ข่าว

มาร์คชี้พท.เป็นรบ.รีดภาษีคืนแม้วแน่

มาร์คชี้พท.เป็นรบ.รีดภาษีคืนแม้วแน่

21 มิ.ย. 2554

"อภิสิทธ์" ปลุกคนใต้เลือกปชป.ทั้งหมด ชี้เพื่อไทยเป็นรบ.รีดภาษีคืนเงินทักษิณ แนะเจอ "ยิ่งลักษณ์" ที่ไหนให้เดินหนี ไม่ต้องโห่-ชูป้ายไล่ เพราะไม่ใช่สันดานปชป. แจงปราศรัยราชประสงค์เพราะไม่ใช่พื้นที่ของเสื้อแดง "เทพเทือก" เย้ยสุดท้ายเสื้อแดงก็ขี่คอ "ทักษิณ"

 เมื่อเวลา 18.50 น.วันที่ 20 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางถึงสนามบินหาดใหญ่ จ.สงขลา ท่ามกลางการอารักเข้มจากตำรวจภูธรภาค 9 จำนวนมาก และเดินทางด้วยรถยนต์ต่อมายังสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่  ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค ทันทีที่นายอภิสิทธิ์มาถึงได้รับการต้อนรับจากประชาชนรุมล้อมเข้าไปจับไม้จับมือและมอบดอกไม้จำนวนมาก และเมื่อนายอภิสิทธิ์เดินขึ้นเวทีแสดงตัวบนเวทีก็ได้รับเสียงปรบมือต้อนรับจากประชาชนที่มาฟังปราศัยมากกว่าหนึ่งหมื่นคน

 จากนั้นเวลา 20.50 น.นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า สิ่งที่อยากย้ำคือทางเลือกของประเทศและบทบาทของประชาชนที่นี่ในวันที่ 3 ก.ค. รวมทั้งอนาคตของประเทศในอีกสี่ปี เมื่อสักครู่นายชวน หลีกภัย ได้เล่าประสบการณ์ที่พวกเราทุกคนผ่านมาโดยเฉพาะ 5-6 ปีที่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ที่มีรัฐบาลประกาศชัดเจนกับจังหวัดที่ไม่สนับนุนพรรคไทยรักไทยขณะนั้นจะไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล ซึ่งเขาพยายามทุกวิถีทาง รวมทั้งแนวทางเลือกปฏิบัติหวังบีบให้ประชาชนที่นี่สนับสนุนเขา แต่ว่าตลอดระยะเวลา 4-5 ปี พี่น้องที่นี่มั่นคงเหลือเกิน ไม่เคยยอมจำนน ไม่เคยถอย เชื่อในอุดมการณ์ของพรรคแม่ถูกขู่ว่าไม่เลือกเขาเขาไม่มาดูแลแต่พี่น้องก็ยังเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ยังเหนียวแน่น นี่คือจิตใจที่มั่นคงของพี่น้องที่นี่ อีกทั้งตนรู้ว่าลึกๆในใจของประชาชนรักความยุติธรรมและไม่ยอมให้ใครมารังแก ซึ่งตนต้องขอคารวะและยกย่องในนามของพรรคประชาธิปัตย์

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สองปีเศษที่ผ่านมาที่เขาบอกว่าเขาจะทำทุกวิถีทางให้ตนถอดใจและถอย และตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯเขาก็เริ่มปฏิบัติการใช้ความรุนแรงชัดเจน รถของส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ออกจากสภาในวันนั้นถูกเสื้อแดงส่วนหนึ่งปาอิฐปาหินเข้าใส่และราดน้ำมันและเกือบถูกไฟเผา นอกจากนี้ช่วงนั้นก็มีข่าวว่าเขาจะต้องทำให้นายอภิสิทธิ์ถอดใจ มีใบปลิวฉบับหนึ่งว่า “ดิบถ่อยเถื่อน” เขานึกว่าตนเป็นคนสุภาพก็เข้าใจว่าจะไม่เข้มแข็งจะยอมแพ้ เห็นว่าจะไม่สามารถรับแรงเสียดทานกดดันได้ เขาจึงกล้าพูดว่าตนอยู่ได้ไม่นาน

 “วันนี้เขาต้องรู้ว่ามันไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะคนอย่างผมและชาวประชาธิปัตย์ไม่ก้าวร้าวไม่รุนแรงแต่เข้มแข็งเต็มร้อยครับ ยิ่งถ้าต้องต่อสู้กับความไม่ถูกต้องและต้องทำงานที่เราไม่เคยทำเพื่อตัวเองแต่ทำเพื่อบ้านเมืองและผมสำนึกว่าทุกวันที่มาทำงานเพื่อบ้านเมืองได้มอบคะแนนไว้วางใจให้คือประชาชนจำนวนมากทั่วประเทศ ผมบอกได้เลยว่าผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดถอยต้องเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาชนอย่างเดียว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สองปีกว่าที่ผ่านมาเป็นสองปีที่ยอมรับว่าปัญหาอุปสรรคมากเหลือเกิน วันที่เข้ามารับตำแหน่งประเทศมีวิกฤติซ้อนวิกฤติ ปัญหาแรกเป็นปัญหาตั้งแต่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีการทุจริตคอรัปชั่น มีการชุมนุมนำไปสู่การปฏิวัติยึดอำนาจ มีการเลือกตั้งจนมีรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ คิดจะแก้ไขรัฐธรรมนูญและออกกหมายนิรโทษกรรม จนมีคนออกมาต่อต้านจนมีการชุมนุมยึดทำเนียบยึดสนามบิน ทำให้มีความขัดแย้งสะสมมาจนถึงปัจจุบัน

 ส่วนอีกวิกฤติคือเศรษฐกิจโลกเจอภาวะวิกฤติการเงินที่รุนแรงกระทบมาถึงประเทศไทย วันที่เข้าบริหารปะเทศเศรษฐกิจติดลบจนมีคนห่วงว่าประเทศจะเข้าภาวะถดถอยตกต่ำมีหนี้สินและรัฐบาลประเทศชาติจะไปไหวหรือไม่ จนขณะนี้ทั่วโลกยอมรับว่าประเทศไทยฟันฝ่าวิกฤติมาเป็นอย่างดี เพราะหลังจากเขาเห็นภาพเผาบ้านเผาเมืองการจราจลการท่องเที่ยวหายไป เราก็บริหารคลี่คลายนักท่องเที่ยวก็เข้ามามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และปีหน้าก็จะมีการจัดการแข่งขันฟุตซอลโลกที่เขาเล็งว่าจะจัดที่หาดใหญ่

 “และตลอดระยะเวลาการทำงานก็ถูกขัดขวางตลอดเวลา ฝ่ายค้านในสภาไม่แสดงตัว และขอนับองค์ประชุม ส่วนนอกสภาผมลงพื้นที่ที่ไหนก็พยายามขัดขวางการลงพื้นที่”นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า ไม่นับว่ายังจะต้องเจอกับปัญหาเฉพาะหน้าภัยพิบัติรุนแรงที่สุด ซึ่งตนก็เดินทางมาดูสถานการณ์และดูแลประชาชน เพราะตนถือว่าต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน และตนไม่เลือกปฏิบัติ และตนไม่มาเฉพาะภาคใต้ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพราะน้ำท่วมอีสานตนก็ไป ภาคเหนือตนก็ไป หรือน้ำท่วมจังหวัดที่ไม่มีส.ส.ของประชาธิปัตย์เลยตนก็ไป เพราะต้องทำงานให้คนไทยทั้งประเทศ ดังนั้นนี่คือมาตรฐานการเมือง

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำนโยบาย อาทิ โครงการเรียนฟรี 15 ปี ค่าตอบแทนอสม. เบี้ยยังชีพผู้สูงายุ ขึ้นค่าแรง 25% และมีโครงการประกันรายได้เกษตรกร รวมทั้งการดูแลราคายางและรถไฟความเร็วสูงในภาคใต้ การสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติภูเก็ต รวมทั้งการพัฒนาภาคใต้ส่วนอื่นมีกลไกพิเศษคือครม.ภาคใต้ ส่วนปัญหาใหม่ๆ อย่างไรกตามนายอภิสิทธิ์เปรียบเทียบนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย ที่มอบหมายให้นายกรณ์ จาติกวณิช คำนวณการใช้งบประมาณในการทำนโยบายของพรรคเพื่อไทยต้องใช้เงินถึง 2.2 ล้านล้านบาท และพรรคเพื่อไทยระบุว่าเรื่องเงินไม่ต้องมาพูดเพราะเรื่องเล็กและเขารอเงินมาจากอากาศ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณี ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศล่าสุดบอกว่า เงินที่ยึดไป 4.6 หมื่นล้านบาทอยากจะได้คืนเพราะตอนนี้เริ่มจนแล้วเหลือเงินแค่ 3 หมื่นล้านบาท ดังนั้นถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะถูกเก็บภาษีให้พ.ต.ท.ทักษิณ 4.6 หมื่นบ้านบาท เราจะยอมหรือไม่ ตนจึงถามว่าทำไม่ต้องเอาเงินไปให้พ.ต.ท.ทักษิณ ทำไม่ต้องนิรโทษ เขาก็บอกว่าเพื่อความปรองดอง ซึ่งมันปรองดองแบบนี้ไม่ได้ อย่ามาปรองดองด้วยการนิรโทษกรรมและล้างความผิดให้คุณทักษิณ ส่วนทีมปรองดองสำหรับคนใต้ของพรรคเพื่อไทยน่ากลัวมาก ที่มีทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งนายจตุพรอาจได้เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงแล้วนายณัฐวุฒิอยู่กระทรวงไหนดีตนก็ไม่ทราบ ซึ่งมีการเตรียมไว้หมดแล้ว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า การหาเสียงกลับมีการรบกวน ชูป้าย มาตะโกนด่า ตนก็บอกว่าเราต้องอดทน หลายคนบ่นกับตนว่าเอาบ้างไหม ตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็บอกว่าวันที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาใต้ว่าจะมีปัญหาหรือไม่ แต่ก็สบายใจได้เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสันดานที่จะทำแบบนั้น เพราะเราเป็นนักประชาธิปไตย อยากพบอยากมาหาเสียงก็ทำไปและอย่างมากถ้าไม่ชอบก็แค่เดินหนีไป

 ส่วนที่โพลล์บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังแพ้พรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ให้รอวันจริงดีกว่า เราต้องบอกว่าเขาทำการเมืองที่จะให้พรรคใช้มวลชน และมีกองกำลังติดอาวุธมาทำให้คนไทยยอมทำตาม ตนไม่เชื่ออว่าคนไทยจะยอมให้ประเทศไทยไม่ยึดหมายกติกายอมคนเสียงดังข่มขู่

 “ผมจึงบอกว่าการปราศรัยในวันที่ 23 มิ.ย.ที่ราชประสงค์เขาไม่ยอมให้เราไป แต่เราจะบอกคนไทยทั้งประเทศว่าพื้นที่ในประเทศไทยเป็นของคนไทยทุกคนทุกสี ไม่มีสีไหนที่จะมาผูกขาดได้ พี่น้องเสื้อแดงก็มีสิทธิ์แต่คนที่ไม่ใช่เสื้อแดงก็ต้องมีสิทธิ์ เรากำลังจะเลือกตั้งเราต้องตกลงว่าบ้านเมืองของคนทุกกลุ่ม หรือถ้าบอกว่าถ้าใครข่มขู่รุนแรงเราต้องยอมไปเรื่อยๆ ผมไม่พูดเล่นหรอก”นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่าเมื่อวานไปสมุรปราการก็มีคนมาสนับสนุนเบอร์ 1 มาตะโกนและมีปากเสียงกับคนที่เชียร์ประชาธิปัตย์ ก็นำป้ายไปตีหัวคนเชียร์เบอร์สิบจนถูกกระทืบ แล้วก็จะเผชิญหน้ากันตำรวจจึงขอให้ตนไม่ต้องเข้าไปในตลาด ตนจึงตัดสินใจยอมเพื่อจะให้เหตุการณ์สงบ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนต้องถามนางสาวยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยว่าสนับสนุนการทำแบบนี้แล้วจะห้ามปรามการกระทำแบบนี้ได้หรือไม่ แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ระบุว่าไม่สามารถสั่งคนเสื้อแดงได้ นี่ยังไม่ทันเลือกตั้งยังสั่งคนเสื้อแดงหรือห้าม หรือแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยก็ยังทำไม่ได้ ถ้าเป็นรัฐบาลแล้วนายจุตพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ จะเป็นส.ส.หรือเป็นรัฐมนตรีจะควบคุมได้หรือไม่

 ดังนั้นเราต้องตัดสินใจว่าหยุดภาวะแบบนี้กับบ้านเมือง เพราะโดยมารยาทประเพณีจิตวิญญาณควรทำหรือไม่ ถ้าทุกพรรคทำหมดบ้านเมืองจะเป็นยังไง ฉะนั้นพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นตัวแทนเพื่อบอกว่าบ้านเมืองจะปรองดองจะสงบคนต้องเคารพกฎหมายและเคารพกติกา ดังนั้นใครอยากรังแกตน นายชวน หลีกภัยและพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเหลือเวลาอีก 10 กว่าวัน วันที่ 3 ก.ค. คนจะลงคะแนนไม่อนุญาตให้รังแกประเทศไทยอีกต่อไป

 เราจะเดินหน้าเพื่อส่งเสียงดังว่าการเมืองไทยจะกลับสู่มาตรฐานประชาธิปไตย ที่เจริญแล้วเหมือนอารยประเทศ มีความเสมอภาคเท่าเทียม มีสิทธิเสรีภาพ มีกติกา ตนเห็นว่ามีคนที่ยังไม่ตัดสินใจอีกเยอะและตัดสินใจแล้วไม่บอกอีกเยอะ และไม่อยากแสดงตัวเพราะไม่อยากมีเรื่อง จึงขอให้เก็บไว้ในใจจนถึงวันที่ 3 ก.ค. ส่วนตัวเลขโพลล์ที่ยังแกว่งในภาคเหนือ อีสาน กลาง แต่ภาคใต้ยังชัดเจนมั่นใจ ย้ำว่าทุกคะแนนทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อมีความหมายขอให้กาเลือกประชาธิปัตย์ทั้ง 2 ใบ

 ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายจบการปราศรัยที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็มเป็นภาษาใต้ว่า “ขอให้เหลือกประชาธิปั๊ตย์เบอร์สิ๊บ ให้เหม็ดทั้งภาคใต้”

"เทพเทือก"เย้ยสุดท้ายเสื้อแดงก็ขี่คอ "ทักษิณ"

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้กล่าวปราศรัย ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในตอนหนึ่งว่าสุดท้ายแล้วคนเสื้อแดงก็ขี่คอ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และสุดท้ายแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณเองก็จะคุมคนพวกนี้ไม่ได้ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ประเทศไทยก็จะไม่มีความสงบสุขและเขาก็จะเข้ามาแก้ไขกฎหมาย ไม่ให้คนผิดได้รับโทษ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการปราศรัย นายสุเทพได้นำคลิปคนการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเดือน เม.ย. - พ.ค. 2553 โดยที่ผ่านมา มาเปิดให้ผู้มาร่วมรับฟังการปราศรัยได้ดู

"มาร์ค"แวะกินรังนกในตลาดกิมหยงก่อนนอน

 เมื่อเวลา 22.45 น. หลังการปราศรัยและก่อนเข้าโรงแรมที่พัก นายอภิสิทธิ์ได้แวะรับประทานรังนกที่ร้านบูรพารังนกในตลาดกิมหยง อ.หาดใหญ่ และได้เดินทักทายประชาชนพร้อมกับเปิดให้เข้ามาถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์มีคิวเดินสายหาเสียงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้