้าที่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด รวมถึง ผบ.ทบ.ยังได้ทำความเข้าใจกับกำลังพลถึงการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันถึงการออกมาปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ในที่ประชุมยังได้มีการบรรยายสรุปถึงยอดผู้บาดเจ็บเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ผ่านมาของกองทัพ ซึ่งพบว่า ขณะนี้มียอดเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บมากกว่าประชาชน นอกจากนี้ยังได้ยืนยันว่า จากตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการปกิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหารครั้งนี้

 “ภาพที่เกิดขึ้นทางอินเตอร์เน็ทเป็นการสังเกตว่ามีการตัดมาเฉพาะในภาพๆ เดียว และมีการเขียนบรรยายใต้ภาพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการชี้แจงบรรยายสรุปตั้งแต่ต้นจนจบรวม 40 นาที ซึ่งกองทัพค่อนข้างมั่นใจว่าประชาชนจะเข้าใจ ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ยังเล่าให้ฟังว่าการปฏิบัติเมื่อวันที่ 12 - 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดความรุนแรงอะไร แสดงว่าท่านสามารถนำพากองทัพไม่ให้เป็นที่รังเกียจของประชาชน ซึ่งการดำเนินการทุกอย่างของกองทัพมีคำตอบ และขึ้นอยู่กับกฎหมาย และอำนาจที่ฝ่ายบริหารมอบให้กองทัพดำเนินการ ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้การทำงานที่ผ่านมาของกองทัพจะต้องชื่นชมกำลังพลชั้นผู้น้อย ซึ่งในที่ประชุมได้มีการชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง ” พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าว

 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า ผบ.ทบ.ได้ให้นโยบายแก่ผู้บังคับกองพันถึงความเข้าใจในการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ให้ทราบเพื่อให้ ผู้บังคับกองพันไปชี้แจงกับกำลังพล และประชาชนให้ทราบข้อเท็จจริง เพื่อไปตอบคำถามกับประชาชนได้ ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ยังได้ชื่นชมการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาในช่วงการสลายการชุมนุมที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้ใต้บังคับบัญชาระดับล่างที่ได้ตั้งใจปฏิบัติงานตามนโยบาย และไม่ใช่ความรุนแรง และไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้น ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้ย้ำจุดยืนว่ากองทัพบกจะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ซึ่งในโอกาสนี้ทางกองทัพได้ใช้โครงการสู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ไปช่วยกันอย่าให้สังคมมีสีต่าง ๆ เกิดขึ้น และให้ทหารลงไปช่วยสร้างความสมานฉันท์ และย้ำว่าไม่อยากให้มีสีเกิดขึ้น และให้ทำอย่างไรก็แล้วให้ประชาชนเป็นสีเดียวกัน