ข่าว

"ชวน"ยก"ทักษิณ"เทียบชั้น"ซัดดัม"

"ชวน"ยก"ทักษิณ"เทียบชั้น"ซัดดัม"

20 มิ.ย. 2554

“ปชป.”ยกทัพปราศรัยใหญ่ภาคใต้ครั้งแรก "ชวน" ยก "แม้ว" เทียบชั้น "ซัดดัม" เลือกปฏิบัติต่อคนในประเทศ วอนคนใต้อย่าขัดขวางหาเสียง

 (20มิ.ย.) พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งนายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์  ได้ปราศัยตอนหนึ่งว่า ในโลกมีผู้นำประเทศที่เลือกปฏิบัติกับประชาชนอยู่ 2 ประเทศ คือ 1. ประธานาธิบดีซักดัม ฮุสเซ็น ของอิรัค ที่เลืกปฏิบัติกับพี่น้องมุสลิมที่อยู่คนละนิกายกับเขา และ 2. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯของไทยแลนด์ที่เลือกปฏิบัติพัฒนาเฉพาะพื้นที่ของพรรคไทยรักไทย ซึ่งวันนี้ไม่ได้กลับบ้าน แต่ต่อไปจะได้กลับหรือไม่ตนไม่รู้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องของกฏแห่งกรรม คนที่คิดร้ายต่อประเทศกับประชาชนที่บริสุทธิ์ใจ คนนั้นต้องมีอันเป็นไป

 นายชวนกล่าวต่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯรวม 5 ปี พี่น้องบ้านเราลำบากมากจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ใหญ่สุดในภาคใต้ลำบากสุด และขอร้องอย่าเอาตัวอย่างของคนเสื้อแดงที่ออกมาขัดขวางการหาเสียง ขอให้แสดงถึงคุณธรรม จริยธรรมของพี่น้องที่สูงอย่าไปปาไข่ ทำอะไรอย่างนั้นและอย่าตีเหมาคนเสื้อแดงทั้งหมด เพราะเป็นแค่คนเสื้อแดงบางคน บางกลุ่มที่เขาจัดตั้งมาเท่านั้น

 ตนลงพื้นที่ไปภาคอีสานเมื่อวานนี้ (19มิ.ย.)  ไปที่หมู่บ้านคนเสื้อแดง เข้าไปเยี่ยมหาเขาเองยังตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ไม่มีเหตุอะไร เพราะคนเสื้อแดงทั้งหมดไม่ใช่เป็นอย่างนั้นทั้งหมด อย่างน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ตนก็ดีใจที่พี่น้องคนบ้านเรา ไม่มีใครออกไปแสดงอาการต่อต้านเช่นนั้น มันแสดงออกถึงจริยธรรมที่ดี ไม่เอาตัวอย่างของเสื้อแดงบางคนที่ทำกับนายกฯ และคนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนขอชื่นชม

“มาร์ค-ชวน”นำทีม ปชป.ปราศรัยใหญ่ภาคใต้ครั้งแรก

ในการจัดปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ได้มีบรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครได้ขึ้นเวทีพร้อมเพรียงกัน อาทิ นายชวน นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย นายนิพิฐฎ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายชำนิ ศักดิ์เศรษฐ์ นายวิทยา แก้วภราดัย นายอาคม เอ่งฉ้วน ผู้สมัครส.ส. จาก 14 จังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ และผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ โดยมีประชาชนมาร่วมรับฟังกว่า 40,000 คนจนเต็มแน่นสนามฟุตบอล นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ไว้จำนวน 8 จอโดยรอบสนามกีฬาอีกด้วย ขณะที่การดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด มีการตรวจอาวุธด้วยเครื่องสแกนการตรวจหาอาวุธของกองพลาธิการและสรรพวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่นำมาติดตั้งไว้จำนวน 6 เครื่องรอบสนามกีฬา การจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 300 นาย และอาสาสมัครกว่า 100 นายคอยดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ปราศรัย

 จากนั้น เวลา 18.00 น. นายบัญญัติขึ้นกล่าวปราศรัยว่า บรรยากาศเลือกตั้งวันนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน ที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ไปที่ไหนก็มีคนมาขัดขวางในรูปแบบต่างๆ แต่ตอนที่ไม่ยุบสภาที่นายกฯ ไปคุยกับแกนนำเสื้อแดงก็บอกให้ยุบสภา แต่พอยุบสภาแล้วก็กลับมีการขัดขวางจากที่เห็นเป็นข่าว ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง การที่ได้สร้างปฏิบัติการทางจิตวิทยา จนกลายเป็นโฆษณาชวนเชื่อว่าจะได้ส.ส. 270 คนแน่ โดยบางคนประกาศว่าไม่คิดแก้แค้น คิดแต่แก้ปัญหา ตนคิดว่าไม่จริง ขอให้ระวังคนประเภทมือถือสาก ปากคาบคัมภีร์ เพราะพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ที่ลงสมัครในจ.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าต้องชนะเลือกตั้ง เพื่อนิรโทษกรรมช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แน่นอน แม้กระทั่งคนที่มียศ ร.ต.อ.บางคนในพรรคเพื่อไทยก็ประกาศชัดเจนว่าเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ

 นายบัญญัติ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์กล้าพูดว่าครั้งนี้เป็นทางเลือกอนาคตของประเทศชาติที่ยืนอยู่บนทาง 2 แพ่ง เราไม่ได้ท่องคำว่าปรองดองโดยไม่รู้ความหมาย จนต้องมีคาถา แต่ขอให้ดูพฤติกรรมที่พรรคทำมาตลอด เพราะมีการเจรจาในระดับต่างๆ แต่เหตุการณ์ 2 ปีที่ผ่านมาขอให้พี่น้องคิดดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ตั้งแต่วันแรกที่มีคนมาขัดขวาง ตั้งแต่การตั้งรัฐบาล ทั้งที่ผลงานต่างๆ ทำได้มากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา เช่น การแก้ปัญหาและจับกุมยาเสพติด ยาบ้าได้มากถึง 94 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์ผู้ค้าได้มากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา แต่กลับบอกว่าเราทำไม่สำเร็จ พอทหารลงพื้นที่เพื่อช่วยปราบยาเสพติดก็มาขัดขวางการลงพื้นที่ของหน่วยทหาร นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นรัฐบาลยังทำกันถึงขนาดนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลคงไม่หนักข้อมากไปกว่านี้อีกหรือ

 นายบัญญัติ กล่าวว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะสู้ใน 3 ความพร้อมคือ 1.นโยบายพร้อม คือ นโยบายทุกอย่างสามารถสานต่อจากเดิมได้ทั้งหมดและพัฒนาให้ดีขึ้น 2.นายกฯ พร้อมคือ ประกาศตัวชัดเจนว่านายอภิสิทธิ์พร้อมเป็นนายกฯ ต่อ 3.ผู้สมัครพร้อมคือ ผู้สมัครพร้อมทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งตนเชื่อว่าผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์เป็นคนดี มีคุณภาพทั้งนั้น เพราะครั้งนี้เดิมพันสูงเป็นพิเศษที่มีบางพรรคมีรูปป้ายสารพัดสัตว์ให้โหวตโน คงไม่ใช่หมายถึงคนของประชาธิปัตย์ ตนจึงหวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาธิปัตย์น่าจะเดินต่อไปข้างหน้าเพื่อพาประเทศชาติอยู่ต่อได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะเป็นผู้ตัดสิน

 จากนั้น เวลา 19.20 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาถึงยังบริเวณจุดปราศรัยสนามกีฬามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเข้าทางด้านหลังเวที และก่อนที่จะขึ้นเวทีปราศรับได้พบกับบรรดาผู้สมัครส.ส.ของพรรคที่รออยู่ด้านหลังของเวที โดยระหว่างนั้นมีผู้หญิงอายุประมาณ 50 ปี คอยตะโกนตลอดทางว่า “นายกฯ เบอร์สิบ นายกฯ เบอร์สิบ” ขณะที่ชาวบ้านต่างเข้ามามอบดอกไม้ให้นายอภิสิทธิ์เป็นจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์ได้ทักทาย โบกไม้โบกมือให้ชาวบ้านอีกด้วย

 ด้านนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ประเทศไทยซอยเท้าไม่ได้อีกแล้วถึงเวลาที่เราต้องปฏิรูปประเทศ โดยให้นายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำเข้ามาแก้ไขปัญหาด้วยการปฏิรูปโครงสร้างและพื้นฐานของประเทศ วันนี้คนกทม.มีโครงสร้างมวลชนแบบไหน คนภาคใต้ก็ต้องมีโครงสร้างมวลชนแบบนั้นด้วย เราต้องการรถไฟความเร็วสูงจากคุนหมิงถึงปาดังเบซาร์ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เดิมใช้เวลา 18 ชั่วโมง แต่ต่อไปถ้ามีรถไฟความเร็วสูงก็ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง เมื่อวันที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางมาที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็บอกว่าจะทำให้เป็นรูปแบบปกครองพิเศษเหมือนกับกทม.และพัทยา ซึ่งเป็นคำพูดที่ไม่มีความคิด ไม่รู้ว่ากทม.และพัทยาปกครองรูปแบบไหน รู้แต่ว่านักการเมืองเสนอเรื่องมหานครปกครองพิเศษขึ้นมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็นำมาพูดต่อ ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่มีปัญหาในเรื่องของศาสนา วัฒนธรรม เพราะเป็นประเทศของทุกคนในชาติ การตัดสินใจยุบสภาของนายอภิสิทธิ์เป็นการตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่ของประเทศ เราต้องช่วยกันหาทางออกให้ประเทศด้วยการเลือกพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นรัฐบาล นำประเทศกลับเข้าสู่ความสงบ