
เผยกล้องวงจรปิดชัดคนมีสียิงสุบรรณ
"ชุดสืบสวน" คลี่คลายคดียิง "นายกอบจ.ลพบุรี " ลงพื้นที่แกะรอยตามกลิ่นคนร้าย "แบบปูพรม " ยันคนร้าย "คนมีสี" กบดานในพื้นที่ลพบุรี พบเบาะแสโทรมือถือรายงานผลกับ "ผู้จ้างวาน" หลังยิง
วันที่ 20 มิ.ย. ความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายสุบรรณ จิระพันธ์วานิช นายกอบจ. ลพบุรี เหตุเกิดในตรอกมะยม ถนนราชดำเนิน ท้องที่ สน.ชนะสงคราม ล่าสุดพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.กำกับดูแล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.สั่งการให้ชุดสืบสวนทุกหน่วยที่เข้าร่วมคลี่คลายคดีลงพื้นที่แกะรอยติดตามคนร้ายแบบปูพรม ตามพื้นที่เป้าหมายต่าง ๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไปกบดาน
รวมถึงประสานหน่วยงานทหารเพื่อตรวจสอบติดตามคนร้ายตามภาพสเก็ตช์ที่แจกจ่ายออกไป โดยให้ชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่รายงานความคืบหน้าทางวาจาโดยโทรศัพท์สายตรงถึงผู้บัญชาระดับสูงของแต่ละชุดทำงานทันที 24 ชั่วโมง โดยให้เวลาในการลงพื้นที่สักระยะหนึ่งจากนั้น 2-3 วัน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ จะประชุมสรุปความคืบหน้าทางคดีแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้งหนึ่ง
แหล่งข่าวจาก บช.น.เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามากพอสมควร หลังจากได้สอบพยานที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และญาติของนายสุบรรณ ส่วนการสอบสวนนางอรพิน จิระพันธ์วานิช ภรรยานายสุบรรณ นั้นยังไม่ลงลึกถึงรายละเอียดมากนักยังคงให้การในลักษณะกว้างในประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเพื่อน และปมขัดแย้งทั้งทางการเมืองและทางธุรกิจของนายสุบรรณ โดยนางอรพินปฏิเสธว่า ไม่ทราบว่านายสุบรรณเคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครหรือไม่ แต่ยืนยันว่านายสุบรรณ เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะและมีมนุษยสัมพันธ์ดี
เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนเพียงเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากนางอรพินยังคงพักรักษาตัวอยู่ไม่อยากรบกวนเกรงว่าจะเป็นการทำให้กระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจ อย่างไรก็ตามสำหรับการสอบสวนพยานนั้นขณะนี้เหลือเพียงพ่อและแม่ของนายสุบรรณเท่านั้นที่ยังไม่ได้สอบสวน เนื่องจากยังคงติดธุระเรื่องงานศพของนายสุบรรณอยู่ แต่ก็จะมีการสอบสวนใน1-2วันนี้
ชุดคลี่ปมยิงสุบรรณยันคนร้าย"คนมีสี"
ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดว่า คณะทำงานคลี่คลายคดีมือปืนสังหารโหดนายสุบรรณได้เบาะแสสำคัญจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุตรอกมะยม ขณะมือปืนลงมือยิงผู้ตาย โดยภาพที่ปรากฏเห็นใบหน้าค่อนข้างชัดเจน และพอจะรู้แล้วว่ามือปืนอยู่ในกลุ่มมีสี ยังกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี นอกจากนี้ยังพบว่า หลังจากมือปืนลั่นไกสังหารนายสุบรรณแล้ว ยังโทรศัพท์ไปรายงานผลงานให้ผู้จ้างวานรับทราบ
ด้านศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รายงานว่า ขณะนี้มีผู้สมัคร ส.ส.ร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยแล้ว 371 ราย พบการทำลายป้ายหาเสียงทั้งหมด 1,884 ป้าย เป็นคดีความ 58 คดี ตำรวจจับผู้ต้องหาเผาป้ายหาเสียงได้ 2 ราย ที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และ อ.พาน จ.เชียงราย และจะถูกดำเนินคดีทั้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาวางเพลิง
ภท.ลั่น"ภท."ต้องคว้า2ที่นั่งส.ส.ลพบุรีให้ได้
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าว พรรคได้กำชับให้ผู้สมัครระวังตัวมากขึ้นกับการลงพื้นที่ ทั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นนัยยะว่า พรรคภูมิใจไทยได้ตัวเลขเพิ่มขึ้นจนทำให้พรรคอื่นมีคะแนนลดลง ความคิดของพรรคการเมืองบางพรรคจึงเกิดในลักษณะแบบนั้น อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนจ.ลพบุรีมีความตั้งใจที่จะเดินหน้าต่อไป เพื่อทำให้ความฝันของนายสุบรรณเป็นจริง ด้วยการกวาดที่นั่งส.ส.ให้ได้ทั้ง 2 คน
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงโพลที่ออกมาระบุว่าพรรคจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเพียง 4 คน ว่า โพลที่ออกมาทำให้ตน(ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ) สะดุ้งไปด้วย แต่ยังเหลือเวลาในการหาเสียงเลือกตั้งกว่า 2 อาทิตย์ แม้ว่าโพลนั้นเชื่อได้ แต่ยังขาดเหตุผล เพราะจากการที่พรรคลงพื้นที่พบปะประชาชน ทำให้เห็นว่าโพลพรรคมีแต่เพิ่มขึ้น หลังจากมีการนำเสนอนโยบายดีๆ ออกไปให้กับประชาชน ยืนยันว่าปาร์ตี้ลิสต์ พรรคจะได้ไม่น้อยกว่าเดิม รวมสส.เขตไม่ต่ำกว่า 70 ที่นั่ง ซึ่งเป็นการประเมินขั้นต่ำของพรรค แต่พรรคการเมืองอื่นประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจสูงขึ้น จึงเกิดเหตุรุนแรงอย่างที่ผ่านมา
ญาติหัวคะแนนพท.กรุงเก่าแห่โลงศพประท้วง
เมื่อเวลา 13.00 น.นายนวไพรัตน์ ชุ่มชิด ประธานสภา อบต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา และนายกสมาคมนักจัดรายการวิทยุจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยประชาชนชาวบ้านในตำบล และใกล้เคียงรวม 200 คน เดินทางมาประท้วงหน้าศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีการนำหีบบรรจุศพของนายรังสรรค์ อันทสุทธิ์ ชาวบ้าน ต.บ้านใหม่ ที่ระบุว่าเป็นกองเชียร์นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคเพื่อไทย ที่ถูกนายสนองพจน์ อยู่เล็ก อายุ 57 ปี รองประธานสภา อบต.บ้านใหม่ ยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา
ต่อมานายสนองพจน์ได้เข้ามอบตัวกับนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา และ พล.ต.ต. อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา โดยรับสารภาพว่ามีเรื่องชกต่อกัน ไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง ทำให้บรรดาญาติๆ ไม่พอใจ ระบุว่านายรังสรรค์เสียชีวิตเพราะเรื่องการเมืองจึงเดินทางมาประท้วง เพื่อเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามที่จะเข้าไปภายในรั้วของศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอพบกับนายวิทยาเพื่อให้จัดให้มีการแถลงข่าวในฝ่ายของผู้เสียชีวิตบ้าง แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้นำรถเข้าไป และไม่อนุญาตให้นำหีบศพเข้าไปบริเวณศูนย์ราชการ
ต่อมามีนายณรงค์ อ่อนสะอาด รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา ออกมาพบกับผู้ชุมนุม เพื่อรับทราบข้อเรียกร้อง ปรากฎว่ามีคนในกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเข้าไปทำร้ายนายณรงค์ จนเจ้าหน้าที่ต้องกันรองผู้ว่าฯเข้าไปรั้วของศูนย์ราชการ ในที่สุดเจ้าหน้าที่อนุญาให้มีการนั่งแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนได้ที่บริเวณหน้าป้ายของศูนย์ราชการที่อยู่ริมถนนสายเอเซีย โดยมี พล.ต.ต. อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา และพ.ต.อ. สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา และกำลังตำรวจกว่า 50 นายร่วมกับกำลัง อ.ส. มาคอยดูแลความสงบ
นายนวไพรัตน์ กล่าวว่าการมาเรียกร้องครั้งนี้เพื่อต้องการให้มีการสอบสวนว่ามีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง และเกิดเหตุระหว่างที่มีการเดินหาเสียงให้กับผู้สมัครพรรคหนึ่ง แต่ทางนายสนองพจน์ ให้การไม่ตรงความเป็นจริง จึงอยากให้สื่อมวลชนเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา และยืนยันว่ามีเรื่องของการเมืองมาเกี่ยวแน่นอน ซึ่งหลังจากเปิดเผยกับสื่อมวลชนแล้ว จึงได้เดินทางกลับ และบอกว่าจะไปคิยติดตามดูว่ามีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวให้หรือไม่ หากไม่มีก็จะรวมตัวประท้วงอีกในสองวันข้างหน้า จากนั้นก็แยกย้ายกันกล้บไป
พ.ต.อ. สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าหลังจากนายสนองพจน์ มอบตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ก้ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอน ไม่ได้หมายความว่าจะฟังข้างนายสนองพจน์เพียงข้างเดียว ซึ่งขณะนี้ยังต้องสอบในฝ่ายของผู้ตายด้วย หากมีใครเกี่ยวข้องก็จะต้องเชิญมาสอบทั้งหมด ส่วนเรื่องการที่บอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองนั้น ตำรวจไม่ได้เป็นผู้กล่าว ผู้ว่าและผู้การฯก็ไม่ได้พูด เป็นคำสารภาพของผู้ต้องหาเองว่าไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด



